ชื่อเรื่อง           รายงานการพัฒนาการฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลโดยใช้แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน

                      ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย              นางยุพิน นะกุลรัมย์

ปีการศึกษา       2552

 

บทคัดย่อ

            การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาการฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอล โดยใช้ แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเรียนและหลังเรียน 3)เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  และ 4) เพื่อศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน

           ผู้วิจัยได้ตั้งสมมุติฐานในการวิจัย ไว้ดังนี้ 1) แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐานที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่อง ความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน  3) นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าดัชนีประสิทธิผลสูงกว่า 0.50  4) ความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะ กีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับพึงพอใจมาก

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 74) ตำบลเพี้ยราม อำเภอ เมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 18 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

          เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มี 3 ชนิด คือ 1) แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 ชุดฝึก 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนเรื่อง กีฬาวอลเลย์บอลโดยใช้แบบฝึก ทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ คือ  มากที่สุด  มาก  ปานกลาง  น้อย  น้อยที่สุด  จำนวน 1 ชุด มีข้อคำถาม 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)

           ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 92.20 /87.59 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความรู้พื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05   3) ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน มีค่าเท่ากับ 0.7405 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 74.05 และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะกีฬาวอลเลย์บอลขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับพึงพอใจมาก