วันนี้เป็นวันสบาย ๆ ยามเช้า ๆ เกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของนอกกายผลัดกันชมมีการขอยืมกันบ้าง...แจกลายเซ็นต์บ้าง...และใช้เวลาส่วนหนึ่งเขียนบนความวิจัย พอถึงบ่ายโมงเศษยูมิเดินทางไปตึก 7 ภายใน ม. ทักษิณเพื่อเข้าฟังการคุยกันเล่น ๆ เกี่ยวกับงานวิจัยระดับ ป.โท – เอก และบทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ของศาสตราจารย์ ดร. เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ราชบัณฑิต
ซึ่งยูมิจับประเด็นบางส่วนได้ดังนี้ แรกเริ่มท่านยิงคำถามว่า...บัณฑิตวิทยาลัยตั้งขึ้นมาเพื่อเป้าหมายอะไร..? ตอบว่า...
1 . การเพิ่มความรู้
2 . การสร้างองค์ความรู้ใหม่
แง่คิดคือ...ปัจจุบันข้อ 2 หายากมากทำแต่ข้อ 1 อย่างเดียว และทุกวันนี้จะเป็นธุรกิจการศึกษามากขึ้น
เป้าหมายของการทำวิทยานิพนธ์คือ
1 . เป็นนักวิชาการ ( scholarship )
2 . มีทักษะในการวิจัย ( research skills )
3 . เป็นผู้เชี่ยวชาญทางปัญญา ( intellectual craftsmanship )
อาจารย์ที่คุมวิทยานิพนธ์อย่าเห็นลูกศิษย์คือแรงงานราคาถูก ให้เขาวิจัยด้วยหัวไม่ใช่ให้เขาทำด้วยหูคือฟังคำสั่งอาจารย์อย่างเดียว...ทำวิจัยด้วยความอยากรู้ไม่ใช่อยากได้แต่ใบจบปริญญา...ซึ่งดูตอนนี้มีแนวโน้มแต่อยากได้ไม่เคยอยากรู้อะไรเลย...
อาจารย์อย่าให้ลูกศิษย์เรียนประทับใจเรื่องปวดหัวเจ็บปวดเวลาไปหาอาจารย์คุมวิทยานิพนธ์...แชมป์โลกทุกชนิดของกีฬายังมีพี่เลี้ยง
อาจารย์ทำตัวเป็นพี่เลี้ยง ( mentor )เขาได้มั้ยอย่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ในเวลาราชการเลย...เมื่อลูกศิษย์ส่งงานเขาก็ต้องการคำตอบเร็วอย่าดองงานไว้นานนัก...
ในประเด็นท้ายสุดท่าน ศ. ดร. เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ทิ้งท้ายไว้กระตุกหนวดอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ที่นั่งฟังทั้งที่อยู่ในห้องประชุม ม. ทักษิณถิ่นสงขลาและลิงค์ไปที่ ห้องประชุม ม. ทักษิณถิ่นเมืองพัทลุง ว่า...อย่าสอนแต่คนอื่น สอนตัวเอง และทำวิจัยเสียบ้าง..?!?
เป็นบันทึกที่ฟูอ๊าดชอบมากครับ...โดยเฉพาะเหตุผลที่ท่าน ศ.ดร.เสริมศักดิ์ ที่เสนอมุมคิด เพราะเหมือนท่านจะมองเห็นปัญหาอีกด้านจริงๆ อิอิ
ระลึกถึงเสมอครับอาจารย์...ดูแลสุขภาพด้วยครับ
สวัสดีครับ คุณเสียงเล็กๆ فؤاد
วันนั้นเห็นคณาจารย์จาก ม. ยะลาก็มาฟังหลายคนนะ...มองหาคุณอยู่ไม่เห็น...อิ อิ อิ
ก็ต้องชื่นชมท่านอาจารย์ ( ศ. ดร. เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ) ที่มาให้ข้อคิดดี ๆ ละครับผม
ขอบคุณครับ