วันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓
สองวันที่ผ่านมาคือวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ ๑๘-๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก จัดกิจกรรมสุนทรียสนทนาพัฒนาคนพัฒนาทีม รุ่นที่ ๑๑ มีชาวโรงพยาบาลสนใจมาเข้าร่วมประมาณ ๓๐ คน มีการจัดกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นของแต่ละคน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสนุกสนาน มีหลายคนที่สามารถแกะปมปัญหาที่ค้างคาใจมานานได้ ในครั้งนี้มีเพื่อนจาก รพ.อุตรดิตถ์ ๕ คนมาร่วมด้วย ทุกคนเป็นจิตอาสาของโรงพยาบาล คือเป็นคนรุ่นให้ที่สนใจเรื่องราวต่างๆ ที่จะทำให้โรงพยาบาลและสังคมดีขึ้น สนใจที่จะมาร่วมเป็นกระบวนกรเพื่อไปทำเองที่อุตรดิตถ์บ้าง
หลังกิจกรรมคุณสามารถชวนมานั่งคุยกันที่ริมสระน้ำของวิทยาลันพยาบาลพุทธชินราช ในสระมีปลามากมาย คุณไพทูลซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงปลาบอกว่าปลาผอมเกินไป คงจะเป็นเพราะมีจำนวนมากเกินไปจนแออัด แย่งกันกิน แต่การแย่งกันกินก็มีข้อดีทำให้ไม่มีอาหารเหลือ น้ำไม่เสีย
การสนทนานำไปสู่เรื่องราวมากมายตั้งอต่ธรรมะและการออกจากอธรรม การเปลี่ยนแปลงของความคิดเมื่อเวลาผ่านไปร่วมกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรื่องที่เห็นร่วมกันว่าเป็นเรื่องยากคือโมหะ หรือความหลง บางเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าควรละ เราก็ยังไม่เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ดีอย่างไร อย่างที่หลวงพ่อชาบอกว่า ยังไม่มีปัญญาเห็นมันชัดๆ ว่ามันคืองูเห่า ถ้าเห็นชัดเช่นนั้นเราก็จะละง่าย แต่พวกเรามองอย่างไรก็ยังไม่เป็นงูเห่าชัด
เรื่องสำคัญอีกอย่างที่ตกลงกันคือการพยายามมาเขียนเรื่องลงในโกทูโนนี่อีกรอบหนึ่ง ทีนี้ตั้งใจกันแน่วแน่ พอๆกับครั้งที่แล้วทีเดียว คุณไพทูลบอกว่าเขียนเถอะ ไม่ต้องสนใจว่าดีหรือไม่ จะมีคนอ่านหรือไม่ มีสาระหรือไม่ แต่ขอให้เขียนและอ้างทฤษฎี ๒๑ วันอีกแล้ว หิ่งห้อยจะทอแสงอีกครั้งขอรับ

มาร่วมให้กำลังใจคุณหมอ เขียนเถอะค่ะ ตามที่อยากเล่า
อาจารย์ครับ ผมได้ทำตามสัญญาแล้ว โดยในช่วงนี้ได้เขียนลง wordpress ก่อน
เพราะช่วงนี้ความคิดค่อนข้างล่อแหลม
และลองเขียนโดยปราศจากอุปสรรคในการเรียนรู้ อันได้แก่
voice of judgment เสียงแห่งการตัดสิน
voice of cynicism เสียงแห่งความคลางแคลงใจ
และ voice of fear เสียงแห่งความกลัว ครับ