ประเมินอย่างถึงจะยุติธรรมต่อผู้ปฏิบัติงาน

ครับนี้ก็อีกไม่กี่วันแล้วก็จะมีการพิจารณาความดีความชอบครั้งที่ 1 (เมษยน 2553)ของบุคลากรในหน่วยงานก็คงจะเป็นที่หนักใจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกด้านทุกมุม ถ้าพิจารณาแล้วไม่ถูกใจบ้างคนก็ด่าแต่ถ้าได้สมประสงค์ก็ดีไปในฐานฝ่ายบริหารก็อย่างรายงานการปฏิบัติหน้าที่ให้ทราบเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งการบริหารงานในหน้าที่ ตามกฏหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและมีความรอบรู้ทั่วไปมีความสามารถในการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคลและการบริหารทั่วไป ตามแนวทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด มีการพัฒนาตน พัฒนาวิชาชีพ มีทักษะในการบริหารจัดการศึกษา ส่งผลให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษาปฏิบัติงานได้ตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

1. ด้านการบริหารงานวิชาการ  จัดให้มีหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่นมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดการเรียนรู้ มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ สามารถส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดทำวิจัยในชั้นเรียเพื่อปรับปรุงและพัฒนาส่งเสริมให้ครูจัดหา/ผลิต/ใช้สื่อนวัตกรรมเทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและนอกสถานศึกษาส่งเสริมและสนับให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ มีการจัดทำเอกสารทางวิชาการและเผยแพร่เอกสารทางวิชาการเป็นประจำ การวิจัยและพัฒนามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการให้มีระเบียบการวัดและประเมินผลของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา  ดังนั้นเพื่อใครูได้เรียนรู้จากสภาพที่เป็นจริง ในวันที่ 12  มกราคม 2553 ได้นำคณะครูไปศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มอดินแดง)ซึ่งการไปดูงานครั้งนี้ทำให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการอย่างแท้จริง

ครับประสบการณ์ที่ได้จากการไปศึกษาดูงานก็ได้แนวคิดในการบริหารหลักสูตรมาพัฒนาแต่ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยูกับตัวบุคลากรในหน่วยงานว่าจะนำสิ่งที่พบเห็นนำมาใช้ปฏิบัติหรือไม่หรือเห็นแต่ 2 ขั้น  แต่ไม่มีผลงาน (ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน)