โศกนาฏกรรมแห่งความรัก : การตายที่ยังรอการตีความ

โศกนาฏกรรมแห่งความรัก : การตายที่ยังรอการตีความ

                   จากการศึกษาวรรณคดีทั้งสองเรื่องมีอนุภาคของการตายร่วมกันอยู่ในสามกรณี กรณีแรกเป็นการตายสามเศร้าในเรื่องลิลิตพระลอและเจ้าย่า กรณีที่สองเป็นการตายของนางอุเปียมและเจ้าสามลอในวรรณกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอ และในการณีที่สามกรณีสุดท้ายคือการตายของลูกในครรภ์ของนางอุเปียม การตายของตัวละครที่กล่าวถึงมาข้างต้นไม่ใช่การตายที่หมายถึงการสิ้นลมหายใจเท่านั้น แต่มีความหมายที่ต้องใช้การตีความเข้ามาเกี่ยวข้องและเมื่อพิจารณาอย่างละเอียดจะพบสิ่งที่สื่อความหมายซ่อนอยู่ในความตายของตัวละครทั้งสามกรณี

                   การตายของพระเพื่อนพระแพงและพระลอ ถูกกองทัพของพระเจ้าย่าเป็นคนฆ่าโดยการใช้ธนูยิง และสิ้นลมหายใจพร้อมกัน ในส่วนเรื่องอลองเจ้าสามลอนั้นการตายการตายของเจ้าสามลอและนางอุเปียม การตายเกิดจากการที่นางอุเปียมถูกแม่ของเจ้าสามลอทำร้ายและทารุณ ในขณะที่เจ้าสามลอนั้นฆ่าตัวตายตามนางอุเปียม โดยไม่มีใครเป็นคนทำร้ายเหมือนในลิลิตพระลอ และการตายสุดท้ายเป็นการตายของลูกนางอุเปียมที่อยู่ในครรภ์ เนื่องจากนางอุเปียมถูกแม่ของเจ้าสามลอแกล้งแล้วสะดุดล้มไม้เสียบท้อง ทำให้ลูกของนางตายและแท้งออกมาในที่สุด โดยที่การตายทั้งสามกรณีมีความแตกต่างกันและแฝงด้วยนัยที่สื่อความหมายแตกต่างกัน

                   พื้นที่ของตัวละครนับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้การตายของตัวละครแตกต่างกัน การตายของพระลอ พระเพื่อน พระแพงนั้นเป็นการตายโดยการต่อสู้กับกองทัพของพระเจ้าย่าที่เป็นศัตรูกับเมืองของพระลอ สุดท้ายทั้งสามก็พ่ายแพ้แก่กองทัพและเสียชีวิตในที่สุด

                   เนื่องจากตัวละครมีฐานะเป็นพระมหากษัตริย์จึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตายดังเช่นเจ้าสามลอ การตายของพระลอจึงเป็นการตายแบบชายชาตรี ตายอย่างสมพระเกียรติ ตายโดยการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด การตายของพระลอดูเหมือนจะได้รับความชอบธรรมและความน่าเห็นใจมากกว่าเจ้าสามลอ เพราะพระลอต้องต่อสู้กับทหารของพระเจ้าย่าที่มีมากกว่าที่จะสามารถเอาชนะได้ และการต่อสู้อย่างถึงที่สุดอย่างกษัตริย์ ประกอบกับการการสังหารพระลอมีลักษระของการลอบทำร้าย ทำให้พระลอตกอยู่สภาพที่เสียเปรียบที่ไม่สามารถจะตั้งตัวได้ทัน ความแพ้ของพระลอจึงเป็นความแพ้ที่มีความชอบธรรม

                   กษัตรย์ที่เสียชีวิตเพื่อแผ่นดิน แม้จะได้รับความพ่ายแพ้ก็จะได้รับการยกย่องในความกล้าหาญทางการรบ และความเสียสละเพื่อแผ่นดินโดยเฉพาะของพระลอที่ไปจบชีวิตในเมืองของพระเพื่อนพระแพงอันเป็นเมืองของศัตรู แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของพระลอที่ไม่กลัวภัยอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น หรือแม้แต่จะรู้แก่ใจว่าตนจะต้องตายก็ตาม การตายของพระลอจึงเป็นการตายที่สร้างชื่อเสียง เกียรติภูมิของชาติกษัตริย์ บรรพบุรุษของตนให้คงอยู่และให้เกิดความเกรงขามต่อต้นตระกูลของพระลอ

                   แม้พระลอจะจบชีวิตลงด้วยฝีมือพระเจ้าย่า การตายของพระลอจึงไม่ใช่การตายที่พ่ายแพ้ต่อศัตรูแต่กลับเป็นชัยชนะมากกว่า เนื่องจากพระลอมีความกล้าหาญ มีความรู้ จนสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในดินแดนของศัตรูได้โดยที่ทำให้ศัตรูรู้ตัว ในการทำสงครามสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงการได้รับชัยชนะก็คือการได้ครอบครองพื้นที่ของเมืองต่างๆ ไว้ได้อำนาจของตนเองหรือที่เรียกว่าได้เมืองประเทศราช เมื่อพระลอสามารถไปอยู่ในเมืองสรองอันเป็นเมืองของพระเพื่อนพระแพงได้จึงหมายถึงชัยชนะของพระลอด้วย และหมายถึงการได้ครอบครองพระเพื่อนกับพระแพงด้วยเช่นกัน

                   หลักฐานแห่งชัยชนะที่สำคัญที่จะช่วยยืนยันชัยชนะของพระลอได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ การได้ครอบครองตัวพระเพื่อนพระแพง เหตุที่กล่าวเช่นนี้เนื่องมาจากในสมัยที่มีการทำศึกสงครามจะพบว่าเมื่อกษัตริย์เมืองใดก็ตามที่สามารถทำศึกสงครามได้ชนะมักจะนำมเหสีของเจ้าเมืองนั้นมาเป็นมเหสีตนด้วย (ผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องหมายแสดงถึงชัยชนะของเจ้าเมือง) หากมเหสียังคงมีชีวิตอยู่ ผู้ได้รับชัยชนะจะได้หญิงนั้นมาเป็นมเหสีด้วยหรือจับเอาธิดาของเจ้าเมืองที่รบชนะมาเป็นมเหสีด้วย ในขณะที่หากเป็นโอรสต้องฆ่าทิ้งหรือไม่ก็จับมาเป็นตัวประกันดังเช่นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เป็นตัวประกันของไทยในสมัยเสียกรุงแก่พม่า เพื่อไม่ให้สามารถเรียนรู้วิชาการทัพและไม่ให้มีโอกาสไปสืบต่อราชสมบัติได้ ฉนั้นการได้พระเพื่อนมาเป็นชายาจึงหมายถึงการได้รับชัยชนะ ที่พระลอสามารถอยู่เหนือเมืองศัตรูได้

                   การตายของพระลอนับว่าเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีความต่อเนื่องกันหลังจากที่ได้รับชัยชนะแล้ว เนื่องจากเมืองประเทศราชใดก็ตามย่อมหาทางและโอกาสที่จะเอาเมืองคืนหรือประกาศเอกราชจากการเป็นเมืองขึ้นของเมืองอื่น ความตายจึงหมายถึงการไม่สามารถรักษาเมือง รักษาดินแดนที่ตนครอบครองอยู่ได้ แต่ถึงอย่างไรพระลอก็ยังได้นับว่าเป็นผู้ชนะ เนื่องจากว่าในตอนท้ายเมืองของพระเพื่อนพระแพงก็ฆ่ากันเอง เนื่องจากท้าวพิชัยพิษณุกรไม่พอใจพระเจ้าย่าที่ฆ่าพระเพื่อนพระแพง ประเด็นนี้จึงถือว่าความตายของพระลอนั้นคือการได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ โดยที่ไม่ต้องใช้กำลังในการเข้าต่อสู้ ปล่อยให้เกิดสงครามภายในฆ่ากันเอง นับเป็นวิธีการที่ดี

                   เหตุที่พระเพื่อนพระแพงตายนั้นนับเป็นความพ่ายแพ้ของกษัตริย์ที่ไม่รักษาหรือทำหน้าที่ของตนในทางที่ควรจะเป็น กล่าวคือกษัตริย์หรือพระบรมวงศ์ใดก็ตามต้องมีหน้าที่ในการธำรงรักษาพื้นที่ รักษาเมืองของตนเอาไว้ซึ่งเป็นสมบัติที่บรรพบุรุษได้มอบให้และมีค่ากว่าสมบัติอื่นใด แต่พระเพื่อนกับพระแพงไม่สามารถรักษาเอกราชของเมืองไว้ได้และไม่ได้ทำหน้าที่เช่นนั้น นอกจากจะไม่ทำหน้าที่ในการรักษาบ้านเมืองแล้วยังมีพฤติกรรมตรงกันข้ามกับหน้าที่พระมหากษัตริย์พึงมีด้วย การที่พระเพื่อนพระแพงเชิญศัตรู(พระลอ)เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองของตน นับเป็นความผิดอันร้ายแรงที่ไม่สามารถให้อภัยได้ในฐานะที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ โดยที่กษัตริย์ที่ปฏิบัติอย่างนั่นบ้านเมืองจะต้องถึงความหายนะ การตายของพระเพื่อนพระแพงจึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและในที่สุดก็บังเกิดขึ้นจริงคือการเข่าฆ่ากันเองภายในเมือง นับเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระลอ

                   การตายของพระเพื่อนพระแพงและพระลอเป็นการตายที่แฝงนัยทางความหมายเอาไว้ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กษัตริย์และพระบรมวงศ์ต้องทำการรักษาเกียรติภูมิ เกียรติประวัติของตระกูล ในขณะเดียวกันต้องมีความกล้าหาญและความเสียสละ นอกจากนี้แล้วผู้ที่เป็นพระมหากษัตริย์จะต้องทำการรักษาเมืองรักษาดินแดนของตนให้ได้ และเท่านั้นยังไม่เพียงพอกษัตริย์ที่มีชื่อเสียง มีอำนาจจะต้องสามารถแผ่อาณาเขตเพิ่มให้ได้มากขึ้น การตายของพระลอนับว่าเป็นการตายที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ (ตายในหน้าที่) จึงเป็นกษัตริย์ที่ควรได้รับการยกย่อง ส่วนพระเพื่อนกับพระแพงเป็นการตายอันเนื่องมาจากการทำผิดคลองธรรมแห่งกษัตริย์ ในประเด็นนี้พบว่ามีการให้ความสำคัญกับเรื่องของพื้นที่ ความยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ที่ไปตีเอาเมืองต่างๆ รวบรวมเมืองต่างๆ ให้ได้และขึ้นปกครอง

                   นอกจากกษัตริย์จะให้ความสำคัญแก่การรักษาพื้นที่แล้วประเด็นที่น่าสนใจคือ การรักษาหรือการสร้างผู้ที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อไป อันเป็นทางนำพระเจ้าย่าไปสู่ความตาย

                   นอกจากกษัตริย์จะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาพื้นที่แล้วประเด็นที่น่าสนใจคือ การรักษาหรือการสร้างผู้ที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อไปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น อันเป็นต้นเหตุให้พระเจ้าย่าต้องตายเพราะไปทำลายผู้สือทอดราชสมบัติ เนื่องจากเมืองพระเพื่อนพระแพงมีเพียงธิดา การมีแต่พระธิดาก็นับว่าราชวงศ์ดูขาดความมั่นคง การหมดสิ้นคนสืบทอดราชสมบัติจึงหมายถึงการสิ้นสุดราชวงศ์ไปด้วย

                   การตายของพระเจ้าย่าในวรรณคดีเรื่องลอลิลิตพระลอเป็นการตายที่เกิดขึ้นหลังจากที่พระเจ้าย่าสังหารพระเพื่อนพระแพงและพระลอ สร้างความไม่พอใจให้กับท้าวพิชัยพิษณุกรและได้สั่งให้สำเร็จโทษพระเจ้าย่าและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการสังหารพระลอ พระเพื่อนพระแพง การประหารพระเจ้าในครั้งนี้คงไม่ใช่เนื่องมาจากความโกรธแค้นความเสียใจแต่อย่างใดในการตายของพระเพื่อนพระแพงของท้าวพิชัยพิษณุกร แต่หากเมืองนี้หมายถึงการสิ้นผู้สืบทอดราชสำนักต่อจากพระองค์ที่มีธิดาเพียงสองพระองค์ เท่านี้ก็บันว่ามีความเจ็บปวดอยู่แล้ว ในเรื่องนี้ทำให้เป็นการสิ้นสุดของราชวงศ์กษัตริย์ หากพระเพื่อนพระแพงยังคงมีชีวิตอยู่ก็สามารถครองราชย์สืบต่อราชสมบัติได้ หรือสามารถที่จะหาราชบุตรเขยมาเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองสืบต่อไปได้ การตายของพระเจ้าย่ามีนัยของการสิ้นสุดของราชวงศ์ เป็นการทำลายกษัตริย์ไม่ให้มีพระมหากษัตริย์สืบต่อราชสมบัติ

                   การให้ประหารพระเจ้าย่านั้นยิ่งสะท้อนสังคมแบบปิตาธิปไตยในวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอได้เป็นอย่างดี เนื่องจากพระเจ้าย่านั้นเป็นบุพการีที่ไม่ควรได้รับการกระทำอย่างนั้นจากบุตร แต่ด้วยพื้นที่ของพระมหากษัตริย์ที่มีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทำให้พระเจ้าย่าต้องจบชีวิตลง อำนาจของพระพิชัยพิษณุกรซึ่งเป็นลูกสามารถสังหารบุพการีได้ถือว่า กษัตริย์มีอำนาจเหนือใครเป็นเจ้ามหาชีวิต และแฝงด้วยนัยของอำนาจในสังคมแบบปิตาธิปไตย

                   ประการหนึ่งในความตายของพระเจ้าย่ามีต้นเหตุมาจากความโกรธแค้นที่มีต่อเมืองของพระลอ เหมือนการตายจะมีนัยที่จะสื่อความว่าหากผู้เป็นกษัตริย์นั้นกระทำการใดก็ตามโดยใช้อารมณ์และความรู้สึกจะต้องได้รับแต่ความพ่ายแพ้กลับมาเสมอ ดังเช่นพระเจ้าย่าใช้ความแค้นที่มีต่อพระลอ ผลสุดท้ายความตายจะต้องย้อนกลับมาทำลายตนเอง กษัตริย์ต้องตั้งอยู่ในสติ จารีต ธรรมเนียมอย่างกษัตริย์ มีเหตุผลและความรอบคอบในการกระทำการอยู่ตลอดเวลา และไม่ควรใช้อารมณ์ ความตายของพระเจ้าย่าจึงเป็นความพ่ายแพ้ของความโกรธ(อธรรม)ต่อความอดทนอดกลั้น(ธรรมะ)ที่กษัตริย์พึงมี

                   การตายของตัวละครทั้งสามตัวในลิลิตพระลอจึงแฝงนัยสำคัญไว้สามประการคือ การให้ความสำคัญต่อเกียรติภูมิ เกียรติประวัติ ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล โดยการแสดงความกล้าหาญและอำนาจบารมีโดยการสร้างพื้นที่ให้มีอาณาเขตกว้างขวางให้ได้มากที่สุดและรักษาไว้ให้ได้นานที่สุด ประการที่สองคือการให้กำเนิดหรือการรักษาราชวงศ์ให้คงอยู่โดยการสร้างทายาทสืบต่อราชสมบัติ ประการสุดท้ายคือการรักษาศีลธรรม การปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างที่กษัตริย์พึงปฏิบัติ มีความรู้ความสามารถ ความกล้าหาญ และมีสติ เหตุผลเสมอ ทั้งหมดคือนัยทางความหมายที่ซ่อนอยู่ในความตายของตัวละครในเรื่องลิลิตพระลอ

                   ต่อไปจะกล่าวถึงการตายของเจ้าสามลอและนางอุเปียมและลูกของนางอุเปียมที่อยู่ในครรภ์ของนาง ในวรรณกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอ ความตายของตัวละครในวรรณกรรมเรื่องนี้นับว่ามีความแตกต่างจากความตายของตัวละครในวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ และยังมีนัยทางความหมายซ่อนอยู่ในความตายของตัวละคร ดังจะได้กล่าวถึงในต่อไปนี้

                   เริ่มต้นผู้ศึกษาขอตีความความหมายการตายของลูกนางอุเปียมในอันดับแรก เนื่องจากเป็นผู้ที่เสียชีวิตคนแรก ในวรรณกรรมเรื่องนี้มีความตรงข้ามในเรื่องของพื้นที่กับเรื่องลิลิตพระลอ พระลอยิ่งสามารถแผ่อาณาเขตได้มากเท่าใดย่อมที่จะยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ในวรรณกรรมเรื่องนี้ไม่ได้เน้นในปริมาณของพื้นที่ แต่เน้นที่พื้นที่ที่มีความปลอดภัยมากกว่า เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น แต่ประเด็นพื้นที่ก็หาเป็นประเด็นสำคัญมากเท่ากับการให้ความสำคัญของปริมาณประชากร นั้นหมายถึงการมีประชากรมากเทาใดยิ่งจะมีความปลอดภัยในเรื่องของพื้นที่มากเท่านั้น เนื่องจากในวรรณกรรมเรื่องนี้ได้กล่าวถึงการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์จึงเป็นนัยหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีพลเมืองมาก พลเมืองที่มีหน้าที่ในการสร้างประชากรใหม่ในสังคม ดังเช่นเคยมีปรากฏในประเทศไทยมาก่อนที่เราเรียกหรือเข้าใจกันดีในนโยบายพ่อลูกดกเช่นเดียวกัน

                   แม้วรรณกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอจะให้ความสำคัญในเรื่องของพื้นที่ แต่เป็นพื้นที่ในความหมายตรงกันข้ามในเรื่องลิลิตพระลอ คือความต้องการพื้นที่มากกับความต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น(แม้จะน้อยก็ตาม) เรื่องอลองเจ้าสามลอไม่ได้มุ่งหวังที่จะต้องเผยแผ่อาณาบริเวณให้กว้างขวางออกไป แต่มุ่งหวังเพียงว่าได้มีพื้นที่อาศัยอยู่อย่างเพียงพอเท่านั้น แต่สิ่งที่วรรรกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอให้ความสำคัญมากกว่าพื้นที่ คือ ประชากร เพราะประชากรคือความมั่นคงของเมือง

                   การให้ความสำคัญกับประชากรได้นำเสนออย่างชัดเจนในชื่อเรื่องที่มีคำว่า “สาม” เป็นคำบอกจำนวนรู้ว่าอย่างน้อยต้องมีพี่น้องรวมกันสามคน พี่น้องร่วมกันในที่นี้หมายถึงพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันที่หมายถึงเชื้อชาติเดียวกันนั่นเอง ตรงข้ามกับเรื่องลิลิตพระลอที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ความแน่นอนกษัตริย์เป็นผู้ที่มีอำนาจ และความยิ่งใหญ่และความยิ่งย่อมยากที่จะหาใครเทียบได้ และวรรณคดีลิลิตพระลอก็เป็นวรรณคดีที่เขียนชนชั้นผู้ปกครองเหล่านั้นด้วย ส่วงอลองเจ้าสามลอเป็นวรรณกรรมที่เขียนถึงชนชั้นผู้ถูกปกครอง ไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะไปต่อรองกับผู้ปกครองได้ สิ่งที่จะทำให้สามารถเอาชนะได้ก็คือ “กำลังพล” การให้ความสำคัญเกี่ยวกับประชากรจึงเกิดขึ้น เพราะประชากรมากๆ สามารถใช้ต่อรองทางอำนาจจากผู้ปกครองได้ และสามารถรักษาบ้านเมืองให้คงอยู่ต่อไปได้อีกนาน เพราะประชากรมากสามารถช่วยรักษาบ้านเมืองให้คงอยู่ต่อไปได้เช่นกัน

                   เมื่อวาทกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอให้ความสำคัญกับจำนวนประชากร และทำไมจึงต้องให้ลูกของนางอุเปียมในครรภ์นางอุเปียมต้องตาย เมื่อพิจารณาตามตัวบทจะพบว่า ประชากรที่สังคมต้องการนั้นไม่ได้หมายความว่า เมื่อใครเกิดมาก็ตามสังคมจะยอมรับได้ทั้งหมด ตัวบทได้เสนอไว้อย่างชัดเจนผ่านพื้นที่ของความเป็นพ่อแม่ ดังเช่นพ่อแม่ของเจ้าสามลอที่ไม่ประสงค์จะให้เจ้าสามลอได้ภรรยาต่างเมือง ทั้งสองจึงจัดการหมั้นนางอกแอกให้กับเจ้าสามลอไว้ และพยายามห้ามเจ้าสามลอมาไห้ไปยังเมืองของนางอุเปียมเพราะกลัวว่าเจ้าสามลอจะรักนางอุเปียม ในขณะที่พ่อแม่ของนางอุเปียมต่างก็ไม่ยอมให้นางไปตลาด เนื่องจากทั้งสองกลัวว่าเธอจะไปเจ้าสามลอและรักนาง เหตุดังกล่าวจึงแฝงนัยของการแต่งงานข้ามเมือง กล่าวคือเป็นการห้ามการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ประชากรที่เป็นที่ต้องการจึงไม่ใช้ประชากรที่มีต้นกำเนิดแตกต่างกันในเรื่องของชาติพันธุ์ วรรณกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอจึงได้ให้ความสำคัญกับชาติพันธุ์ ลูกของนางอุเปียมที่เกิดกับเจ้าสามลอที่มาจากต่างเมืองจึงหมายถึงการแต่งงานข้ามชาติพันธุ์ที่สังคมไม่สามารถยอมรับได้ การตายของลูกนางอุเปียมจึงมีนัยของการปฏิเสธคน ๒ ชาติพันธุ์ โดนที่การปฏิเสธคือการให้ความตาย และเมื่อตายก็กลับเกิดเป็นนกในทันที ทำไมจึงตายไปเกิดเป็นนกในทันทีนับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจที่ผู้ศึกษาจะอธิบายดังต่อไปนี้

                   หากเราใช้ทฤษฏีสัญญศาสตร์ ที่มองว่าทุกอย่างสามารถสื่อความหมายได้ทั้งหมด เราจะพบและเชื่อว่า “นกเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระ” การตายแล้วกลับเกิดเป็นนกในทันทีคือการบอกว่าผู้ตาย (ลูกในครรภ์ของนางอุเปียม) เป็นคนไร้สัญชาติ ดังได้กล่าวมาแล้วว่า สังคมในวรรณกรรมเรื่องอลองเจ้าสามลอไม่ยอมรับประชากรที่มาจากต่างกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้นลูกของนางอุเปียมสังคมของนางอุเปียมก็ไม่ยอมรับลูกของนางเพราะเกิดจากพ่อที่มาจากต่างกลุ่มชาติพันธุ์ และในขณะเดียวกันสังคมของเจ้าสามลอก็ไม่สามารถที่จะยอมรับลูกของนางอุเปียมได้เนื่องจากมาจากต่างกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งสองเมืองจึงต้องปฏิเสธความมีสัญชาติของเด็กคนดังกล่าว การปฏิเสธที่แสดงออกโดยความตาย และให้เกิดเป็นนกในทันทีนั่นคือ การสวมวาทกรรมไร้สัญชาติให้กับคนที่เกิดจากการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์

                   ในอีกมุมมองหนึ่งในเรื่องของ “นก” ที่ถือว่าสัตว์ที่ใช้ในการส่งสารติดต่อกันของคนในอดีต นกในเรื่องอลองเจ้าสามลอจึงเป็นนกที่นำข้อมูลข่าวสารไปบอกแก่เจ้าสามลอว่าจะสามารถหาแม่ได้ที่ใด ฉะนั้นนกจึงถือว่าเป็นสื่อกลางในการนำให้ทั้งสองได้พบกัน ในเรื่องเจ้าสามลอเมื่อลูกตายแล้วต้องกลับเกิดในทันทีจึงถือว่ายังให้ความสำคัญกับการเกิด การที่เกิดเป็นนกนั้นนับว่าหมายถึงการเกิดในโลกใหม่ที่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว นกจึงกลายเป็นตัวเชื่อโยงให้เจ้าสามลอต้องไปพบนางอุเปียมและไปตายอยู่กับนางอุเปียม โดยมีนกเป็นตัวกลางในการนำพาให้ไปตายเพื่อที่จะได้ไปเกิดในภพภูมิใหม่ที่ดีกว่า ดังในตอนท้ายที่ทั้งสามก็ได้ไปเกิดยังสวรรค์

                   หากมองในมิติทางวัฒนธรรม  การแต่งงานของนางอุเปียมกับเจ้าสามลอไม่ได้เป็นไปตามจารีต เนื่องประเด็นที่หนึ่งคือ การอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน หลายฝ่ายอาจจะเห็นแย้งกับผู้เขียนในประเด็นนี้ว่าในสังคมทางเหนือหรือสังคมไทเขินอาจจะมีการให้ชายอยู่กับหญิงก่อนแต่งงานได้แล้วค่อยแต่งงานในภายหลัง เพื่อทดสอบบทเรียนก่อนเป็นรับเป็นเขย แต่ผู้เขียนได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมและขออธิบายในประเด็นนี้ที่ไม่เห็นด้วยเช่นนั้นเนื่องจาก เนื่องจากเห็นว่าเจ้าสามลอกับนางอุเปียมผิดศีลธรรม คือการได้อยู่ร่วมกันก่อนแต่งงานในข้อหา “ลักลอบ” เป็นการอยู่ที่ปิดบังไม่เป็นที่เปิดเผย แม้แต่พ่อแม่ก็ยังคงไม่ทราบ หากสามารถอยู่กินกันก่อนแต่งงานได้จริงคงต้องเป็นที่รับรู้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก่อน แต่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าสามลอและนางอุเปียม ผู้เขียนจึงบอกว่าผิดศีลธรรมโดยใช้ข้อกล่าวหาที่ว่า “ลักลอบ” มาทำลายกำแพงของของความถูกต้องทางสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ก่อนแต่งงาน หรือสังคมถึงแม้จะยอมรับการอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานคงจะจำกัดไว้แต่เพียงคู่ที่มีผู้รู้เห็นหรืออย่างน้อยที่เป็นที่ทราบกันดีของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย หรือในห้อหาที่สองที่ผู้เขียนมองว่าคู่นี้ผิดจารีตของสังคมคือ แม้การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานของเจ้าสามลออาจจะได้รับความชอบธรรมจากสังคมในประเด็นแรกนั้น แต่การมีเพศสัมพันธุ์กันก่อนแต่งงานและที่สำคัญจะมีพยานรักเกิดขึ้นนั้น การอยู่ด้วยกันเพื่อทดสอบความเหมาะสมความเป็นเขยนั้นคงไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างแน่นอน การมีเพศสัมพันธุ์ก่อนการแต่งงานจึงเป็นความผิดและเป็นความผิดที่รุนแรงมากกว่าประการแรกที่ได้พูดถึงคือการ “ลักลอบ” ฉะนั้นเมื่อผลผลิตดังกล่าว(ลูกของนางอุเปียม) ไม่ถูกต้องตามจารีตของสังคม ผลผลิตนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะมีอยู่ในสังคม เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ออกจากโรงงานแล้วไม่ได้คุณภาพย่อมไม่มีใครที่จะเลือกหยิบเอาไปใช้ คนที่เกิดจากการผิดจารีตประเพณีจึงไม่ใช้ประชากรที่สังคมต้องการด้วย อันเป็นเหตุที่ตัวละครดังกล่าวต้องได้รับบทของการตายในที่สุด

                   การตายของลูกนางอุเปียมและกำเนิดเป็นนกในทันทีจึงแฝงนัยที่ตีความได้ว่าเป็นการปฏิเสธของสังคมในการปฏิเสธความเป็นอื่นคือความเป็นคนต่างกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้คนๆ นั้นมีสภาพเป็นคนไร้สัญชาติ โดยใช้นกที่มีความหมายว่า “อิสระ” มาเป็นตัวแทนเพื่อที่จะสื่อความหมายถึงการไร้สัญชาติของคนๆ นั้น นอกจากประเด็นของชาติพันธุ์แล้วในทางวัฒนธรรม สังคมย่อมไม่สามารถที่จะยอมรับสมาชิกใหม่ของสังคมที่เกิดจากการ “ลักลอบ” ได้ หากแต่เมื่อใดที่มีการอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานนั้นเป็นที่เปิดเผยจึงจะเป็นที่ยอมรับเข้าเป็นสมาชิกของสังคมนั้นๆ ได้ เมื่อเขาจะเกิดมาขาดคุณสมบัติจึงต้องใช้ความตายเป็นพื้นที่ให้กับผู้ที่สังคมไม่ยอมรับ

                   ส่วนการตายของนางอุเปียมมีนัยทางความหมายแตกต่างออกไปจากพระเพื่อนพระแพง อันเกิดจากการที่นางอุเปียมขัดต่อระบบจารีตของสังคมอย่างชัดเจน ขัดต่อระบบของสังคม เพราะนางอุเปียมโดยธรรมดาของการรัก ชายจะเป็นฝ่ายที่เดินเข้าหาฝ่ายหญิงก่อนเสมอในขณะที่หญิงควรที่จะถนอมตัว ที่แตกต่างก็คือ การนัดให้เจ้าสามลอมาหาที่บ้าน แต่พระเพื่อนพระแพงแม้จะมีความต้องการกามรมย์จากพระลอก็ใช้กลวิธีการอื่นที่พระลอไม่สามารถรู้ได้ว่าทั้งสองต้องการให้พระองค์ไปหา แต่นางอุเปียมเสนอออกมาโดยตรงว่า “ให้มาหาที่บ้านของนางตอนกลางคืน” เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ภาพลักษณ์ที่ออกมา ภาพลักษณ์ของพระเพื่อนพระแพงจึงดูดีกว่านางอุเปียม และที่สำคัญนางอุเปียมเป็นคนเดินทางไปตามหานางเจ้าสามลอถึงที่บ้าน และยังได้ไปถามคนอื่น ทำให้เรื่องตามหาสามีปรากฏในพื้นที่สาธารณะ แต่พระเพื่อนพระแพงปรากฏเพียงในพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น

                   เมื่อนางอุเปียมมีครรภ์กับเจ้าสามลอย่อมแสดงให้เห็นถึงความไม่บริสุทธิ์ เมื่อความไม่บริสุทธิ์ได้เข้าไปอยู่ในร่างของเธอแล้ว ย่อมไม่สามารถที่จะย้อนกลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ได้เหมือนเดิมทุกประการ ดังที่แผลที่เกิดตามร่างกายของเธอจากการถูกแม่ของเจ้าสามลอไล่ทำร้าย แม้จะสามารถรักษาแผลให้หายได้แต่คงไม่สามารถรักษาให้ริ้วรอยหายได้ทั้งหมด หรือด้วยนวัตกรรมใหม่อาจจะสามารถกำจัดรอยแผลตามตัวออกได้ ความรู้สึกที่ใจที่มันเกิดขึ้นก็ย่อมลบไม่ได้ ฉะนั้นความไม่บริสุทธิ์ของนางจึงปรากฏเป็นเช่นเดียวกัน เว้นเสียแต่ว่าจะต้องกลับไปตายแล้วมาเกิดใหม่ ความตายของนางอุเปียม ความตายของนางอุเปียมจึงจะเป็นการเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ให้กับนาง นางถูกแม่ของเจ้าสามลอไล่ตีคือการขับไล่ความไม่บริสุทธิ์ของที่ที่ถือว่าเป็นสิ่งอัปมงคลให้ออกไกลจากครอบครัว ออกจากบ้านของเธอ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเช่นเดียวกับในเรื่องลิลิตพระลอ และที่ที่แม่ของเจ้าสามลอใช้ไม้ไล่ทุบตี ทิ่มแทงนางอุเปียมนั้นยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการขับไล่ความไม่บิสุทธิ์ออกไป การใช้ไม้ทิ่มแทงนางอุเปียมนั้นถือเป็นสัญญะอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า นางไม่บริสุทธิ์เพราะนางเสียตัว หากเรามองสัญญะของ “ไม้” เท่ากับ “อวัยวะเพศของผู้ชาย” ที่ไล่ทิ่มแทงนางอุเปียมเป็นการต้องย้ำให้นางได้ทราบว่านางนั้นได้เสียความบริสุทธิ์ไปแล้วจากการมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าสามลอ และเป็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์จะมาอยู่ร่วมกับครอบครัวของผู้ดีมีตระกูลไม่ได้ และความเลวร้ายของการมีเพศสัมพันธุ์กับพระลอนั้นได้ตอกย้ำลึกลงไปอีกเมื่อเธอสะดุดล้มแล้วโดนไม้เสียบ อันเป็นการตอกย้ำให้นางได้ทราบว่าเธอไม่สามารถที่จะเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ต่อไปได้ และจะต้องพบกับไม้ทิ่งแทงอีกต่อไปกระทั่งความตายจะมาถึง และในขณะเดียวกันเพราะนางมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าสามลอกระทั่งมีลูกจึงทำให้เกิดความผูกพันที่ทำให้นางอุเปียมต้องเดินทางมาพบกับความตาย และความตายของเธอก็เกิดขึ้นเพราะการถูกไม้เสียบ (ต้นเหตุของความตายคือการมีเพศสัมพันธ์กับเจ้าสามลอ)ที่ทำให้นางต้องเดินทางมาตาย และหากนางไม่ล้มทับให้ไม่เสียบก็คงไม่ตาย (หากไม่ไปมีเพศสัมพันธ์กับพระลอคงจะไม่ตาย) การปฏิเสธความไม่บริสุทธิ์ของนางจึงเป็นที่มาของความตาย เนื่องจากว่าไม่มีวิธีการใดที่จะทำให้คนไม่บริสุทธิ์กลับมาบริสุทธิ์ได้ นากจากการกลับไปเกิดใหม่เท่านั้น

                   ในทางวัฒนธรรมการตายของนางอุเปียมเป็นการลงโทษของสังคมที่ลงโทษต่อผู้ไม่รักษาจารีตประเพณีดังที่ได้กล่าวแต่ต้นแล้วว่า ในสังคมไทเขินถึงแม้จะยอมรับการอยู่ด้วยกันของชายหญิงเพื่อให้ได้มีโอกาสศึกษาซึ่งกันและกันนั้นสังคมอาจจะยอมรับได้ แต่ต้องเป็นไปอย่างเปิดเผย ในกรณีของนางไม่เป็นไผตามที่กำหนดหากนางจะอ้างสิทธิโดยชอบธรรมในการอยู่กับเจ้าสามลอเพื่อทดสอบคุณสมบัติของสามีที่ดี เพราะพฤติกรรมของทั้งสองคนเป็นพฤติกรรม “ลักลอบ” กล่าวคือ การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานโดยที่ไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นทราบแม้แต่พ่อแม่ของตน และลักลอบมีเพศสัมพันธ์ลึกซึ้งกระทั่งตั้งท้อง พฤติกรรมของนางจึงถือว่าผิดต่อหลักปฏิบัติของสังคมที่ยอมรับได้ เมื่อนางไม่เป็นที่รับได้ของคนในสังคมจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นางอุเปียมต้องตาย และจบชีวิตอย่างทรมาน สะท้อนให้เห็นวิธีคิดว่าโทษที่เกิดจากกระทำในทางกฎหมายอาจจะไม่ร้ายแรง แต่หากเป็นความผิดต่อกฎจารีตของสังคมผลที่ตามมาคือความเจ็บปวดและความตาย

                   ในวรรณกรรมเรื่องนี้สถาบันครอบครัวถือเป็นเรื่องสำคัญดังปรากฏในเนื้อหา ความตายของนางอุเปียมจึงหมายถึงการผิดต่อระบบศีลธรรมของครอบครัวด้วย เมื่อพิจารณาครอบครัวโดยการแบ่งโครงสร้างทางการปกครองเมือง จะพบว่าในครอบครัวต้องมีผู้ปกครองเช่นเดียวกัน ที่เหลือนเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครอง ครอบครัวของนางอุเปียมถูกปกครองโดยพ่อแม่ ย่อมหมายความว่านางอุเปียมจะต้องเชื่อฟังพ่อแม่ของตน ในกรณีของนางอุเปียมพ่อแม่คือผู้ที่ปกครองครอบครัวก็ห้ามไม่ให้เธอได้พบเจ้าสามลอ แต่นางอุเปียมไม่ยอมที่จะทำตามจึงเกิดเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัว  นอกจากจะไม่ยอมทำตามแล้ว นางยังทำเกิดกว่าที่สังคมจะยอมรับได้ การตายของนางอุเปียมจึงเปรียบเสมือนการถูกตัดขาดออกจากความเป็นสมาขิกของคนในครอบครัว นางไม่สามารถที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวได้อีกต่อไป  นี่เป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ไปกำกับให้นางอุเปียมต้องตาย

                   ในเรื่องนี้ให้ความสำคัญในบทบาทของครอบครัว แสดงให้เห็นว่าความเป็นสังคมนั้นสถาบันหนึ่งที่จะช่วยสังคมสงบสุขและเป็นปกติอยู่ได้ต้องอาศัยพลังจากครอบครัวที่อบอุ่นและมีความพร้อม นอกจากนี้การที่สังคมประด้วยครอบครัวที่ดีจะนำมาซึ่งการคงอยู่ของเมืองของสังคมด้วย

                   การตายของนางอุเปียมจึงเป็นการตายที่แฝงนัยของสังคมที่ว่าระบบจารีตของสังคมและระบบครอบครัวตรงข้ามกับพระเพื่อนพระแพงที่ไม่ปฏิบัติตามกรอบของกษัตริย์อันมีต้อนเหตุมากจากสงครามระหว่างเมือง แต่พื้นที่ที่ตัวละครยืนอยู่แตกต่างกันทำให้การตายของตัวละครแตกต่างกันไป โดยสาระสำคัญหลักของความตายของนางอุเปียมก็คือการผิดจารีต ธรรมเนียมปฏิบัติของสังคม ของครอบครัว หรือของตนเองด้วยดังในกรณีของพระเพื่อนพระแพงที่ไม่ปฏิบัติตามบทยาทหน้าที่ส่วนตนคือ ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์กษัตริย์

                   การตายของตัวละครเอกคนสุดท้ายที่ผู้ศึกษาพบว่ามีนัยที่น่าสนใจ คือเจ้าสามลอในวรรณกรรมไทเขินเรื่องอลองเจ้าสามลอ การตายของเจ้าสามลอเกิดจากการฆ่าตัวตายตามนางอุเปียม การฆ่าตัวตายแฝงนัยทางความหมายใดบ้าง ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องตีความ ทำความเข้าใจเกี่ย