เรื่องเล่า เร้าพลัง (ลบนิดๆนะครับ) 18-20 มกราคม 2553
เวทีเรียนรู้เพื่อนให้คำปรึกษาเพื่อน YC บุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง
ตอนที่1
ก่อนเริ่มเวที 1 วัน BAR (before action review คือประมาณว่าทำความเข้าใจร่วมกันก่อนที่จะลงมือปฏิบัติงานจริงครับ)
เหมือนเดิมครับ เวทีนี้เริ่มต้นด้วยการประชุมวางแผนกับคณะครู รองผอ.ฝ่ายปกครอง ตัวแทนครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว แกนนำเครือข่ายพ่อแม่ เรียกว่าครบองค์ประชุมพอสมควร ในห้องTo child with love ที่ครูแมวรับผิดชอบอยู่ ว่ากันว่า ห้องนี้เป็นห้องที่เด็กมักเข้ามาทำสุนทรียสนทนา บำบัดทุกข์ บำรุงสุขซึ่งกันและกัน รวมถึงปัญหาหนักๆที่เด็กไม่สามารถเอาไปพูดในห้องอื่นๆได้ เท่าที่ทราบนะครับ ถ้าผิดพลาดยังไงขออภัยด้วย ดูเหมือนว่าห้องนี้จะเป็นห้อง พักใจ ฟื้นพลัง เป็นที่พึ่ง ให้เด็กทั้งที่เป็นหัวกะทิของโรงเรียน จนถึงเด็กกลุ่มขาโจ๋ สารพัดสารพันปัญหาเลยทีเดียว
อ้อ ลืมบอกไป ครั้งนี้ครูแมวได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการให้คำปรึกษาเพื่อนช่วยเพื่อนจากม.ราชภัฏฯลำปางมาด้วย ในช่วงให้หลักคิดบรรยาย และบทบาทสมมติ และท่านก็มาร่วมวางแผนกับพวกเราด้วย อ.พิชชา ครับ เธอเป็นผู้หญิง ดูอ่อนโยน อ่อนหวาน เหมาะที่จะเป็นที่พึ่งและให้ความเข้าใจกับทุกๆคนยิ่งนัก
|
|
|
อ.พิชชา จากม.ราชภัฎ ลำปาง
กำลังแลกหนังสือธรรมมะกับ ครูแมวที่ร้านอาหาร |
สำหรับผมเริ่มมีคำถามเล็กๆในใจแล้วว่า YC เกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวด้วย..อืมม..น่าคิด.. ด้วยเป็นคนที่ทำงานด้านครอบครัว ก็เลยต้องหาอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับครอบครัว แม้มันจะอ้อมๆโดยปริยายหน่อยก็ตาม อันที่จริงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน หมดทั้งโลก เป็นญาติกัน ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่งไง ทำอะไรก็ครอบครัวหมดหละ ก็คิดแบบนี้ไว้ก่อน สุขภาวะ..อืมม คำนี้ไง YC เป็นสุขภาวะอย่างไร
“ความสัมพันธ์”
“ความเข้าใจ”
“ มิตรภาพระหว่างเพื่อน”
“การรับฟังกันอย่างลึกซึ้ง”
“การภาวนา เจริญสติ”
“จิตอาสา การลดตัวตน เคารพผู้อื่น เปิดใจกว้าง”
ในฐานะกระบวนกรผู้ช่วย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำงานนี้ด้วยความชัดเจนกับตัวเอง ในระดับที่น่าพอใจพอสมควร อีกอย่าง ทุกครั้งที่ทำเวทีครูแมวก็จะพิถีพิถันในเรื่องอาหารมาก จะมีแม่บ้านประจำทีมเวลาทำเวทีเรียนรู้ ให้อาหารนั้นเสริมพลังผู้ร่วมเรียนรู้ คือไม่มัน เน้นผักปลอดสารพิษ ข้าวกล้อง ฯลฯ เป็นสุขภาวะทางกายไปด้วย
|
ตอนนี้อยู่ในช่วงกิจกรรมวันแรก สังเกตว่าครูแมวจะเน้นที่กลุ่มคนที่มาเป็นสำคัญ คือทำความเข้าใจกับสภาพผู้ร่วมเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะสภาพจิต ความวิตกกังวลของเด็ก |
เรียกว่ากายแข็งแร็ง จิตแจ่มใส สังคมน่าอยู่ ปัญญาสร้างสรรค์ เอาสโลแกนของ สสส. มาผนวกบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้จิตตปัญญา พุทธศาสนา อย่างลงตัว จริงๆมันก็คือเรื่องเดียวกันนะผมว่า คือความสุขกายสุขใจ ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านแล้วก็ไม่เห็นแก่ตัว
ในตอนวางแผนนั้น สิ่งที่เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับผมก็คือ มีการแบ่งเป็นฝ่ายค้าน กับฝ่ายสนับสนุนอย่างเป็นธรรมชาติ คือขณะที่ครูแมวนำเสนอกิจกรรมแต่ละอย่าง แต่ละช่วงที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น ปรากฏว่ามีการแย้งและข้อสงสัยเกิดขึ้นแทบทุกจุด ประมาณว่า กิจกรรมนี้ทำไปเพื่ออะไร วันนี้เราต้องการ เราคาดหวังอะไรกับกลุ่มผู้ร่วมเรียนรู้ บรรยากาศ หลักคิด หรือกระบวนการกลุ่ม ฯลฯ ในตอนนั้น ผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยชัดเจนกับสิ่งที่ครูแมวพูดเหมือนกัน ในขณะที่อีกจิตหนึ่งก็คิดว่า อืมมๆ.. เราควรฟังให้จบแล้วค่อยมาวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ทีหลังก็ไม่เห็นจะสายเกินไปซักหน่อย แต่เอาเถอะแบบนี้ก็ทำให้เราชัดเจน ไม่ต้องมาเก็บตกรายละเอียดทีหลังดี เป็นการภาวนาขณะทำการบีเออาร์ดีไปด้วย 5555 หัวเราะอย่างอ่อนโยน
|
คุณพ่อวิศาลให้ข้อสังเกตและเสนอแนะ ในฐานะฝ่ายค้าน |

โดยเฉพาะกิจกรรมที่เรียกว่า ดุลยภาพกาย จิต ปัญญา ผ่านงานศิลปะและดนตรีบำบัด
โอ้แม่เจ้า ขอใช้คำนี้
“ทำไมไม่ให้เด็กวาดโดยอิสระทั้งหมดเลย” นี่เป็นข้อสังเกต ที่ผุดออกมาจากคุณพ่อวิศาล แกนนำเครือข่ายผู้ปกครอง ด้วยท่านบอกว่าอยาก ให้เด็กเกิดจินตนาการ สร้างสรรค์ มีอิสระ กล้าเป็นตัวของตัวเอง
มันทำให้ครูแมวไปไม่ถูกอยู่หลายนาที เนื่องจากโดนวิพากษ์ตลอดกระบวนการคุย โดยคีย์เวิร์ดที่ผมจำได้ชัดๆ ช่วงหนึ่งก็คือ
“ถ้าไม่เอากิจกรรมนี้ก็เปลี่ยนใหม่ก็ได้ ไม่เอาก็ได้นะค่ะ” เสียงอันเข้มๆของครูแมวซึ่งแตกต่างจากตอนที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ที่อ่อนโยน นุ่มนวลอย่างสิ้นเชิง (เป็นธรรมดาของมนุษย์นะครับ)
เล่นเอาบรรยากาศร้อนฉ่าขึ้นมาทันที
“วันนี้ผมมาเป็นฝ่ายค้าน” เสียงคุณพ่อวิศาลออกตัว แล้วในตอนจบ ก็ขอโทษครูแมวที่ต้องรับหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อให้งานมีความชัดเจน แล้วครูแมวก็กราบขอบคุณท่าน ผมว่าเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาแล้วก็สร้างสรรค์ดีนะ
หัวใจของกิจกรรมนี้คืออะไร
เลาๆว่า คือการภาวนาดูจิตตัวเอง ขณะกำลังวาดรูปและฟังเพลง ตามคำสั่งที่เป็นบทกวี โดยจะมีการนั่งเป็นวงกลมเรียงกัน เพื่อที่จะสามารถส่งภาพวาดต่อกันได้ มีการเริ่มต้นวาดรูปธรรมชาติ ผืนดิน เมล็ดพันธ์ ต้นไม้ ดอกผล จนถึงมีการทำลายล้าง แล้วก็กลับมาเริ่มต้นวาดภาพใหม่ตามอิสระอย่างแท้จริง เมื่อกระดาษของตัวเอง เละจากการทำลายล้างจากมือผู้อื่นมาแล้ว
สิ่งที่จะได้เรียนรู้หลักๆจากกิจกรรมนี้ก็คือ
- ความไว้วางใจในตัวเอง
- ผู้อื่น
- ความอดทน ความหวัง คิดเชิงบวก
- ความปล่อยวาง
ซึ่งครูแมวท่านไม่ได้อธิบายเป้าหมาย วัตถุประสงค์หรือสิ่งที่จะได้เป็นพื้นฐานเอาไว้ และมันเชื่อมโยงกับการเป็นเพื่อนให้คำปรึกษาเพื่อนอย่างไร โดยเฉพาะจิตของเพื่อนให้คำปรึกษาเพื่อน ก็เลย งงกันใหญ่ โดยเฉพาะครูที่มักจะเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และกำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมชัดแจ้ง คือท่านเป็นกระบวนกรที่ทำให้ดูอยู่ให้เห็นจริงๆ แต่จะพูดเอาหลักการก็ต้องให้เวลาท่านหน่อย สำหรับผมเชื่ออยู่แล้วว่าท่านมีเป้าหมายอะไรอยู่ในใจ และพร้อมที่จะเดินเวทีแบบมือกระบี่ผู้ไร้กระบวนท่าอย่างแท้จริง โดยยึดผู้ร่วมเรียนรู้เป็นสำคัญ
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ครั้งนี้ก็คือ การBARแบบนี้ เป็นการฝึกจิตกระบวนกร และพัฒนางานให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพได้อย่างดี 5555หัวเราะเบาๆอย่างอ่อนโยน หายใจเข้าออกลึกๆผ่อนคลาย ชื่นชมกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ขอบคุณสำหรับวันดีๆเช่นนี้
|
นี่ละครับโฉมหน้าแผนงานที่รอการพลิกแพลงตลอด |
(อ่านต่อตอนหน้า)

เวทีเรียนรู้เพื่อนผู้ให้คำปรึกษา yc ย่อมาจาก .... น่าสนใจค่ะ
YC ย่อมาจาก Youth Counselor ครับ
ขอบคุณครับหลาน ปู่ นักกระบวนกร
อ่านแล้วเห็นภาพชัดครับ
ก่อนทำงาน ได้ BAR ทำให้ประเด็นคมชัดขึ้น และเป้าในการทำงาน จะได้ตอบโจทย์ได้ชัดเจน
ขอบคุณ สาระความรู้ "รัตตัญญู"เรียนรู้ผ่านราตรีกาล