ใช้อาหารปรับสมดุลร่างกาย จึงเริ่มทดลองทำตาม ควบคู่กับการรักษาด้วยฮอร์โมนตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน

สวัสดีครับทุกท่าน

วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆที่ผมได้ศึกษาข้อมูลจากหนังสือที่น่าสนใจมากเล่มหนึ่งชื่อว่า "หนทางพิชิตมะเร็งแนวทางป้องกันรักษา" เรียบเรียงโดย คุณ ธรรมปราโมทย์ ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ ของผู้ที่พิชิตมะเร็งได้ มาเล่าให้ท่านฟังครับ

--------------------------------------

ท่านนี้ท่านชื่อพลเอกประสาร เปรมะสกุล ผู้พิชิตมะเร็งต่อมลูกหมากภายใน2เดือนครับ

เมื่อ ๓ ปีก่อน แพทย์ตรวจพบว่า "พลเอกประสาร เปรมะสกุล" อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๑๕ ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะที่ ๒ "พลเอกประสาร" ไม่ต้องการผ่าตัด หรือทำคีโมเทอราปี เพราะเกรงผลข้างเคียงของการรักษา จึงพยายามค้นคว้าวิธีบำบัดแบบอื่น ท่านได้ศึกษาค้นคว้าหนังสือเกี่ยวกับมะเร็งอย่างจริงจังจนกระทั่งศึกษาธรรมชาติบำบัดตามแนวเกอสันของ "นายแพทย์แม็กซ์ เกอสัน" ที่ใช้อาหารปรับสมดุลร่างกาย จึงเริ่มทดลองทำตาม ควบคู่กับการรักษาด้วยฮอร์โมนตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน

-------------------------------------

หลักการของเกอสันเทอราปีคือ ให้รับประทานผักผลไม้สดมากๆ ทั้งคั้นน้ำดื่ม ทำสลัด ต้มซุป ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ต้องไม่เค็ม เพราะต้องลดโซเดียม แต่ให้เพิ่มโปแตสเซี่ยมมากๆ พลเอกประสาร จึงต้มน้ำผักที่มีโปแตสเซียมไว้ปรุงอาหาร ต้องลดโปรตีนและไขมันลงเพราะเป็นสารอาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดี "พลเอกประสาร" บอกว่า ฟังดูง่ายๆ แต่รับประทานยาก ต้องปฏิบัติด้วยความตั้งใจจริง ช่วงระยะเวลาเพียง ๒ เดือน แพทย์วัดค่าพีเอสเอ ดูการทำงานของต่อมลูกหมาก จากที่เกินค่าปกติไปมาก กลับลดลงอย่างน่าพอใจ

-------------------------------------

ท่านเป็นตัวอย่างผู้ปวยมะเร็งที่มีกำลังใจดีเยี่ยม ไม่รู้สึกตกอกตกใจอะไรเลยที่ทราบว่าเป็นมะเร็ง และที่สำคัญท่านมีความรู้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่เกิดจากอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง และมีทางที่จะหายได้ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด

ท่านได้เสนอวิธีเอาชนะมะเร็งต่อมลูกหมากไว้ในหนังสือ "ชีววิถีแนวใหม่ พิชิตมะเร็งพ่าย" ว่า

1.ตัดอาหารทุกชนิดของมะเร็ง (น้ำตาล เกลือ น้ำมัน เป็นต้น)โดยเด็ดขาด

2.เพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว ด้วยการไม่กินน้ำตาลเพราะน้ำตาลจะไปลดความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว กินวิตามินและพืชผัก ที่เพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว กินสมุนไพร ออกกำลังกาย พอสมควร ไม่หักโหม ลดหรืหลีกเลี่ยงความเครียดทุกชนิด

3.ลดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นตัวที่จะไปเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์มะเร็ง

-----------------------------

นับว่าท่านเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การที่ผู้ป่วยรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องมะเร็งที่ถูกต้อง จะช่วยให้ดูแลรักษาตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีผลให้การรักษาได้ผลดีอย่างรวดเร็ว อย่างที่ท่านสามารถพิชิตมะเร็งได้ภายใน2เดือนเองครับ