The great leader speaks little. He never speaks carelessly. He works without self-interest and leaves no trace. When his work is done, the people say, "We did it, all by ourselves!"
         หลังจากที่ได้อธิบายหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับเต๋ามาพอประมาณ ผมก็ได้นำเข้าสู่ประเด็นเรื่องการบริหาร โดยได้หยิบยกเต้าเต๋อจิง บทที่ 17 ที่พูดเกี่ยวกับผู้บริหาร (ผู้นำ / ผู้ปกครอง) ไว้ดังนี้

 

         ผมว่านี่คือผู้นำที่สร้างการมีส่วนร่วม (Participation) ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นการนำแบบอยู่ข้างหลัง (Lead from behind) ซึ่งไม่ได้แปลว่ากลัวแล้วไปหลบอยู่ข้างหลัง เพราะจริงๆ แล้วการนำแบบนี้จะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจเรื่อง "การเอื้ออำนาจ (Empowerment)" ได้ดีทีเดียว เรื่อง Empowerment เป็นเรื่องที่คนหลงประเด็นกันค่อนข้างมาก Empowerment ไม่ได้แปลว่า “ข้ามอบทุกอย่างให้เองไปทำ (ตามที่ข้าต้องการ)” เพราะนั่นย่อมแสดงว่ายังอยู่ในโหมด Command & Control (สั่งการและควบคุม) อยู่ Empowerment ที่แท้จริงหมายถึง Make others powerful เป็นการเอื้อ เป็นการเสริม ให้คนได้ใช้ศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่อย่างเต็มที่ ผู้นำประเภทนี้ต้องทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ไม่ใช่ใช้แต่อำนาจที่มีอยู่ ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนบทบาทจาก “คุณอำนาจ” มาเป็น “คุณอำนวย หรือ คุณเอื้อ”

 

         Empower ไม่ใช่ การปล่อยให้ทำ โดยที่ผู้นำไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่ใช่การปล่อยแบบ “ทิ้งๆ ขว้างๆ” ไม่สนใจใยดี การปล่อยแบบนี้เรียกว่า “ปล่อยปละละเลย” ถือว่าเป็นการ "เพิกเฉย" แต่ไม่ใช่การวางเฉยแบบที่เรียกว่า “อุเบกขา” อุเบกขาไม่ใช่เฉยแบบ “เฉยเมย” แต่เป็นเฉยแบบ "เฉยมอง" คือยังต้อง “ตามดู” มีการ Monitor อยู่ตลอดเวลา จะได้ปรับเปลี่ยน “กระบวนท่า” ได้ทันท่วงที ผู้ที่ทำได้เช่นนี้ได้ ถือว่าเป็นผู้บริหารที่มี Flexibility มีความยืดหยุ่นดีทีเดียว