วันนี้เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่งที่เราได้ทำความดีให้แก่พ่อแก่แม่และญาติพี่น้อง ตอนแรกเราเกือบจะสูญเสียโอกาสครั้งนี้ไปแล้วเพราะคิดมาก กลัวไม่ดี กลัวทำแล้วไม่ดี แต่การตัดสินใจทำครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า "ทำแล้วไม่ดี ก็ยังดีกว่าไม่ทำ..."
หลายวันก่อนหมู่คณะมาบอกเราว่าจะขึ้นสาธยายศีลทั้ง 227 ข้อให้หมู่คณะฟังไหม เพราะคนที่ได้คิวนั้นเขาสละสิทธิ ตอนแรกเราก็ลังเลอยู่นิดหน่อยก็เพราะว่าไม่ได้ทวน ไม่ได้ซ้อม ขึ้นไปท่องแล้วก็ว่าจะไม่ดี กลัวโน่น กลัวนี่ แต่ก็ตัดใจว่าตกลงจะขึ้นท่อง หาบุญหากุศลให้พ่อให้แม่หน่อย
แล้วยิ่งวันก่อน (วันเสาร์ที่ผ่านมา) มีหมู่อีกคนหนึ่งมาบอกตรง ๆ เลยว่า เขาจะขอขึ้นท่องครั้งนี้นะ เรารีบบอกกลับไปอย่างไวเลยว่า "เฮ้ย ไม่ได้" ผมจะท่อง (ในใจก็คิดว่า จะท่องได้ดีหรือเปล่าวะเนี่ย แต่ก็ยืนยันไปอย่างนั้น) ผมก็ทวนของผมเรื่อย เขาก็โอเค
นึกย้อนกลับไปวันนั้นก็ดีใจนะ ที่เรายืนยันว่าเราจะ "ทำความดี" ทั้ง ๆ ที่ไม่มั่นใจเลยว่าสิ่งที่ทำนั้นจะออกมาดีหรือไม่
แต่วันนี้เราก็ได้รู้ว่า ผลที่ออกมามันไม่สำคัญเท่าสิ่งที่ได้เราทำลงไปนักหรอก เพราะกว่าที่เราจะขึ้นไปท่องได้ ถึงแม้ว่าจะได้เตรียมตัวน้อย (2-3 วัน) แต่ในสองถึงสามวันนั้น เราก็ต้องตั้งจิต ตั้งใจ ตั้งสมาธิให้แน่วแน่ในการทบทวนการสาธยายศีลทั้ง 227 ข้อ
เราอยู่มาสามปีกว่า ได้โอกาสขึ้นท่องสิบกว่าครั้ง ตอนแรกก็จดไว้ ตอนนี้ไม่ได้จดแล้ว เลยจำไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นท่องที่เชียงใหม่ ที่แพร่หนึ่งครั้ง แล้วก็ไปที่วังน้ำเขียวหนึ่งครั้ง แต่ตอนไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ครึ่งปีนั้นไม่ได้ท่องเลย
ตอนก่อนไปขึ้นท่องวันวิสาขบูชา (พ.ศ.2552) ที่เชียงใหม่ แล้วก็กลับมาท่องอีกทีเดือนมกราคม 2553 (เกือบลืมไปเลย) นึกไปแล้วก็เสียดาย แต่จะไปโทษใครได้เล่า ก็เรามันไม่กระตือรือร้นไปขอเขาท่องเองนี่ ก็ได้แต่นั่งรอให้เขามาเชิญ เขาไม่มาเราก็อด ทีหลังต้องรู้จักเสนอหน้าหน่อยนะเรา หัดไปขอโอกาสเขาบ้าง ไม่ใช่นั่งรอแต่โอกาส
ขนาดครั้งนี้มีโอกาสยื่นมาให้ เราก็เกือบพลาดเพราะเจ้าความคิดบ้า ๆ ที่กลัวไม่ดี กลัวเสียชื่อ กลัวเสียหน้า แต่ก็ยังดีนะที่ตอนหลังยังกล้าที่จะยืนยันว่าจะต้องทำความดีในครั้งนี้ให้ได้
เฮ้อ คิดไปแล้วก็ดีใจ ที่ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป เพราะเราหรือใครก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ถึงความตายแม้นพรุ่งนี้...

ฤดูหนาว ปักษ์ที่ 9 จากทั้งหมด 10 ปักษ์(มีอธิกมาส) เชียงใหม่ 15 มีนาคม 2553
“ การทำงานด้วยน้ำใจรัก ต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง ที่พูดเช่นนี้เหมือนกับสอนให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึง คราวจำเป็นก็ต้องปิดว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้าไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้......”
พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ( ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาฯ ณ หอประชุม จุฬาฯ 25 ก.ค. 2506)
ปิดทองหลังพระ
หลาย ๆ ครั้งเราไม่กล้าทำความดี เพราะกลัว กลัวโน่น กลัวนี่ จะปฏิบัติธรรม จะเคร่ง จะครัดก็กลัว "กลัวจะนิพพาน"
แต่หลาย ๆ ครั้งเราไม่กลัวที่จะทำความเลว เพราะในทางแห่งความเลวนั้น คนเยอะ เพื่อนเยอะ
จะไปทำความดีกันที คนน้อย เพื่อนน้อย จะไปทำก็หวิว ๆ เพราะคนอีกสายหนึ่งเขาก็มีกันมากเหลือเกิน
ถนนสายแห่งความดีนี้จึงว้าเหว่ เงียบเหงา ไม่ครึกครื้น ตื่นเต้นเหมือนถนนแห่ง "อบาย"
ถนนอบายแม้นคนแน่นก็ยังเบียด ยังแก่ง ยังแย่งกันเข้าไป
เปรียบเหมือนกับที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าในวันอาทิตย์ รถแน่นเหลือหลาย วนแล้ว วนอีก วนหลายสิบ หลายรอบก็ยังไม่ได้ที่จอดรถ ซึ่งแตกต่างจากที่จอดรถที่บ้านของพ่อและแม่ที่ว่างเสมอที่จะรอลูกกลับมาเยี่ยม มาเยือน
บางคนจะแสดงความรักกับพ่อ กับแม่ ก็อาย ก็เขิน
จะกราบพ่อ กราบแม่ครั้งหนึ่งก็ต้องรอถึงวันพ่อ วันแม่ ซึ่งปีหนึ่งจะมีเพียงครั้งหนึ่งที่จะได้กราบพ่อ และอีกครั้งหนึ่งที่จะได้กราบแม่
ปรากฏการณ์ทางสังคมมักกระตุ้นให้คนห่างพ่อ ไกลแม่
ไกลจากตัว ไกลจากหัวใจ ทำให้ขาดไร้ซึ่ง "คุณธรรม"
คำที่พ่อ ที่แม่สอน คือธรรมะอันประเสริฐ หลาย ๆ คนฟังพ่อ ฟังแม่สอนไม่ได้ ก็เพราะว่าเรามีไว้ซึ่ง "ใบปริญญา"
ใบปริญญาทำให้เราหลง เราละเมอว่าเราเก่ง เราฉลาด เรารู้ดีกว่าพ่อ กว่าแม่
การสอบได้เกรด A วิชาคุณธรรม หรือได้ใบประกาศทางจริยธรรม มิได้สำคัญเท่าคุณธรรมที่เราจะพึงกระทำต่อพ่อและแม่
วันนี้หลายครั้งเราหลงว่า เงินคือตัวแทนแห่งคุณธรรมที่สามารถผ่องถ่ายความยุติธรรมที่ลูกจะพึงกระทำให้พ่อและแม่
ด้วยความคิดดังนี้เราจึงเพิกเฉย ดูดายที่จะกลับไปมองหน้าท่าน ดูความเสื่อม ความโทรมแห่งใบหน้า แห่งผิวกายท่าน ที่ได้เคยใช้เลือดกลั่นเป็นน้ำนม ใช้เนื้อและกระดูกผสมเพื่อปกป้องภยันตรายไม่ให้เกิดขึ้นกับเรา
หากวันใดเราต้องที่จะทำความดี ก็ขอให้มีที่ว่างที่จะทำความดีให้กับพ่อและแม่
การทำความดีให้คนอื่นหมื่นแสน มิเปรียบแม้นได้ทำความดีให้กับพ่อและแม่
กราบพระหมื่นองค์ แสนองค์ ก็มิมีคุณค่าเท่ากับเพราะอรหันต์ทั้งสององค์ภายในบ้าน
วันนี้เราทำความดีเพื่อพ่อและแม่แล้วให้สมค่าแม้นที่ได้ชื่อว่า "ลูก" แล้วหรือยัง...?