แบตเตอรี่ หรือภาษาบ้านผมเรียกว่า ถ่าน
แบตเตอรี่ที่เราใช้กับกล้องดิจิทัล หรือใส่เครื่องเล่นซีดี แบบพกพา หรือใส่อะไรก็ได้ ที่มีช่องให้ใส่แบตเตอรี่ ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้
1. Nickel cadmium (NiCd)
เป็นแบตเตอรี่รุ่นเก่า ส่วนใหญ่จะมีขนาด AA แบบนี้จะไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว นอกจากจะให้กำลังไฟที่ต่ำแล้ว ยังมีอาการ Memory effect เนื่องจากประจุไฟในแบตเตอรี่ที่ถูกใช้ไม่หมดยังคงสะสมอยู่ การชาร์จไฟเข้าไปใหม่ในขณะที่ยังมีประจุไฟฟ้าเดิมค้างอยู่ ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถจำค่าสูงสุดที่มันเคยเก็บไว้ในค่าเดิมได้ ชาร์จไฟใหม่อยู่บ่อย ๆ เและหากเกิดขึ้นบ่อยๆ เข้า แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ
การแก้ปัญหาอาการ Memory effect ก่อนที่จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ครั้งใหม่ทุกครั้งจะต้องทะการลดค่าประจุ หรือที่เรียกว่า Discharge Battery พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือการทำให้แบตเตอรี่หมดนั่นเอง คงจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับ ว่าทำไมเราต้องทำให้แบตเตอรี่หมด เพราะว่าแบตเตอรี่ชาร์จแบบ Nickel cadmium (Ni-Cd) นั้นจะมีค่าความจำอยู่ในตัว Memory Effect ดังนั้นเราจึงต้องทำการลดค่า Memory Effect ก่อนชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้ง ถ้าเราไม่ทำการลดค่าประจุ หรือ Discharge จะทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ไม่เต็มเท่าความจุที่กำหนดไว้ของแบตเตอรี่ ส่งผลให้เวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ในแต่ละครั้งสั้่นลง หรือพลังงานของแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็วนั้นเอง และเสื่อมสภาพไปในที่สุด
2. Nickle metal hydride (NiMh)
แบบนี้เป็นแบบที่ทันสมัยในปัจจุบัน นิยมใช้กันมาก มีขนาดเท่ากับแบตเตอรี่ทั่วไป แต่ประสิทธิภาพดีกว่า สามารถให้กระแสไฟได้สม่ำเสมอ และไม่มี Memory effect ไฟไม่หมด ก็สามารถนำไปชาร์จใหม่ได้ ไม่ต้องรอใช้จนถึงหยดสุดท้ายก็ได้
เรื่องอายุการใช้งาน ขึ้นอยู่กับครั้งของการชาร์จ เช่น แบตเตอรี่สามารถชาร์ทได้ 1000 ครั้ง แล้วหมดอายุ หมายความว่า เราชาร์ท 1 ครั้ง จะไฟหมดหรือไม่หมด แบตเตอรี่ก็จะหมดอายุไป 1 ครั้ง พอชาร์ทครบจำนวน 1000 ครั้ง ก็แปลว่า ถึงเวลาที่แบตเตอรี่หมดอายุแล้ว ก็พยายามใช้ให้ไฟหมดก่อน แล้วค่อยนำไปชาร์ทใหม่ จะได้ไม่เสียอายุงาน แยตเตอรี่จะได้อยู่กะเรานาน ๆ
3. Lithium ion (Li-On)
เป็นแบตเตอรี่ ทีมีคุณภาพสูง มีขนาดแตกต่างกันออกไปแล้วแต่บริษัทจะผลิตออกมา และจะใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า รุ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะ แบบนี้สามารถเก็บพลังงานได้มากกว่า แม้จะมีขนาดเล็กก็ตาม ชาร์จพลังงานได้เต็มเร็วกว่า ไม่เกิด Memory effect อีกด้วย แต่มีราคาที่แพงมาก แต่ข้อเสียคือ ไม่ควรปล่อยให้ไฟหมดเป็นเวลานาน ๆ เกิน 1 เดือน เพราะจะทำให้หมดสภาพในการประจุไฟฟ้าใหม่ พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ มันชาร์จไฟไม่เข้า แต่ถ้าจะไม่ใช้เป็นเวลานาน ๆ ต้องชาร์จไฟให้เต็มก่อน แล้วค่อยนำไปเก็บไว้ แบตเตอรี่จะได้ไม่เสีย
เรื่องอายุงาน นับจำนวนเป็นรอบ เช่น 1000 รอบ จะหมดอายุ ก็หมายความว่า ถ้าใช้ไฟไปแล้ว 50 % ของไฟทั้งหมดในแบตเตอรี่ แล้วนำไปชาร์จ ให้เต็ม ครบ 100 % ตามเดิม เรียกว่าหมดอายุไปเพียงครึ่งรอบ และเมื่อใช้ไปอีก 50 % แล้วนำไปชาร์ตให้เต็มอีก ก็รวมเป็น 1 รอบ ของการใช้งาน นี่คือข้อดีของแบตเตอรี่ชนิดนี้ครับ คือไม่นับเหมือนกับในข้อ 2 ที่เป็นครั้ง แบตเตอรี่ชนิดนี้ไม่ต้องดูแลอะไรมาก อยากใช้ก็ใช้ หมดไม่หมด ก็เอามาชาร์จได้
ที่มา :
ทวีศักดิ์ ทิพย์รอด.(2549). การถ่ายภาพดิจิทัล. ปัตตานี : ปัตตานีการช่าง.
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O2756104/O2756104.html http://airflyclub.com/index.php?option=com_content&view=article&id=51:-discharge-battery&catid=43:-discharge-battery&Itemid=76
ได้ความรู้อีกเรื่องสิ่งนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้