Appreciative Inquiry

เมื่อวานผมเขียนเรื่องขับ AI... .ให้ได้แสนกิโล  หลายคนฟังอาจถอดใจว่ามันไกล เหลือเกิน จริงๆเป็นแค่คำอุปมาอุปไมยครับ ไม่ได้โหดขนาดนั้นครับ  ผมเลยเขียนบทความเพิ่มเติมครับ โดยจากการสังเกตความก้าวหน้าของคนที่ทำ AI Project กับผมมาสี่รุ่น (รปีนี้รุ่นที่ 5)  รุ่นที่หนึ่งกับสอง ไม่ทำต่อแล้วครับ จะว่าไปตอนนั้นทักษะของผมไม่ได้จริงๆ ตอนที่ทำเห็นผลวูบวาบครับ และไม่ได้วัดเป็น KPI ออกมาจริงๆ

รุ่นที่สามนี่เป็นช่วงที่ผมทำชุมชมนักปฏิบัติ AI Thailand ขึ้นมาแล้วจริงจัง พยายามช่วยเหลือให้นักศึกษา และผู้สนใจให้ลงมือปฏิบัติจริงครบ 4-D ส่วนผมก็ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง Appreciative Inquiry แบบ ใช้Action Research เป็น Research Methodology หลักแล้ว AI เป็น Intervention ไปด้วย ครับ ช่วงนี้เราทำอะไรเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก รุ่นที่สามนี่จาก 32 คนที่สนใจเข้ามาคุยกับผมนะครับ ปัจจุบันที่ยังทำต่อเนื่องอยู่มีอยู่สี่คนครับ ไม่ทำ กลุ่มต่อมาเลิกสนใจ AI ไปแล้วด้วยเหตุผลที่ว่า “ยุ่งกับเรื่องอื่นๆ” ราวๆ 10 ราย ที่เหลือบอกว่า “นิสัยการทำงานเปลี่ยนไป รู้จักสังเกตมากขึ้น” สรุปแล้วจากเริ่มต้น 32 คน ระกว่างสี่เดือนที่ทำ AI Project เห็นประเภท High Impact มากๆ เช่นยอดขายเพิ่มมากๆ นี่ประมาณ 10 ราย หรือราวๆ 30% กว่าครับ จาก 10 รายนี่ทำต่อมาอีกด้วยตนเองก็ 4 คนนี่เองครับ

ผมจะยังไม่พูดถึงรุ่น 4 ครับ เพราะรอปีหน้า จริงๆรุ่น 4 นี่ผลจะแรงกว่ารุ่น 3 ครับ แต่ยังไม่แน่ว่าจะยั่งยืนถึงไหน สี่คนยังทำต่อในรุ่น 3 นี่เป็นใครครับ ทั้งหมดอาศัยอยู่ที่อำเภอพล ขอนแก่นครับสามคนเป็นพยาบาล อีกคนเป็นวิศวกรอยู่สระบุรีแต่กลับบ้านทุกสุดสัปดาห์ครับ จุดร่วมของสี่คนที่ยังคงทำ AI ต่อแล้วยังขยายผลต่อมีดังนี้ครับ

  1. ทั้งสี่คนเคยทำ AI กับผลพร้อมกันๆ ตอนที่ผมก็ยังงูๆปลาๆ แต่ผมพยายามติดตามและให้ feedback ครับ แต่ปรากฏว่าผลงานออกมาดีมากๆครับ สักเดือนครึ่งเริ่มเห็นครับ ประมาณเดือนที่สามเขาลุยไปเองเลย ผมให้กำลังใจและ ให้เขาได้สอนเพื่อนๆ อีกหลายๆคนครับ
  2. พยาบาลสามท่านอยู่ในหน่วยงานของสาธารณสุขซึ่งกระแสการใช้ OD, R2R และ Happiness workplace กำลังมาแรง ทั้งหมดรู้จัก AI, World café มาก่อน พอลงมือทำก็ไปได้สวยครับ คนที่สี่เป็นวิศวกร ตอนแรกทำได้แค่แผนกของตนเองที่มีสิบสี่คน นายยังไม่เห็นภายหลังปีที่สาม โรงงานทำ TQM จึงได้กลายเป็นกำลังหลัก โรงงานกลับมาให้การสนับสนุนครับ สรุปได้ว่า “ทั้งสี่คนมีทักษะพอ และอยู่ในจุดที่สามารถบูรณาการ AI เข้ากับสิ่งที่องค์กรกำลังเน้นอยู่ได้อย่างลงตัว”
  3. ทั้งหมดนี้เท่าที่ผมสังเกตุครับ คือ ถามคนสัก 20-30 คน เลือก Discovery ที่พอทำได้มาขยายผลสัก 3-5 เรื่อง ก็บินเดี่ยวได้เลยครับ
  4. แต่จุดต่างของคนที่ทำต่อหรือไม่ ก็คือ “หาเรื่องทำต่อได้ครับ" เช่นกลุ่มเมืองพล ขยายงานต่อไปในกลุ่มใหญ่ขึ้น” วิศวกรโรงงานท่านนั้นก็ยกระดับ AI จากแผนกในโรงงาน 14 คนเป็น TQM ของโรงงานครับ  (รุ่นห้าผมเน้นสร้าง CoP มากครับ เผื่อยั่งยืนกว่าเดิมและ เผื่อแก้ปัญหาข้อที่สองได้)
  5. เท่าที่ดูทั้งหมดมีนิสัยเป็นคนชอบริเริ่ม และชอบทำงานครับ (ไม่ใช่ริเริ่ม แต่ให้คนอื่นทำ) ชอบลองและลุยครับ

ครับการขับรถแสนกิโล ถ้าขับทุกวันก็ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ สำหรับคนที่ตั้งใจทำจริงจัง ไม่นานก็ได้สัก 75,000 กิโลครับ แต่ 25,000 กิโล หรือไกลกว่านั้นคุณจะขับไปได้หรือไม่ อยู่ที่คุณมีเป้าหมายว่าจะขับต่อหรือไม่ และจะไปทางไหน

ในมุมของ AI คือคุณจะทำอะไรให้มากกว่าเดิมหรือเปล่า ทางมีอยู่แล้วครับ