จากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปาก ของนักเรียนพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ทางการมองเห็น และทางด้านร่างกาย ประจำปีการศึกษา 2551 โดยคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น พบว่า นักเรียนพิการมีความชุกของการเกิดโรคฟันผุในฟันถาวรสูงถึงร้อยละ 72.2 โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจทันตสุขภาพของจังหวัดขอนแก่นในปี 2541 ที่พบอัตราการเกิดโรคฟันผุ ร้อยละ 44.4 ในนักเรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น และร้อยละ 62.0 ในนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน ตามลำดับ นอกจากนี้ ความชุกของการเกิดโรค ฟันผุในนักเรียนพิการยังสูงกว่าเด็กทั่วไป
ทั้งนี้เนื่องจากเด็กเหล่านี้มีข้อจำกัดทางกายภาพอันส่งผลต่อความสามารถและประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ลดลงกว่าเด็กทั่วไป ข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบบริการทันตสุขภาพ รวมทั้งปัญหาด้านการสื่อสารและความร่วมมือของเด็ก นอกจากนี้ การสร้างเสริมทันตสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากของเด็กให้ได้ผล ยังต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการดูแลสุขภาพเด็กที่บ้าน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องและสร้างความตระหนักให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “สร้างเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียนเด็กพิการ จังหวัดขอนแก่น” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนพิการสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดเด็ก ให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ถูกต้อง และเพื่อให้บริการแก่ครูและนักเรียนพิการ อย่างครบวงจร ประกอบด้วย การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรคในช่องปาก ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาสุขภาพช่องปาก อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปแล้ว
โครงการนี้จะเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาทันตแพทย์และนักศึกษากายภาพบำบัด โดยผสมผสานการดูแลสุขภาพช่องปากกับการดูแลสุขภาพร่างกาย และแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการทำงานร่วมกันของทีมสุขภาพ และพัฒนาตามแนวคิดเยาวชนจิตอาสา เชื่อมโยงการเรียนรู้งานจิตอาสากับความรู้ทางสุขภาพและปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
กิจกรรม
1.จัดกระบวนการกลุ่มเพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาทันตแพทย์และนักศึกษากายภาพบำบัดในการทำงานร่วมกัน โดยดำเนินกระบวนการภายใต้แนวคิดจิตอาสา
2.นักศึกษาทันตแพทย์และนักศึกษากายภาพบำบัดวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน โดยเตรียมความรู้ที่เหมาะสมในการดำเนินงานในกลุ่มเป้าหมาย และเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินงาน
3.ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเป้าหมาย “จิตอาสาพี่พาน้องดูแลสุขภาพ” โดยมีนักศึกษาทันตแพทย์และนักศึกษากายภาพบำบัดที่เป็นอาสาสมัครในโครงการฯ รับผิดชอบจัดฐานความรู้แก่นักเรียนพิการ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ครั้งละ 3 ชั่วโมง โรงเรียนละ 2 ครั้ง
4.ดำเนินโครงการอบรมในการดูแลสุขภาพของเด็กพิการในปกครองโดยโครงการย่อย “อบรมผู้ปกครองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กพิการ” ในวันสิ้นสุดภาคการศึกษา เดือนมีนาคม 2553 ดำเนินการโดย อาจารย์ทันตแพทย์และอาจารย์กายภาพบำบัด โดยมีนักศึกษาจากทั้งสองคณะเป็นผู้ช่วยการดำเนินกิจกรรม
5. จัดกระบวนการกลุ่มเพื่อถอดบทเรียนการเรียนรู้ของนักศึกษา