หญิงมีครรภ์เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีสภาพปัญหาสุขภาพช่องปาก ที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงจากภาวะปกติ นอกจากนั้นยังพบว่ามารดาเป็นแหล่งสำคัญในการถ่ายทอดเชื้อ Streptococcus mutans สู่ลูก  การที่เด็กได้รับเชื้อจากมารดานั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อในมารดา  หากระดับเชื้อในมารดาสูงจะทำให้บุตรติดเชื้อสูงตามไปด้วย  แม่ซึ่งจะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับบุตรของตนที่สุด  หากพบว่าแม่เป็นโรคในช่องปาก  และได้รับการตรวจพบพร้อมทั้งให้คำแนะนำและการรักษาแต่แรก  นอกจากจะทำให้ความรุนแรงและการลุกลามของโรคในช่องปากของแม่ลดลง  ยังลดโอกาสการแพร่เชื้อ ไปยังบุตรของตนเองอีกด้วย

ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากของหญิงมีครรภ์ และการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับหญิงมีครรภ์ในการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และบูรณาการไปกับการดูแลสุขภาพโดยรวม

ดังนั้นผู้วิจัยจะพัฒนารูปแบบการส่งเสริมทันตสุขภาพในกลุ่มหญิงมีครรภ์  ที่สอดคล้องกับความต้องการของหญิงมีครรภ์และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยให้ความสำคัญในการเข้าใจบริบท ความต้องการของแต่ละบุคคล  เน้นการสร้างเสริมสุขภาพแบบบูรณการของทีมบุคลากรสาธารณสุขที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลหญิงมีครรภ์ เช่น คลินิกฝากครรภ์ คลินิกทันตกรรม  รวมถึงการมีคู่มือส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของรูปแบบการส่งเสริมทันตสุขภาพ ซึ่งเดิมนั้นจะมีคู่มือฯ ที่มีประเด็นทางสุขภาพโดยรวม และเป็นคู่มือที่มีหญิงมีครรภ์ให้ความสำคัญในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้การทำความเข้าใจพัฒนาการ และการสื่อสารระหว่างหญิงมีครรภ์กับทีมงานทางการแพทย์ แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ที่เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากนั้น ยังเป็นลักษณะที่ไม่ชัดเจน ดังนั้น ผู้วิจัย จึงร่วมกับทีมงานทางการแพทย์ในโรงพยาบาลฯ หารูปแบบคู่มือสำหรับหญิงมีครรภ์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับความต้องการของหญิงมีครรภ์ ส่งเสริมการประเมินสุขภาพและการปฎิบัติที่เหมาะสมด้วยตนเองได้

กิจกรรม

ระยะที่ 1  พัฒนารูปแบบการส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์

  • ผู้วิจัยดำเนินการอภิปรายกลุ่มย่อยในหญิงมีครรภ์และบุคลากรสาธารณสุข โดยเน้นการทำความเข้าใจวิธีคิดของหญิงมีครรภ์และการมีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพช่องปากและคู่มือฯ เพื่อให้ได้รูปแบบโครงการฯ และคู่มือส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์ที่สอดคล้องกับความต้องการและความสะดวกในการใช้
  • ดำเนินโครงการฯ และใช้คู่มือส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์โดยทันตาภิบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำคลินิกฝากครรภ์  โรงพยาบาลจะนะ  เป็นระยะเวลา 2 เดือน (pilot study)
  • ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามกับหญิงมีครรภ์  หลังจากดำเนินโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์เพื่อให้ได้ข้อมูลดังต่อไปนี้

1)       ข้อมูลทั่วไป 

2)       ประเมินรูปแบบโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์

3)       ประเมินคู่มือส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์

ระยะที่ 2   ประเมินประสิทธิผลโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพหญิงมีครรภ์

  • ผู้วิจัยอธิบายเกี่ยวกับงานวิจัยและใบเชิญชวนเข้าร่วมโครงการวิจัยแก่หญิงมีครรภ์ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลจะนะ
  • ใช้แบบสอบถามกับหญิงมีครรภ์เพื่อให้ได้ข้อมูลดังนี้

1)       ข้อมูลทั่วไป

2)       ความรู้ด้านทันตสุขภาพ

3)       ทัศนคติด้านทันตสุขภาพ

4)       พฤติกรรมด้านทันตสุขภาพ

  • ใช้แบบตรวจสภาพช่องปากกับหญิงมีครรภ์เพื่อให้ได้ข้อมูลดังนี้

1)       ฟันผุ

2)       PI

3)       GI

  • ตรวจสอบแฟ้มประวัติหญิงมีครรภ์ (OPD Card)  เพื่อให้ได้ข้อมูลดังนี้

1)       ประวัติการมารับบริการทันตกรรม

2)       ประวัติ complication ของครรภ์  หรือโรคทางระบบ