ให้การพยาบาล อย่างไร ?เมื่อถูก... ผึ้ง ต่อ แตน...ต่อย

การพยาบาลเมื่อ ผึ้ง ต่อ แตน...ต่อย

ก่อนอื่นพยาบาล ER/AE ควรทราบเกี่ยวกับแมลงเหล่านี้ก่อนนะคะ

ลักษณะของ ผึ้ง(Honey bee)  ต่อ (Wasp) แตน (Hornet)

ผึ้ง  เป็นแมลงที่มีเหล็กไน(stinger) โดยผึ้งตัวเมียจะดัดแปลงมาจากอวัยวะที่ใช้วางไข่ตรงปลายสุดของท้องเป็นเหล็กไนยื่นยาวออกมา    เมื่อต่อยแล้วเหล็กไนแทงจะหลุดและปล่อยน้ำพิษออก  ผึ้งจะตายหลังต่อย  ผึ้งที่ต่อยศัตรูคือผึ้งงานและผึ้งนางพญา  ดังนั้นผึ้งงานหนึ่งตัวจะต่อยได้เพียงครั้งเดียว ยกเว้นผึ้งนางพญา เมื่อต่อยศัตรูแล้วจะไม่ปล่อยหรือทิ้งเหล็กไน จึงทำให้สามารถใช้เหล็กไนต่อยได้อีกหลายครั้ง

ต่อ  แตน  ตัวเมียมีเหล็กไนและต่อมพิษเช่นเดียวกับผึ้ง  แต่เมื่อต่อยศัตรูแล้วจะไม่ปล่อยหรือทิ้งเหล็กไน จึงทำให้สามารถใช้เหล็กไนต่อยศัตรูได้อีกหลายครั้ง   

ต่อมพิษ    มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีแตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วมีผลทำให้ เกิดอาการเจ็บปวด กล้ามเนื้ออักเสบ  คัน บวม  เม็ดเลือดแดงแตก  ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทกระตุ้นให้เกิดการสลายตัวของมาสเซลล์ และหลั่งฮิสตามีนซึ่งมีความสำคัญในการสร้างพิษ นอกจากนี้ยังพบว่าแมลงกลุ่มนี้ร้อยละ 53 ทำให้เกิดปฏิกิริยาอนาฟัยแลคซิสได้ 

ลักษณะทางคลินิก

ปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อพิษจากการกัดและต่อยของสัตว์ขาข้อ อาจก่อให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้

  1. ปฏิกิริยาแบบเฉียบพลัน( immediated reaction)เกิดอาการหลังถูกกัดหรือต่อย ภายใน 2-4 ชั่วโมง

1.1.   ปฏิกิริยาไม่รุนแรงเฉพาะที่ (local reaction) เกิดจากการกัดหรือต่อย 1-2 ครั้งในเวลา 2-3 นาที จะทำให้เกิด อาการปวด บวม คัน ผื่นแดงเล็กน้อยบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อยเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 5 เซนติเมตร  จะเริ่มภายใน 2-3 ชั่วโมง ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

1.2.   ปฏิกิริยารุนแรงตรงบริเวณที่กัดหรือต่อย (large local reaction)  จะมีอาการปวด บวม คัน ผื่นแดงบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อย  อาการบวมจะขยายบริเวณกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 5 เซนติเมตร และเต็มที่ใน 24-48 ชั่วโมง อาการจะหายเองใน 5-10 วัน  

1.3.   ปฏิกิริยาแพ้ที่มีอาการทั้วตัว ( systemic reaction ) อาการจะเกิดต่อระบบต่างๆของร่างกายไม่เฉพาะบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อย  เช่น ลมพิษ แองกิโออีดีมา หรืออาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

1.4.   ปฏิกิริยาอนาฟัยแลคซิส ( anaphylaxis reaction) เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุด พบได้ร้อยละ 11 ของผู้ป่วยที่ถูกแมลงต่อย ส่วนใหญ่เกิดอาการใน 15-30 นาที ไม่เกิน 2 ชั่วโมง  ในคนที่มีอาการรุนแรงอาจช็อคและเสียชีวิตภายใน 10-15 นาที

1.5.   ปฏิกิริยาจากน้ำพิษของแมลง(toxic reaction) เป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากถูกแมลงหลายตัวต่อยพร้อมกัน ได้รับสารพิษปริมาณมาก อาการอาจรุนแรงเหมือนปฏิกิริยาอนาฟัยแลคซิส

  1. ปฏิกิริยาแบบล่า(delayed reaction) เกิดอาการหลังถูกกัดหรือต่อย ภายใน 6 ชั่วโมง ไปจนถึง10-14 วัน อาการอาจแตกต่างกันออกไป เช่นซีรั่มซิคเนส(serum sickness) มีไข้  ปวดศีรษะ ปวดข้อ ต่อมน้ำเหลืองโต มีการตายของเซลกล้ามเนื้อ หลอดเลือดอักเสบ  เส้นประสาทอักเสบ  ธรอมโบซัยโตพีเนีย(thrombocytopenia)  ไตวาย  เป็นต้น ไม่ทราบกลไกการเกิดที่แน่นอน

การดูแลรักษา

1.   ให้การดูแลเฉพาะที่ กรณีอาการไม่รุนแรง (local care)

-          กรณีผึ้งต่อย หากมีเหล็กไนปักคาอยู่ต้องเอาออก โดยใช้สันมีด/การ์ดหรือใช้เทปกาวแปะและดึงออก ไม่ใช้นิ้วหรือปากคีบ(forceps)เพราะอาจทำให้บีบเอาพิษออกมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ปากคีบควรระมัดระวังคีบถูกถุงพิษซึ่งติดกับเหล็กไน

-          ทำแผลให้สะอาด

-          ประคบด้วยน้ำเย็นเพื่อลดปวด

-          ให้ยาต้านฮีสตามีนเพื่อลดอาการคัน

-          ให้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล

-          ถ้าบวมมากให้สเตอรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน 50 มิลลิกรัม /วัน เป็นเวลา 3 วัน

-          ยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ไม่จำเป็นในแผลที่ถูกผึ้งต่อย แต่จำเป็นในแผลที่ ต่อ แตนต่อย

-          เฝ้าระวัง ลมพิษ แองกิโออีดีมา ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน หายใจขัด หลอดเลือดขยาย เป็นลม ความดันโลหิตต่ำ  

2.   รักษาอาการอนาฟัยแลคซิส ( anaphylaxis)

3.   รักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เช่น ให้เลือดกรณีเลือดออกมากขึ้น ล้างไตกรณีไตวาย

การพยาบาล

  1. คัดแยกประเภทผู้ป่วยว่าอยู่ในระดับวิกฤต  ฉุกเฉิน  เร่งด่วนหรือไม่เร่งด่วน โดยซักประวัติ  ประเมินสัญญาณชีพ  สภาพผู้ป่วย อาการ อาการแสดงจากปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อพิษ ดังนี้ ลักษณะของบาดแผล รอยเขี้ยว อาการบวมแดง ขนาดของผื่นแพ้ ลมพิษ แองกิโออีดีมา อาการปวด ความไวในการเกิดปฏิกิริยา หายใจขัด เป็นลม ความดันโลหิต
  2. ลำดับความสำคัญในการรักษาพยาบาล

-          ระดับวิกฤต เช่น ผู้ป่วยที่มีปฏิกิริยาอนาฟัยแลคซิส ลมพิษ แองกิโออีดีมา หลอดเลือดขยาย หายใจขัด เป็นลม ความดันโลหิตต่ำ ปฏิกิริยาจากน้ำพิษของแมลง ถูกแมลงต่อยมากกว่า 500 ครั้งขึ้นไปในผู้ใหญ่ หรือมากกว่า 10 ครั้งในเด็ก  ควรได้รับการดูแลทันที ไม่เกิน 4 นาที และต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

-          ระดับฉุกเฉิน  เช่น ปฏิกิริยาแพ้ที่มีอาการทั้วตัว ลมพิษ แองกิโออีดีมา ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน แต่ไม่มีความดันโลหิตต่ำ ควรได้รับการดูแลภายใน 15 นาทีและต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

-          ระดับเร่งด่วน เช่น ปฏิกิริยารุนแรงเฉพาะที่เป็นบริเวณกว้าง ควรได้รับการดูแลภายใน 30 นาที  ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

-          ระดับไม่เร่งด่วน เช่น ปฏิกิริยาไม่รุนแรงเฉพาะที่  ควรได้รับการดูแลภายใน 60-120 นาที ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

  1. Position   จัดให้พักในท่าศีรษะสูงเล็กน้อยหรือท่าที่สุขสบาย ยกเว้น กรณีช็อคควรจัดให้นอนหงายราบ
  2. ให้การช่วยเหลือตาม ABCD ตามปัญหาของผู้ป่วยแต่ละคน เช่น จัดทางเดินให้โล่ง ดูแลให้ได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษา
  3. ดูแลให้สารน้ำและยาตามแผนการรักษา เช่น

-          ยาต้านฮิสตามีน กลุ่มออกฤทธิ์แย่งฮีสตามีนในร่ายกายในการจับกับ  H1 – receptor เช่น chlorpheniramine  cetirizine  loratadine  

-          ยาต้านฮิสตามีน กลุ่มออกฤทธิ์แย่งฮีสตามีนในร่ายกายในการจับกับ  H2 – receptor เช่น  ranitidine  cimetidine  

-          ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์  ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างcytokine และ mediatorsหลายตัว ลดการอักเสบ บวม ออกฤทธิ์ช้า แต่ให้ผลในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาแบบล่าหรือการเกิดปฏิกิริยาไบเฟสิคอนาฟัยแลคซิส

-          ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล   หรือยาชาเฉพาะที่

-          ยาอะดรีนาลีน เพื่อแก้ไขภาวะปฏิกิริยาอนาฟัยแลคซิส การบริหารยาที่ดีที่สุดคือฉีดเข้ากล้ามบริเวณหน้าขาออกฤทธิ์ได้ดีกว่าบริเวณเดลตอยด์

-          ยาขยายหลอดลม เพื่อแก้ไขภาวะหลอดลมตีบ หายใจมีเสียงวิ๊ด

-          ยาปฏิชีวนะ ป้องกันการติดเชื้อ

-          ยาป้องกันบาดทะยัก

  1. เฝ้าระวัง ผลข้างเคียงของยา
  2. กรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรง พยาบาลห้องฉุกเฉิน/หอผู้ป่วย ควรเตรียมอุปกรณ์  ยาฉุกเฉินและทีมกู้ชีวิตให้พร้อม เฝ้าระวัง บันทึก สัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด ติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
  3. วางแผนจำหน่าย โดยให้ข้อมูล

-          การติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

-          แนะนำการขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน โทร 1669

-          การป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงหลังได้รับการรักษาจนหายดีแล้วควรส่งปรึกษาแพทย์โรคภูมิแพ้ และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูกแมลงสัตว์กัด ต่อยซ้ำ พกบัตร Medic alertว่าแพ้หรือไวต่ออะไร  แนะนำให้มีชุดอะดรีนาลีน คิต (adrenaline kit) สำหรับฉีดเองกรณีฉุกเฉิน

นางสุนทราพร วันสุพงศ์

พยาบาล 8( ชำนาญการ)