เช้าเราชมเมืองโบราณ หิรัญนครเงินยางเชียงแสน หรือโยนกนคร หรือสุวรรณโคมคำนคร ที่ตั้งก่อนเมืองเชียงใหม่ และเชียงราย นานมาก แต่ทิ้งร้างไปและพระเจ้าแสนภู พระนัดดาของพระเจ้าเม็งรายฟื้นขึ้นมาเป็นเมืองอีกในปี พ.ศ. ๑๘๗๑ เมืองเชียงแสนตกเป็นของพม่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๐๑ ถึงปี ๒๓๔๗ ในสมัย ร. ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทรงโปรดให้ยกกองทัพไปแย่งกลับมาจากพม่า
การออกแบบเมืองโดยพญาแสนภู ในปี พ.ศ. ๑๘๗๑ จัดอย่างดี มีขนาดกว่า ๒ ตร. กม. มีกำแพงเมืองที่เหลืออยู่และกำลังได้รับการบูรณะ มีร่องรอยประตูเมือง ทางเทศบาลมีบริการรถไฟฟ้านำเที่ยวรอบเมือง แต่วันนี้รถเสีย เราจึงนั่งรถบัสของเราแทน โดยมีคุณสนธยา สุดตะวงศ์ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลขึ้นมาเป็นไก๊ด์นำชมและอธิบายบนรถ และพาไปที่ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณเชียงแสน เปิดวิดีโอให้ชม ทำให้ได้ความรู้มาก ผมกลับมาค้น อินเทอร์เน็ต ได้ข้อมูลในวิกิพีเดีย ไม่ละเอียดเท่าแผ่นพับของกรมศิลปากร น่าเสียดายที่กรมศิลป์ไม่เอาเอกสารแผ่นพับขึ้นเว็บ
เราแวะชมวัดป่าสัก วัดโบราณที่น่าชมที่สุดในเมืองเก่าเชียงแสน บริเวณกว้างขวาง เป็นป่าสักจริงๆ เจดีย์ประธานทรงมณฑปยอดระฆัง สวยงามมาก เราแวะวัดเจดีย์หลวงด้วย ผมเคยมาเที่ยวแล้ว ๒ ครั้ง
เอกสารของกรมศิลปากรเกี่ยวกับเมืองโบราณเชียงแสนดีมาก ให้ข้อมูลมากและนำเสนอดี แผนที่ประกอบแสดงที่ตั้งเมืองโบราณ ๔ เมืองในบริเวณแม่น้ำโขงช่วงนี้ คือเมืองสบรวก เมืองเชียงแสน เมืองเชียงแสนน้อย และเมืองโบราณฝั่งลาว (ดังในรูป) ทำให้เข้าใจชีวิตในสมัยโบราณริมฝั่งโขงได้ดีขึ้น ผมมีข้อสังเกตว่า ชื่อ “สุวรรณโคมคำ” นั้น ทางฝั่งไทยเราก็เรียกเมืองเชียงแสนโบราณ ฝั่งลาวก็เรียกเมืองโบราณของเขา ถ้าร่วมกันหาทางขุดค้นอย่างเป็นระบบเป็นวิชาการ สร้างความรู้และอำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว ก็จะช่วยให้การท่องเที่ยวในบริเวณนี้มีองค์ประกอบด้านโบราณคดีที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
เราได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสนด้วย โดยมีการพัฒนาขึ้นจากเดิม มีการจัดแสดงใหม่ๆ ทำให้รู้จักเมืองโบราณเชียงแสนดีขึ้น ผมได้เข้าไปชื่นชมกับเจ้าหน้าที่ ว่าพิพิธภัณฑ์ดีขึ้น จะดึงดูดคนมาเที่ยวเชียงแสน ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผมบังอาจไปแนะนำให้เขาจัดทำ audio guide อธิบายศิลปวัตถุชิ้นสำคัญๆ รวมทั้งทำวิจัยอธิบายโบราณวัตถุแต่ละชิ้น พิมพ์ขายนักท่องเที่ยวด้วย
ไก๊ด์พาเราแวะกินข้าวซอยที่ร้านข้าวซอยอนงค์ ที่อำเภอแม่จัน เป็นอาหารเที่ยง เราโดนทัวร์อื่นตัดหน้ากินข้าวซอยไปเกือบหมด เหลือ ๕ ชามเท่านั้น ผมจึงอาสากินอย่างอื่นคือขนมจีนน้ำเงี้ยว ที่อร่อยสู้ข้าวซอยไม่ได้ สาวน้อยเขากินข้าวซอย ผมจึงเท่ากับได้ชิมทั้ง ๒ อย่าง และทำให้นึกถึงข้าวซอย อ. ทองใบโภชนา ที่เรามากินตอนมาคราวที่แล้ว สาวน้อยบอกว่าข้าวซอยฮ่อไก่ของร้านแม่อนงค์รสจัดจ้านกว่า ผมจำไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าอร่อยทั้งสองที่
เวลา ๓ วันครึ่ง เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่ได้ความรู้มาก และได้พักผ่อนมากด้วย โดยนอนค้างโรงแรมชั้นดีบนดอย ๑ คืน ริมโขง ๒ คืน ได้เห็นบรรยากาศบนดอยแม่สะลองที่ระหว่างทางขึ้นดอยเห็นว่าพื้นที่เขายังคงเป็นป่าไม่ถึงครึ่ง นอกนั้นเตียนโล่งเป็นไร่ข้าวโพดในหน้าฝน
ระหว่างนั่งรถขึ้นดอยแม่สะลองเรานั่งที่นั่งด้านหน้า จึงชวนคนขับชื่อตุณตี๋ ซึ่งเป็นเจ้าของรถด้วย ตอนแรกแกบอกว่าเป็นคนเชื้อสายพะม่า แต่คุยเข้าจริงๆ จึงทราบว่าเป็นจีนกองพล ๙๓ ที่เราเรียกกันว่าจีนฮ่อ เกิดในพะม่าแล้วอพยพมาอยู่ในเขตไทยที่ดอยแม่สะลองในกองทัพของนายพลต้วน ร่วมมือกับไทยต่อสู้คอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นคนเผ่าม้งกับนักศึกษา และได้รับสัญชาติไทยหลังจากสงบศึกคอมมิวนิสต์
ชีวิตของแกยากลำบากมาก ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออกไม่ว่าจีนหรือไทย แต่เมื่อคุยด้วยก็รู้ว่าเป็นคนสมองดี และขยันขันแข็ง หลังจากได้รับบัตรประชาชนก็ไปทำงานขับรถตุ๊กตุ๊กที่หาดใหญ่ แล้วมีคนชวนไปตัดอ้อยในมาเลเซีย และต่อมารับจ้างปลูกต้นปาล์มน้ำมัน เก็บเงินเพื่อตั้งตัวและแต่งงาน
ผมชอบตอนไปชมเมืองโบราณนครสุวรรณโคมคำ เพราะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนลาว และได้เรียนรู้เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองไว้เตือนสติ
ไปเที่ยวกลับมาบ้านทีไรผมบอกตัวเองว่า อยู่บ้านเราก็เหมือนตากอากาศ เพราะบ้านมีสภาพเป็นป่า ยิ่งเวลานี้ดอกสารภีบาน แม้จะไม่ดกอย่างปีที่แล้ว แต่ก็ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาตามลม ชื่นใจยิ่งนัก
ไปเที่ยวสามวันครึ่ง กลับมาถึงบ้าน ไปรษณีย์ส่งเอกสารติดต่อเรื่องการประชุมต่างๆ มารออยู่กองโต ก็ต้องทำการบ้านงานค้างตามระเบียบ
ขอบันทึกชื่นชมแท็กซี่สาธารณะไว้ด้วย ทริปนี้เราได้คนขับแท็กซี่ที่มีอัธยาศัยดีทั้งคู่ ขาไปใช้บริการของ แท็กซี่ เรดิโอ ๑๖๘๑ โทรศัพท์ไปจองตอนสามทุ่ม ฟังเจ้าหน้าที่ถามข้อมูลโต้ตอบก็เดาได้ว่าบริการดี ผมนัดให้มารับ ๔.๔๕ น. เธอบอกว่าเวลา ๔.๓๐ น. จะโทรศัพท์มาแจ้งหมายเลขทะเบียนรถ เอาเข้าจริงเธอโทรมาเวลาตีสี่ตรง เมื่อเรามาขึ้นรถที่หน้าบ้านเวลา ๔.๔๐ น. ก็พบว่ารถมารออยู่แล้ว ๑๐ นาที โชเฟอร์บอกว่าต้องเผื่อเวลาไว้ ป้องกันหาบ้านยาก มารอดีกว่ามาสายทำให้ผู้โดยสารไปสนามบินไม่ทัน
ขากลับ ก็ได้โชเฟอร์ที่อัธยาศัยดี คุยสนุกและสุภาพ บ้านเราอยู่ไกล เขาได้ผู้โดยสารแบบนี้เขาก็ดีใจ เพราะได้ค่าโดยสารคุ้มค่ารอ
ตอนไปที่ดอยแม่สะลอง ผมตั้งท่าจะซื้อชา สาวน้อยคัดค้านเสียงหลง ว่าให้กลับไปกินของที่มีอยู่ให้หมดเสียก่อน กลับมาถึงบ้านเธอค้นมาให้ดู ปรากฎว่ามีชาทุกชนิดที่เราไปเห็น จึงเกิดมหกรรมชงชาขึ้นที่บ้าน ผมได้ดื่มชาดีๆ คราวนี้เอง มิฉนั้นสาวน้อยเขาชงเฉพาะชนิดที่เคยชงเท่านั้น ผมชอบชาโสมอู่หลง มันหวานติดลิ้นดีมาก ดีพอๆ กับที่ได้ชิมที่ไร่ชา ๑๐๑ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ที่ผมชงดื่มเป็นของร้านกั๊วะฉิง ๐๕๓ ๗๖๕๐๗๑
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.พ. ๕๓
วันตรุษจีนและวาเลนไทน์
|
พระพุทธนวล้านตื้อประทับบนเรือแก้วกุศลธรรมอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ ภาพนี้ถ่ายตอนเช้าตรู่ตอนไปวิ่งออกกำลัง
|
|
วัดสบรวก ภาพนี้ก็ถ่ายตอนออกไปวิ่ง
|
|
วัดป่าสัก วัดเดียวในเชียงแสนที่พระวิหารทำด้วยศิลาแลง
|
|
กำแพงเมืองเก่า ถ่ายจากถนนรอบเวียง
|
|
พระธาตุเจดีย์หลวงและพระวิหาร
|
|
เมืองโบราณริมแม่น้ำโขง |