บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนา รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนและความต้องการพัฒนาตนเองของครู โรงเรียนแม่สันวิทยา ปีการศึกษา 2549 เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน ด้านผลการพัฒนาครู ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก และผลการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก ได้ดำเนินการวิจัยในลักษณะการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ในปีการศึกษา 2550 – 2551 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาเป็นนักเรียนและครูที่ปรึกษา ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนแม่สันวิทยา ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง จากนักเรียนและครูที่ปรึกษาห้องเรียนที่นักเรียนมีผลการวัดทักษะชีวิตด้านใดด้านหนึ่งต่ำกว่าปกติ จำนวน 7 ห้องเรียน วิธีดำเนินการวิจัยมี 6 ขั้นตอน สรุปผล ดังนี้
สรุปผลการวิจัย
การศึกษาสภาพการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนและความต้องการพัฒนาตนเองของครู พบว่า ครูจำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีความคิดเห็นว่าทักษะชีวิตของนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ครูที่ปรึกษา มีความคิดเห็นว่าทักษะชีวิต ของนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และความต้องการพัฒนาตนเองของครูอยู่ในระดับมาก
การสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก เป็นกระบวนการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน 5 ขั้น ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 วางแผนพัฒนาครู ขั้นที่ 2 ตรวจสอบดูความสามารถ ขั้นที่ 3 ดำเนินการจัดกิจกรรม ขั้นที่ 4 ติดตามผลการปฏิบัติ ขั้นที่ 5 วัดผลความสำเร็จ โดยมีคู่มือการใช้รูปแบบ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและคู่มือการใช้รูปแบบสำหรับครู มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เฉลี่ย 4.68 หมายถึงมีความเหมาะสม สอดคล้องมากที่สุด
ผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก ด้านการพัฒนาครูพบว่าการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม หลังจากที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน ในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กแล้ว ผลการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 การพัฒนาความสามารถในการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน จากการตรวจสอบแผนพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน ผลการตรวจสอบพบว่า ครูที่ปรึกษาส่วนใหญ่จัดทำแผนพัฒนาทักษะชีวิตด้านเจตคติ คิดเป็นร้อยละ 57.15 รองลงมา เป็นด้านทักษะ คิดเป็นร้อยละ 33.34 และด้านความรู้ คิดเป็นร้อยละ 9.53 ตามลำดับ ส่วนคุณภาพของแผนพัฒนาทักษะชีวิตพบว่า มีค่าเฉลี่ย 3.70 อยู่ในระดับมาก โดยแผนพัฒนาทักษะชีวิตด้านเจตคติ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3.81 อยู่ในระดับมาก รองลงมาเป็นด้านทักษะ มีค่าเฉลี่ย 3.79 อยู่ในระดับมาก และด้านความรู้ มีค่าเฉลี่ย 3.50 อยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดับ ความสามารถในการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนจากการวิเคราะห์ หลังการปฏิบัติของครูกับนักเรียนแกนนำ พบว่า ในภาพรวมครูมีความสามารถในการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเฉลี่ย 2.52 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาราย ชั้นเรียน พบว่าครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2.93 อยู่ในระดับมาก รองลงมาเป็นครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ค่าเฉลี่ย 2.67 อยู่ในระดับมาก และครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ค่าเฉลี่ย 2.58 อยู่ในระดับมากตามลำดับ ส่วนครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2.25 อยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาเป็นครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 มีค่าเฉลี่ย 2.33 อยู่ในระดับปานกลาง
ผลการพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน พบว่า คะแนนจากแบบวัดทักษะชีวิตนักเรียนหลัง การพัฒนาสูงขึ้นจากก่อนการพัฒนาทั้งในภาพรวมและทุกระดับชั้น แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01