การกำกับดูแลสถาบันการเงินไทยในปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญที่ถึงมีอำนาจ แต่จะกำกับดูแลอย่างไรให้ดีและมีประสิทธิภาพ เหล่านี้สิ ที่สำคัญ
การกำกับดูแลสถาบันการเงินของไทย[1] มีการแยกหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และธุรกรรมทางการเงินแต่ละประเภทออกจากกัน และเป็นอิสระต่อกัน ภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลนั้น ๆ
กล่าวคือ ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กรมการประกันภัย ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ขณะที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยทำหน้าที่ในการตรวจสอบฐานะและความมั่นคง
แต่ก่อนการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ จะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีลักษณะเป็นการกำกับดูแลร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น การจัดตั้ง การประกอบธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ การสั่งควบคุม และการตั้งกรรมการควบคุม เป็นอำนาจของรัฐมนตรี
ในขณะที่การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อความมั่นคงเป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่สำหรับการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินการของธนาคารพาณิชย์เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์จะมีขั้นตอนในการปฏิบัติ และในการกำหนดนโยบายที่จะมีผลกระทบต่อระบบการเงิน ระบบสถาบันการเงิน รวมทั้งระบบเศรษฐกิจของประเทศจะอยู่ที่กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย
ต่อมามีการปรับปรุงพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 โดยมีเหตุผล คือ การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ จึงทำให้การกำกับดูแลแตกต่างกัน
แต่โดยที่การดำเนินกิจการของสถาบันการเงินควรมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในช่วงปี 2540 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถาบันการเงิน และกระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้ฝากเงินที่มีต่อระบบสถาบันการเงินโดยรวม
ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงเห็นสมควรปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแลสถาบันการเงินดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และรวมเป็นฉบับเดียวกัน
เพื่อให้การควบคุมดูแลเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษสำหรับความผิดที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงมีการออกพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2551
โดยมีบทบัญญัติเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม ได้แก่ (1) การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจการเงินอื่นโดยการออกพระราชกฤษฎีกา (2) การกำกับสถาบันการเงินในรูปแบบกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (3) การคุ้มครองผู้บริโภค (4) กำหนดมาตรการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงินให้ชัดเจน และ (5) การมอบอำนาจในการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
[1] กฤษฎา อุทยานิน และคณะ , รายงานการศึกษาการปฏิรูประบบการกำกับดูแลสถาบันการเงินในประเทศไทย , 2548 .
สวัสดี ครับ
เข้ามาอ่าน การกำกับดูแลสถาบันการเงินของไทย
โดยส่วนตัวแล้ว ถือว่ามีประโยชน์นะครับ แต่ก็ละเลยเรื่องธุรกรรมทางการเงินต่างๆ มาก
ไม่ค่อยเข้าใจ และไม่คุ้นหู อยู่หลาย ๆคำ เช่น ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
แต่ถึงอย่างไร ต้องขอขอบคุณมาก นะครับ
ควบคุมการเงิน