การทำงานจะสำเร็จหรือล้มเหลว ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เพราะตัวของเราเองเท่านั้น
Whether working is success or a failure is not caused by other people, but rather by ourselves only.
ผลของงานจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวเราว่ามีความมุ่งมั่นและมั่นใจที่จะทำให้สำเร็จเพียงใด เพราะหากเรามุ่งมั่นและมั่นใจจะทำให้สำเร็จ ความคิดใหม่ๆและกลยุทธ์ใหม่ๆจะพรั่งพรู เกิดกระบวนการที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ หากเราไม่มุ่งมั่น คอยคิดถึงแต่เงื่อนไขว่างานจะสำเร็จได้ต้องขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆ ด้วย เช่น ความร่วมมือจากผู้ร่วมงาน งบประมาณต้องมากพอ ฯลฯ
กลยุทธ์ใหม่ๆและกระบวนการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้น เพราะถูกปิดกั้นด้วยเงื่อนไขเหล่านั้น ฉะนั้นหากต้องการความสำเร็จให้นึกเสมอว่าตัวเราเองเป็นผู้กำหนดความสำเร็จนั้นได้ ในกรณีที่เราล้มเหลว ถ้าเราโยนความล้มเหลวนั้นว่าเป็นเพราะคนอื่นไม่ใช่เพราะตัวเรา เราจะไม่ได้คิดพัฒนาปรับปรุงตนเองเพื่อความสำร็จในอนาคต และผู้ที่ถูกเรากล่าวโทษก็จะไม่พอใจเราด้วย
เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น จะได้ไม่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง
Learning from other people’s mistakes rather than from one’s own.
ในการทำงานและการดำเนินชีวิต คนเราทุกคนมีโอกาสผิดพลาดได้ เรามักพูดกันเสมอว่าความผิดพลาดคือบทเรียนให้เรียนรู้ เพื่อจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในเรื่องนั้นๆอีก ดังนั้นนอกจากเราจะใช้ความผิดพลาดที่เกิดจากตัวเราเป็นบทเรียนแล้วควรศึกษาข้อผิดพลาดของผู้อื่นด้วย และพิจารณาว่าความผิดพลาด นั้นคืออะไร เกิดจากปัจจัยอะไรและจดจำไว้ เพื่อเราจะได้ไม่ผิดพลาดในเรื่องนั้นๆ เช่นกัน
คนจะไม่พัฒนาถ้าสามารถโยนความผิดให้กับผู้อื่น
A person canot develop if they throw their faults at others.
วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเอง คือ ยอมรับความผิดหรือข้อบกพร่องของตนเองเพราะทำให้รู้ตัวเองว่าต้องปรับปรุงแก้ไขตนเองในเรื่องใดบ้าง เพื่อมิให้ความผิดพลาดหริอข้อบกพร่องนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก เป็นการช่วยพัฒนาตนเองและพัฒนางานมากขี้น การโยนความผิดให้ผู้อื่นได้ทำให้ผู้นั้นขาความกระตือรือร้นที่จะพัฒนา
หมั่นใช้เวลาในการทบทวนตนเองว่าทำอะไรถูกอะไรผิดไปบ้าง
Always spend time reflecting on what we have done whether it is right or wrong.
คนเราไม่ควรปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปเรื่อยๆ ควรใช้ความคิดทบทวนว่า ที่ผ่านมาเราทำสิ่งใดถูกต้องหรือบกพร่องบ้าง เพื่อจะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงหรือปรับใช้กับปัจจุบันและอนาคต ทำให้เกิดความสำเร็จมากขึ้นและผิดพลาดน้อยลง
(หลักคิดและปรัชญาการทำงาน โดย บุญยเกียรติ โชควัฒนา
Principles of Thought and Working Philosophy by Boonkiet Chokwatan)
รักงานที่ทำ
ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า “คนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะรักงานที่ทำอยู่ได้” ในยุคสมัยนี้ การเลือกงานที่รักมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าการที่จะเลือกรักงานที่ทำ ดังนั้น “หากไม่สามารถเลือกงานที่รักได้ คุณก็ควรเลือกที่จะรักงานที่ทำ” เพราะความรู้สึกนี้เองจะส่งผลให้คุณมีความสุขกับงาน
ขอให้ลองถามตัวเองว่า คุณรักงานที่ทำอยู่หรือไม่ หากมีความรู้สึกว่าคุณไม่รักงานที่ทำอยู่เลย บางคนเบื่อหน่ายชีวิต ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ไม่มีเป้าหมายในการทำงาน แน่นอนว่า คุณคงไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
พื้นฐานของความสำเร็จอยู่ที่ความรักในสิ่งนั้น เมื่อมีความรัก ก็จะมีความสุขกับงานที่ทำ ซึ่งจะทำให้คุณพยายามหาวิธีการต่าง เพื่อเพิ่มมูลค่าของงานที่ทำอยู่ตลอดเวลา และนั่นจะส่งผลให้คุณรู้จักวางแผนชีวิตและเป้าหมายความสำเร็จในการทำงาน
ข้อมูลจากหนังสือ ทำงานอย่างไรให้..HAPPY
โดย อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์