หลังจากได้รับมอบหมายให้เขียน Blog ในวิชาเรียน Knowledge Management ผมก็มานั่งคิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรให้เพื่อนๆได้อ่านกันดี แล้วก็มาได้ข้อสรุปว่าผมควรจะเขียนเรื่อง “การลงทุนในหลักทรัพย์” หรือพูดง่ายๆว่า “การเล่นหุ้น” เพราะมีเพื่อนๆหลายคนที่เริ่มสนใจที่จะเริ่มลงทุนในด้านนี้ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าผมเองก็ไม่ได้เป็นนักลงทุนที่เก่งกาจอะไร เพราะปัจจุบันก็ยังคงมีหุ้นที่ติดลบอยู่ในพอร์ต แต่อยากจะนำเสนอแนวคิดในการลงทุนของผมให้เพื่อนๆได้ฟัง เพื่อเป็นข้อมูลในการประยุกต์ใช้ให้แก่เพื่อนๆ ที่สนใจ โดยสิ่งต่างๆ ที่ผมนำมาแบ่งปันทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมทั้งสิ้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม) ซึ่งผมขอแบ่งการเล่นหุ้นออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. หุ้นพื้นฐานดี หุ้นกลุ่มนี้ถือว่าเป็นหุ้นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีผลประกอบการดี มักจะอยู่ในกลุ่มหุ้น SET50 ซึ่งหุ้นกลุ่มเหล่านี้มักจะเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงมากนัก มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นในอัตราส่วนใกล้เคียงกับตลาด สามารถหาข้อมูลต่างๆ ของหุ้นได้ง่าย เพราะบริษัทส่วนใหญ่มักจะเป็นที่สนใจของบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไป จึงทำให้มีรายงานวิจัยอยู่มากมายเกือบทุกๆ บริษัท ดังนั้น หุ้นในกลุ่มนี้ผมจึงแนะนำว่าเหมาะกับเพื่อนๆ ที่มีเวลาในการติดตามหุ้นไม่มาก มีผลตอบแทนและความเสี่ยงใกล้เคียงกับตลาด
2. หุ้นเก็งกำไร หุ้นกลุ่มนี้ ผมขอนิยามว่าเป็นหุ้นที่บริษัทมีพื้นฐานบริษัทที่ดี แต่ไม่ใช่หุ้นในกลุ่ม SET50 หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นหุ้นที่มีขนาดเล็ก มีราคาตลาดที่ไม่สูงมากนัก หุ้นกลุ่มนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงของราคาตามข้อมูลพื้นฐานของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นหากเพื่อนๆ ต้องการที่จะเลือกลงทุนในหุ้นประเภทนี้ เพื่อนๆ จะต้องทำการศึกษาถึงข้อมูลพื้นฐานของหุ้นว่ามีข้อมูลใดที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นบ้าง แล้วจะต้องติดตามข้อมูลนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อนๆ ที่ต้องการจะเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้จะต้องมีเวลาในการติดตามข้อมูลมากกว่าหุ้นพื้นฐานดีกลุ่มแรก เพราะการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และเพื่อนๆ จะต้องสามารถรับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
3. หุ้นปั่น หุ้นกลุ่มนี้จะแตกต่างจากหุ้นทั้งสองกลุ่มแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะหุ้นกลุ่มนี้จะเล่นกันโดยไม่สนใจถึงข้อมูลพื้นฐานของบริษัท แต่จะเล่นหุ้นโดยใช้การเล่นข่าว และการดูข้อมูลทางเทคนิคเป็นหลัก หุ้นประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะมีราคาตลาดต่อหน่วยที่ต่ำมาก (มักจะมีราคาไม่ถึงบาทต่อหุ้น) เพราะจะมีอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาที่สูงและรวดเร็ว จึงทำให้นักลงทุนจะสามารถได้รับผลกำไรเป็นจำนวนมากภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที หรือไม่กี่ชั่วโมง (และขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน) หากเพื่อนๆ ต้องการที่จะเล่นหุ้นกลุ่มนี้ จะต้องติดตามราคาหุ้นตลอดเวลา เพราะราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าเพื่อนๆ จะต้องสามารถรับความเสี่ยงได้สูง เพราะโอกาสที่จะได้กำไรมากมายก็มีใกล้เคียงกับโอกาสที่จะขาดทุนมากมายเช่นกัน
ดังนั้น สิ่งสำคัญในการเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนก็คือ เพื่อนๆ ต้องสำรวจตัวเองว่า มีเวลาในการติดตามหุ้นมากเพียงใด รับความเสี่ยงได้มากเพียงใด และมีนิสัยชอบการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานหรือข้อมูลทางเทคนิค นั่นเอง
สุดท้ายขอฝากคำเตือนใจให้เพื่อนๆ ทุกคนว่า “High Risk กับ High Return มันเป็นเพื่อนซี้กันนะครับ ลงทุนอย่างมีสตินะครับ”
ได้ความรู้มากเลยค่ะ กำลังสนใจจะซื้อหุ้นพอดีเลย คงจะเลือกหุ้นพื้นฐานดี น่าจะดีกว่าค่ะ ไม่ทราบว่ามีตัวไหนแนะนำไหมค่ะ
ได้ความรู้มากเลยคะ