"ทุกข์หนักอย่างไรก็ต้องยิ้มและสู้เข้าไว้" / ต้องทุกข์ก่อนแล้วค่อยทุกข์ทีหลัง

 

คงไม่ล่าช้าไปนะคะ ที่จะเขียนเรื่องราวของวัดท่าใหม่อิ ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คงต้องร่ายยาวเล็กน้อย  สืบเนื่องจากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมวิชาการ เวทีตลาดนัดความรู้  กรมอนามัย ปี 2553   วันสุดท้ายได้รับฟังการบรรยายธรรมของพระมหาไพศาล ฐานวุฑ.โฒ  ท่านสมเป็นเจ้าอาวาส นักการศึกษา    สามารถปรับการเทศน์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย  กลุ่มเด็ก  วัยรุ่น ผู้สูงอายุ  ช่วงแรกมีการแนะนำวัด  เลยอยากนำมาแลกเปลี่ยน  ท่านพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่  เพื่อให้คนทุกวัยอยากเข้ามาพักผ่อน  มาปฏิบัติธรรม  พัฒนาให้วัดเป็นสถานที่ที่

 

1. มาแล้วมีความสุข  สดชื่น

 

แต่กว่าวัดจะสวยงามได้ขนาดนี้    พระอาจารย์ต้องฝ่าฟัน โดยไม่ย่อท้อ  และยังบอกว่า  “ทุกอย่างไม่มีอะไรสบายก่อน  จะต้องมีลำบากก่อน"  บางคนถึงพูดว่า  ต้องทุกข์ก่อนแล้วค่อยทุกข์ทีหลัง  การพัฒนานั้นไม่ใช่งานที่ง่าย  เป็นงานที่ต้องทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ  หากเราเป็นผู้นำ  ต้องเป็นผู้นำที่เสียสละ  ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างก่อน  ที่จริงแล้วเราทุกคนอยู่ในวัดต้องช่วยกันทำ  เจ้าอาวาสก็ต้องทำ  ถ้าไม่อย่างนั้น  จะไม่เกิดการเป็นผู้นำ

 

 

2. มาแล้วต้องยิ้ม ต้องได้ยินเสียงหัวเราะ  ต้องมีความสุขกับชีวิตกลับไป

 

 

รูปปั้น เณรยิ้ม เพราะคนเราทุกคนเวลาเข้ามาวัดเมื่อเห็นเณรยิ้มนี้  ก็จะยิ้มตามกับความน่ารักของเณรน้อย  ทุกคนก็จะหัวเราะออกมา  ลืมความทุกข์  นี่เป็นปริศนาธรรม  สอนเราว่า  คนเรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้  ต้องมีความสุข  ต้องหัวเราะ  ใครที่หัวเราะเยอะ ๆ คนนั้นจะอายุยืน  หน้าตาเบิกบาน แจ่มใส  และเมื่อยิ้มแล้วต้องสู้ 

"ทุกข์หนักอย่างไรก็ต้องยิ้มและสู้เข้าไว้" 

 

 

 

3. มาแล้วประทับใจในศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา

ไม่ว่าจะเป็นวิหารล้านนา  ภาพวาดจิตกรรมฝาผนัง  เรื่องพระเวสสันดรชาดก    ถาวรวัตถุ

 

4. มาแล้วจิตใจสงบ  สบายใจ 

มีองค์ประกอบทางธรรมะอื่น ๆ เช่น ต้นไม้พูดได้  สุภาษิตคำคมกระจกส่องความดี   เพื่อส่องดูความเหมาะสมของเครื่องแต่งกาย   รูปปั้นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ 

 

5. มาแล้วอยากมาอีก

วัดนี้เป็นวัดที่สะอาด  ไม่มีขยะเพราะเจ้าอาวาสและพระลูกวัดกวาดและเก็บเป็นประจำ  ขยะอารมณ์ทำให้ใจเราเศร้าหมอง  ก็ต้องกวดเก็บขยะในใจเปฌนประจำ เช่นกัน  วัดสะอาดและสวยที่สุดแห่งปี 2551  และมีสโลแกนว่า  “มาแล้วอยากมาอีก”