ผู้ให้ย่อมได้รับ

                ๒๓.๓๕ น. วันอังคารที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๓ วันนี้มีเรื่องให้ฉุกคิดแบบเข้าข้างตัวเองหนึ่งเหตุการณ์ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญแต่ก็อย่างที่บอกครับว่า เรื่องบังเอิญไม่มีจริง เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนนำนักเรียนมาเข้าแถวหน้าเสาธง พี่ปุ๊กเดินถือบัตรสมาชิกร้านหนังสือซีเอ็ดมาให้ บอกว่าผู้ปกครองนักเรียนทำมาฝาก โดยทำมาฝากสามคนด้วยกันคือ พี่ปุ๊กหนึ่ง ครูเอ๋หนึ่ง และตัวผมอีกหนึ่ง

                หลังจากรับบัตรมา ภาพแรกที่แว้บเข้ามาในหัวคือ ภาพของผู้ปกครองท่านนี้เข้ามาทักทายผม และครูเอ๋ที่โคจรมาเจอกันโดยบังเอิญ(ไม่ได้นัดหมาย)ที่ร้านหนังสือซีเอ็ด ข้างห้างสรรพสินค้าตราดอกบัว ใกล้โรงหนังเนวาดาร้อยเอ็ด ในวันนั้นเป็นวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผมจะกลับอาจสามารถ ท่านคงพาลูกชายมาซื้อหนังสือ

                 หลังจากทักทายกันตามอัธยาศัย ทุกคนก็หันหน้าตัวเองเข้าสู่มุมหนังสือที่ตนเองให้ความสนใจกันต่อไป แล้วเข็มวินาทีของนาฬิทุกเรือนก็ก้าวเดินต่อไป...

                 กลับมาที่เช้าวันนี้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้รับบัตรดังกล่าว ผมได้พูดคุยกับพี่ปุ๊กว่า ผู้ปกครองท่านนี้ท่านรู้ ได้อย่างไรว่าบัตรสมาชิกซีเอ็ดของผมหมดอายุพอดี คิด ๆ ดูแล้วก็เป็นความหวังดี ที่ท่านคิดจะทำมาให้เราโดยที่เรา ไม่ได้คาดคิดอะไรมาก่อน

                ขณะที่ผมเดินไปเข้าห้องน้ำและคิดเรื่องนี้อยู่นั่นเอง ภาพของพี่กระแตก็โผล่เข้ามา และภาพของผมที่มอบหนังสือให้โรงเรียนพี่กระแตก็โผล่เข้ามา

                และข้อความเก่าที่ผมเคยได้ฟัง ได้อ่าน ก็โผล่เข้ามา มันคือคำว่า "ผู้ให้ย่อมได้รับ" เหตุการณ์ในเช้าวันนี้ มันทำให้ผมเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ในกฎของธรรมชาติที่ว่า ผู้ให้ย่อมได้รับ

                และจะให้ดีการให้นั้นต้องเป็นการให้ออกไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้แบบไม่มีเงื่อนไข ก่อนนอนวันนี้ก็ขอให้ทุก ๆ ชีวิต บนโลกใบนี้มีแต่ความสุข ความสบาย นอนหลับฝันดีกันทุกชีวิตนะครับ...