การบริหารลูกค้าสัมพันธ์

(Customer Relationship Management: CRM)

CRM คืออะไร

CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือเรียกว่าการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีและการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ CRM ได้ถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องมาจากจำนวนคู่แข่งของธุรกิจแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นสูงมาก การแข่งขันรุนแรงขึ้นในขณะที่จำนวนลูกค้ายังคงเท่าเดิม ธุรกิจจึงต้องพยายามสรรหาวิธีที่จะสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าอันจะนำไปสู่ความจงรักภักดีในที่สุด

เป้าหมายของ CRM นั้นไม่ได้เน้นเพียงแค่การบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรม ในการใช้จ่ายและความต้องการของลูกค้า จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการบริการรวมไปถึงนโยบายในด้านการจัดการ ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของการ พัฒนา CRM ก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคไปสู่การเป็นลูกค้าตลอดไป

Credit By

CRM

มีเทคนิควิธีการต่างๆในการเริ่มความสัมพันธ์กับลูกค้าซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างวิธีการหาลูกค้า การรักษาลูกค้า และการขยายลูกค้า ดังนี้

การขยายลูกค้า(Customer Extension):  การเพิ่มสินค้าและบริการที่ลูกค้าซื้ออยู่ให้มีความหลากหลายมากขึ้น

- รับรู้และตอบสนอง

- การขายข้ามผลิตภัณฑ์และการขายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยราคาที่สูงขึ้น

- สร้างคุณภาพที่ยอดเยี่ยม

- ใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

การรักษาลูกค้า(Customer Retention):  กิจกรรมทางการตลาดที่กระทำขึ้นโดยองค์กรเพื่อรักษาลูกค้าที่มีอยู่สิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้คือการวิเคราะห์วงจรชีวิตเพื่อมองหาข้อเสนอที่จะดึงดูดลูกค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้า

- เข้าใจความต้องการของแต่ละบุคคล

- ให้ข้อเสนอที่ดีกับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

- เพิ่มคุณภาพการให้บริการให้มากที่สุด

- ใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

การเลือกลูกค้า(Customer Selection): การกำหนดกลุ่มลูกค้าที่บริษัทจะทำการตลาดด้วย

- ใครคือกลุ่มเป้าหมายของเรา

- คุณค่าของพวกเขาคืออะไร

- วงจรชีวิตของพวกเขาคืออะไร

- ที่ไหนที่เราจะสามารถเข้าถึงพวกเขาได้

การหาลูกค้าใหม่(Customer Acquisition):  กิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ที่กระทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าใหม่ ขณะเดียวกันช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดึงดูดลูกค้าใหม่ให้น้อยที่สุด รวมไปถึงการพพุ่งเป้าความสำคัญไปยังลูกค้าที่มีคุณค่าสูง (ให้ผลตอบแทนสูง)

- พุ่งความสนใจไปที่กกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

- ลดค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ให้เหลือน้อยที่สุด

- สร้างคุณภาพบริการที่ยอดเยี่ยม

- ใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

ประโยชน์ทางการตาลดของเครื่องมือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์(Marketing Applications of CRM)

ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด 4 อย่างที่มีความแตกต่างกัน

  1. การขายอัตโนมัติ (Sale Force Automation ) เครื่องมือในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขาย การขายสินค้าทางโทรศัพท์โดยมีระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์มาช่วยทำให้พนักงานขายสามารจัดระเบียบข้อมูลและบันทึกข้อมูลการสอบถามของลูกค้าได้
  2. การจัดการบริการลูกค้า (Customer Service Management) พนักงานสามารถให้บริการตามทำขอของลูกค้าได้ด้วยการให้ระบบอินทราเน็ตเพื่อเข้าไปในฐานข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลสินค้า และคำถามที่ลูกค้าได้สอบถามไป
  3. การจัดกิจกรรมทางการตลาด (Campaign Management) ในรูปแบบของโฆษณา การสื่อสารทางตรงด้วยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบอื่นๆ
  4. การวิเคราะห์ (Analysis) ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่าระบบคลังข้อมูล(Data Warehouse) เหมืองข้อมูล(Data Mining) การวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของลูกค้า สามารนำมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ส่วนผสมทางการตลาดที่เหมาะสมที่สุด

การจัดการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร 

         ลักษณะทางธรรมชาติของเว็บไซต์ เอื้อต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าเพราะกระตุ้นให้เกิดความสัมพันธ์กันโดยการสื่อสารผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลของเว็บไซต์ เป็นคลังเก็บข้อมูลของลูกค้าซึ่งให้ข้อมูลที่สำคัญกับธุรกิจออนไลน์นำมาปรับปรุงหรือให้บริการลูกค้าที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคล(Personalized Service)

         การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ออนไลน์ คือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์กับอินเทอร์เน็ต การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ออนไลน์ไม่สามารถแยกจากการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ทั่วไปได้ ต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ความท้ายทายของการจัดการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ฝ่ายบริการต้อง

  • ใช้เว็บไซต์เพื่อพัฒนาลูกค้า ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลที่ได้จากการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  • ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เกิดคุณภาพ
  • ประยุกต์ใช้การตลาดแบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าข้ามผลิตภัณฑ์ การขายด้วยราคาแพงขึ้น
  • รู้จักใช้เหมืองข้อมูล(Data Mining)เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น
  • ใช้เว็บไซต์ทำการตลาดเพาะบุคคลหรือการตลาดแบบเลือกได้
  • ให้บริการลูกค้าทางออนไลน์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย
  • คุณภาพการออนไลน์ต้องดีเยี่ยมเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าครั้งแรกจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง
  • จัดการช่องทางการสื่อสารทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้าเนื่องจากระหว่างกระบวนการซื้อสินค้าลูกค้ามีการใช้สื่อที่หลากหลาย

ประโยชน์ของการจักการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์(Benefit of CRM) 

  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดั้งเดิม
  • ข้อความทางการตลาดที่มีลักษณะเฉพาะมากขึ้น เทคโนโลยีช่วยให้ข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเฉพาะเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการส่งจดหมาย
  • เพิ่มความลึก ความกว้างและลักษณะธรรมชาติของความสัมพันธ์ ลักษณะทางธรรมชาติของสื่ออินเทอร์เน็ตเอื้อต่อการจัดส่งข้อมูลไปให้ลูกค้าได้มากตามความต้องการ
  • การใช้เครื่องมือที่หลากหลายทำการวิเคราะห์ตลอดวงจรชีวิตของลูกค้าทำให้ได้เรียนรู้ข้อมูลในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ต้นทุนต่ำกว่า การติดต่อกับลูกค้าผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือหน้าเว็บมีต้นทุนน้อยกว่าการส่งจดหมายทางตรง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ข้อมูลที่ส่งออกไปต้องเป็นข้อมูลที่ลูกค้าได้ระบุความชอบไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เทคโนโลยีเฉพาะส่วนบุคคลได้ถูกซื้อมาใช้ การสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

การตลาดที่ได้รับความยินยอมจากผู้บริโภค (Permission Marketing)

         ความสำคัญของสิ่งล่อใจในการตลาดที่ได้รัยความยินยอจากผู้บริโภคได้ถูกเปรียบกับการหาลูกค้าให้และการรักษาลูกค้า

  1. ยื่นข้อเสนอ สิ่งล่อใจต่อกลุ่มเป้าหมาย
  2. ใส่ใจ ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณให้กับกลุ่มเป้าหมาย
  3. ย้ำถึงสิ่งล่อใจเพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายยินยอมที่จะเข้าร่วม
  4. เสนอสิ่งล่อใจเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้รัยความยินยอมจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
  5. ใช้ความยินยอมของลูกค้าเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าไปสู่การซื้อ

ประโยชน์ทางการตาลดของเครื่องมือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์(Marketing Applications of CRM)

ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด 4 อย่างที่มีความแตกต่างกัน

  1. การขายอัตโนมัติ (Sale Force Automation ) เครื่องมือในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขาย การขายสินค้าทางโทรศัพท์โดยมีระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์มาช่วยทำให้พนักงานขายสามารจัดระเบียบข้อมูลและบันทึกข้อมูลการสอบถามของลูกค้าได้
  2. การจัดการบริการลูกค้า (Customer Service Management) พนักงานสามารถให้บริการตามทำขอของลูกค้าได้ด้วยการให้ระบบอินทราเน็ตเพื่อเข้าไปในฐานข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลสินค้า และคำถามที่ลูกค้าได้สอบถามไป
  3. การจัดกิจกรรมทางการตลาด (Campaign Management) ในรูปแบบของโฆษณา การสื่อสารทางตรงด้วยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบอื่นๆ
  4. การวิเคราะห์ (Analysis) ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่าระบบคลังข้อมูล(Data Warehouse) เหมืองข้อมูล(Data Mining) การวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของลูกค้า สามารนำมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ส่วนผสมทางการตลาดที่เหมาะสมที่สุด

การจัดการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร 

         ลักษณะทางธรรมชาติของเว็บไซต์ เอื้อต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าเพราะกระตุ้นให้เกิดความสัมพันธ์กันโดยการสื่อสารผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลของเว็บไซต์ เป็นคลังเก็บข้อมูลของลูกค้าซึ่งให้ข้อมูลที่สำคัญกับธุรกิจออนไลน์นำมาปรับปรุงหรือให้บริการลูกค้าที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคล(Personalized Service)

         การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ออนไลน์ คือการจัดการลูกค้าสัมพันธ์กับอินเทอร์เน็ต การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ออนไลน์ไม่สามารถแยกจากการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ทั่วไปได้ ต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ความท้ายทายของการจัดการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์ คือฝ่ายบริการต้อง 

  • ใช้เว็บไซต์เพื่อพัฒนาลูกค้า ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลที่ได้จากการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  • ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เกิดคุณภาพ
  • ประยุกต์ใช้การตลาดแบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าข้ามผลิตภัณฑ์ การขายด้วยราคาแพงขึ้น
  • รู้จักใช้เหมืองข้อมูล(Data Mining)เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น
  • ใช้เว็บไซต์ทำการตลาดเพาะบุคคลหรือการตลาดแบบเลือกได้
  • ให้บริการลูกค้าทางออนไลน์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย
  • คุณภาพการออนไลน์ต้องดีเยี่ยมเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าครั้งแรกจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง
  • จัดการช่องทางการสื่อสารทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้าเนื่องจากระหว่างกระบวนการซื้อสินค้าลูกค้ามีการใช้สื่อที่หลากหลาย

ประโยชน์ของการจักการลูกค้าสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์(Benefit of CRM)          

  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดั้งเดิม
  • ข้อความทางการตลาดที่มีลักษณะเฉพาะมากขึ้น เทคโนโลยีช่วยให้ข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเฉพาะเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการส่งจดหมาย
  • เพิ่มความลึก ความกว้างและลักษณะธรรมชาติของความสัมพันธ์ ลักษณะทางธรรมชาติของสื่ออินเทอร์เน็ตเอื้อต่อการจัดส่งข้อมูลไปให้ลูกค้าได้มากตามความต้องการ
  • การใช้เครื่องมือที่หลากหลายทำการวิเคราะห์ตลอดวงจรชีวิตของลูกค้าทำให้ได้เรียนรู้ข้อมูลในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ต้นทุนต่ำกว่า การติดต่อกับลูกค้าผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือหน้าเว็บมีต้นทุนน้อยกว่าการส่งจดหมายทางตรง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ข้อมูลที่ส่งออกไปต้องเป็นข้อมูลที่ลูกค้าได้ระบุความชอบไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เทคโนโลยีเฉพาะส่วนบุคคลได้ถูกซื้อมาใช้ การสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ

การตลาดที่ได้รับความยินยอมจากผู้บริโภค (Permission Marketing)

         ความสำคัญของสิ่งล่อใจในการตลาดที่ได้รัยความยินยอจากผู้บริโภคได้ถูกเปรียบกับการหาลูกค้าให้และการรักษาลูกค้า

  1. ยื่นข้อเสนอ สิ่งล่อใจต่อกลุ่มเป้าหมาย
  2. ใส่ใจ ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณให้กับกลุ่มเป้าหมาย
  3. ย้ำถึงสิ่งล่อใจเพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายยินยอมที่จะเข้าร่วม
  4. เสนอสิ่งล่อใจเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้รัยความยินยอมจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
  5. ใช้ความยินยอมของลูกค้าเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าไปสู่การซื้อ

การจำแนกลูกค้า (Customer Profiling)

         ถ้าต้องการให้ลูกค้าเข้ามามีความสัมพันธ์ในรูปแบบออนไลน์ อย่างน้อยที่สุดข้อมูลที่ต้องรวบรวมมาได้ คือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่ต้องการ คือข้อมูลของลูกค้าที่สนใจและมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้า(Qualified lead) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจได้ว่าลูกค้ากลุ่มใดที่เราควรจะให้ความสำคัญ และทำการสื่อสารทางการตลาดด้วยต่อไป

         การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบตัวต่อตัวบนเว็บไซต์ของ(www.1to1.com)โดยใช้วิธีการ IDICเพื่อเป็นรูปแบบให้กับเว็บไซต์สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ IDIC หมายถึง:

  1. การบ่งชี้ลูกค้า (Customer Identification)ความจะเป็นที่ต้องบ่งชี้ลูกค้าแต่ละคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ในครั้งแรก และครั้งต่อไป วิธีการที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในการบ่งชี้ลูกค้าคือการจัดเก็บคุกกี้ที่สามารถดูหน้าและจำนวนครั้งที่ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมหรือดูข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ รวมถึงการขอให้ลูกค้าล๊อกอินสมัครสมาชิกในเว็บไซต์
  2. การแบ่งแยกความแตกต่างของลูกค้า (Customer Differentiation)หมายถึงการสร้างข้อมูลโดยรวมของลูกค้าเพื่อช่วยจำแนกลักษณะของลูกค้า
  3. การปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Interaction)การปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น คำถามของลูกค้าที่เกี่ยวกับการให้บริการหรือการสร้างผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน
  4. การผลิตสินค้าที่ลูกค้าสามารถระบุได้ด้วยตนเอง (Customization)หมายถึงการทำให้เนื้อหาหรือข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเฉพาะตรงตามข้อมูลที่ได้จากการจำแนกในขั้นตองการหาลูกค้าใหม่

การจัดหาลูกค้าใหม่ให้กับองค์กร(Customer Acquisition Management)

         ในสภาวะออนไลน์ การหาลูกค้าใหม่ให้กับองค์กรสามารถแปลได้สองความหมาย อย่างแรกอาจหมายถึงการใช้เว็บไซต์หาลูกค้าใหม่ให้กับบริษัทโดยใช้ข้อมูลโดยรวมทั่วไปเพื่อก่อให้เกิดการซื้อสินค้า อย่างที่สองอาจหมายถึงการชักชวนให้ลูกค้าที่มีอยู่หันมาซ้อสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ โปรแกรมหรือกิจกรรมทางการตลาดหลายๆลักษณะจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ให้หันมาซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์

การสื่อสารทางการตลาดเพื่อการหาลูกค้าใหม่ให้กับองค์กร(Marketing Communication)

          การสื่อสารทางการตลาดเพื่อการหาลูกค้าใหม่ให้กับองค์กรประกอบไปด้วย การทำการตลาดผ่านโปรแกรมค้นหา การประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ หุ้นส่วนธุรกิจออนไลน์โฆษณาทางอินเทอร์เน็ต การตลาดผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และการตลาดแบบปากต่อปาก

1. การตลาดผ่านเครื่องมือสืบค้นทางออนไลน์ (Search Marketing)

  • ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยโปรแกรมค้นหาทางอินเทอร์เน็ต(Search Engine Optimization)
  • โฆษณาผ่านเว็บไซต์สืบค้าที่ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีการคลิก(Pay Per Click)
  • โฆษณาผ่านเว็บไซต์สืบค้นด้วยลักษณะการเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างธุรกิจออนไลน์ และเว็บไซต์สืบค้นเช่น เอ็มเอสเอ็น,ยาฮู

2. การประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ (Online PR)

  • บริการเตือนข่าวสารสำคัญ(Media Alerting Services)
  • ตัวแทนประชาสัมพันธ์ข่าวให้กับเว็บไซต์(Portal Representation)
  • บริการที่อยู่บนระบบอินเตอร์เน็ต จัดทำข้อมูลข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ (XML)เพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้ใช้ โดยส่งข่าวกับข้อมูลด้วยบล็อกและอาร์เอสเอส
  • กระดานประกาศข้อมูลข่าวสารสู่ชุมชน(Community C2C Posts)

3. หุ้นส่วนธุรกิจออนไลน์ (Online partnership)

  • การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจออนไลน์ด้วยกัน
  • การเป็นตัวแทนขายสินค้าออนไลน์
  • การเป็นผู้สนับสนุนของเว็บ
  • การร่วมมือกับธุรกิจออนไลน์ด้วยกัน
  • การควบรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียว

4. การสื่อสารผ่านสื่อออฟไลน์ (Offline communication)

  • การโฆษณา
  • การขายโดยบุคคล
  • กิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • ประชาสัมพันธ์
  • ผู้สนับสนุน
  • การสื่อสารทางตรง
  • งานแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ
  • การใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสื่อ
  • การตลาดและบรรจุภัณฑ์
  • การสื่อสารแบบปากต่อปาก

5. โฆษณาออนไลน์ (Interactive ads)

  • การใช้แถบโฆษณา
  • โฆษณาในรูปแบบที่ตอบโต้ได้
  • สื่อโฆษณาเคลื่อนที่
  • ผู้สนับสนุน

6. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เลือกจะเข้าร่วม (Opt-in  E-Mail)

  • รายชื่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากบริษัทที่ดำเนินการรวบรวมจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขายให้กับนักการตลาด
  • ให้ฟรีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
  • จดหมายแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข้อมูลรายชื่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่คัดสรรแล้ว

7. การตลาดแบบปากต่อปาก (Viral marketing)

  • การส่งต่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  • ส่งต่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปให้เพื่อนโดยอัตโนมัติ
  • การใช้สิ่งล่อใจ
  • การอ้างถึงสื่อ

Credit By : อาจารย์กัญญารัตน์ ศรีวิสทิยกุล