สมรรถนะที่ใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา นั้น มี 3 ประเภทคือ
       1. สมรรถนะหลัก
       2. สมรรถนะประจำสายงาน
      3. วินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ (มาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา  10+ 9 ข้อ)

          สมรรถนะ หลัก(Core Competency)  เป็นสมรรถนะร่วมที่ครูและ บุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องมีเพราะเป็นสมรรถนะพื้นฐานของบุคลากรที่จะส่งผล ให้การปฏิบัติงานในทุกตำแหน่งหน้าที่ประสบผลสำเร็จประกอบด้วย  4  สมรรถนะ ย่อย คือ
                1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์  หมายถึงการปฏิบัติงานด้วยความ มุ่งมั่น เพื่อให้งานสำเร็จ ถูกต้องสมบูรณ์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงานและพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพอย่างต่อ เนื่อง
               2.  การบริการที่ดี  หมายถึงความตั้งใจ ที่จะปรับปรุงระบบบริการให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้รับบริการ เช่น  นัก เรียน  ครู   ผู้ปกครองพึงพอใจ
              3.  การพัฒนาตนเอง  หมาย ถึง การศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ พร้อมกับติดตามศึกษาองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่  ๆ ในวงวิชาการและวิชาชีพ ทั้งนี้เพื่อพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
              4.  การทำงานเป็นทีม  หมายถึงความร่วม มือร่วมใจ สนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ ให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงาน มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้และมีภาวะผู้นำ-ผู้ตามที่ดี
 
        สมรรถนะ ประจำสายงาน(Functional Competency)หมายถึงสมรรถนะเฉพาะที่เกี่ยวกับการ ปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ละตำแหน่ง เช่น ผู้ บริหาร ครูและ  ศึกษานิเทศก์ ทำให้สามารถปฏิบัติงานในสายงานนั้น ๆได้สำเร็จตามเป้าหมายซึ่งสมรรถนะประจำสายงานของครูนั้นประกอบด้วย  5  สมรรถนะ คือ
          1.  การจัดการเรียนรู้  หมาย ถึงความรู้ ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ความรู้ลึกเรื่องเนื้อหาสาระ เทคนิคกระบวนการจัดการเรียนรู้   การส ร้าง    การเลือก  การใช้สื่อ แหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมทางการศึกษา  ตลอดจนการวัดผลและ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้
         2. การพัฒนาผู้เรียน  หมายถึง ความสามารถในการปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่ผู้เรียน ทั้งคุณธรรม จริยธรรม  ทักษะชีวิต   สุขภาพพลานามัย  ความ เป็นประชาธิปไตย   ความเป็นไทย รวมไปถึงการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
        3. การบริหารจัดการชั้นเรียน  หมายถึง ความสามารถในการกำกับดูแลชั้นเรียน  สร้างบรรยากาศในการจัดการ เรียนรู้   จัดทำข้อมูลสารสนเทศประจำชั้นและประจำวิชา
       4. การวิ เคราะห์  การสังเคราะห์  การวิจัย คือ ความสามารถในการคิดแยกแยะ ทำความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆแล้ว สรุปเป็นกฏเกณฑ์หลักการ  สามารถรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
      5. การสร้างความร่วมมือกับชุมชน  หมายถึง การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อดึงชุมชนให้เข้ามาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน  ทั้ง นี้ เพื่อให้เกิดการสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
         
       ทั้งสมรรถนะ หลักและสมรรถนะประจำสายงาน  ปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ใน การประเมินครูและบุคลากรทางการศึกษาและในอนาคตอีกไม่นานนี้ครูและบุคลากรทาง การศึกษาจะต้องได้รับการประเมินเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสมรรถนะ        คือ สมรรถนะเฉพาะสาขาวิชา  เช่น  ครูวิทยาศาสตร์    ครูคณิตศาสตร์  ครูการงานอาชีพ ฯ     จะมี สมรรถนะเฉพาะที่แตกต่างกัน   การประเมินก็จะต่างกันด้วย  ซึ่งขณะนี้ ก.คศ.ได้จัดทำแล้วกำลังรอพิจารณาอนุมัติ  
      
        สมรรถนะจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง  แต่ทั้งนี้ทั้ง นั้นเราต้องประเมินตนเองก่อนว่า  เรามีจุดเด่น จุดด้อยในสมรรถนะใด    ต้องการจะพัฒนาอย่างไร    โดย การจัดทำเป็นแผนพัฒนาตนเองหรือ ID – PLAN (Individual  Plan) ทั้งระยะสั้น  (1 ปี)  ระยะยาว  (3 ปี)    เพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้รับทราบและขอ รับการสนับสนุน   และเมื่อใดก็ตามถ้าครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกคนในองค์กรมีสมรรถนะในด้านต่าง ๆ สมบูรณ์ ครบถ้วนแล้ว องค์กรนั้นจะเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน

                                                                                                   

แหล่งข้อมูล:ระวีวรรณ  โพธิ์วังและคณะ.รวมบท ความการพัฒนาสมรรถนะครู  และ บุคลากรทางการศึกษา.นครปฐม:เพชรเกษมการพิมพ์, 2549.