เมื่อพูดถึงขนมจีน เราคนไทยทุกคนย่อมรู้จักกันดี แต่การรับประทานขนมจีนอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป เพราะเคยเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาดของโรงอาหารเป็นพิษมาแล้วหลายครั้ง
การปนเปื้อนของเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ในขนมจีนเกิดขึ้นได้หลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การผลิตน้ำที่ใช้อาจเป็นน้ำคลองหรือน้ำที่มีได้ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำให้เหมาะสมสำหรับใช้บริโภค การจับขนมจีน การขนส่ง แม้กระทั่งสภาพความสกปรกของตลาดในช่วงที่เก็บขนมจีนไว้ค้างคืนเพื่อรอจำหน่าย และมือของผู้ชายในขณะหยิบขนมจีนให้ลูกค้า เหล่านี้ล้วนเป็นจุดสำคัญในการกระจายเชื้อโรคอาหารเป็นพิษไปสู่ผู้บริโภคได้ทั้งสิ้น
เชื้อโรคอาหารเป็นพิษที่ตรวจพบในขนมจีน คืน สแตฟิโลคอกคัส ออกเรียส ซึ่งอาจพบได้ทั่วไปในเนื้อสัตว์ น้ำนมดิบและผิวหนังของคน โดยเฉพาะตามซอกเล็บ ผม แผลและสิว เป็นต้น สารพิษ (toxin) ที่เชื้อนี้สร้างขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีอาการปวดท้อง ท้องเดินและอาเจียนอย่างรุนแรงได้ภายในระยะเวลา 1 - 6 ชั่วโมง หลังบริโภค
การป้องกัน
เนื่องจากเชื้อสแตฟิโลคอกคัส ออเรียส สามารถเจริญเติบโตได้เร็วมาก กล่าวคือจะแบ่งทุก 20 นาที และเพิ่มจำนวนได้ถึง 100,000,000 ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถ้าตรวจพบมากกว่า 100,000 ต่ออาหาร 1 กรัม จะถือว่ามีปริมาณ enterotoxin เพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ จึงควนเน้นการรักษาความสะอาดทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นด้านกรรมวิธีการผลิต การขนส่งและการจำหน่าย นอกจากนั้นควรระวังการปนเปื้อนจากฝุ่นละอองด้วย โดยเฉพาะแม่บ้าน หรือผู้ผลิตเลี้ยงอาหาร ควรนึ่งขนมจีนอีกครั้งหนึ่งก่อนบริโภค แม้แต่อาหารที่ใช้รับประทานร่วมกับขนมจีน เช่น น้ำพริก น้ำยา แกงเผ็ด ตลอดจนผักที่ใช้เป็นเหมือด ต้องสะอาดและเตรียมขึ้นใหม่ๆ ด้วย
สวัสดีครับ คุณสุชัญญา
มิน่าละ..บางครั้งผมทานขนมจีน แล้วไม่เกิน 2 ซม. ท้องมักเสียประจำ อย่างน้อยผมจะถ่ายหนักออกมา 2 ครั้ง
มีครั้งหนึ่งผมทานขนมจีน แล้วก็ไปเดินห้างสรรพสินค้า กำลังเดินซื้อของอยู่...จึงปวดท้องหนักแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำ (เดินไม่ทัน) ผลปรากฏว่าต้องซื้อ กกน. เข้าไปเปลี่ยนด้วย เป็นเพราะขนมจีนนี้เอง
ขอบคุณครับ
ที่ว่ามานี้มันก็ทุกอาหารแหละครับ ไม่แต่ขนมจีน แม้ค้าใช้มือหยิบอาหาร จิ้มชี้อาหาร เป็นประจำ