G-string 2010

การพัฒนารูปแบบผ้าอ้อมทารกในการส่องไฟรักษา (G-string2010)

ภาวะตัวเหลืองเป็นภาวะที่พบได้มากที่สุด....ในเด็กทารกจะพบประมาณ 60-70%ในทารกครบกำหนด และในเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดทุกราย จะมีอาการตัวเหลืองเห็นได้ในระยะ 1-2 สัปดาห์แรกลังคลอด ซึ่งเกิดจากภาวะร่างกายที่มีสาร Bilirubin มากกว่าปกติ เป็นผลจากการที่มีการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงมากในตับ และ ม้าม ไม่สามารถกำจัดออกได้ในที่สุดจะมีการทำลาย Hemoglobin ในกระแสเลือดซึ่งจะมีการรักษาตัวเหลืองด้วย

1.วิธีการส่องไฟ (Phototherapy) ซึ่งจะสามารถลด Bilirubin level

2.ระยะห่างของแสงต่อทารกควรใก้ลทารกให้มากที่สุด ระยะที่เหมาะสมควรวางทารกให้ห่างประมาณ 10 ซม. และทารกที่เปลือยก็จะไม่ Over heat เมื่ออยู่ภาวะเช่นนี้

3.Surface area ที่ถูกแสงก็มีความสำคัญของการลดลงของ Bilirubin

ทารกส่องไฟรักษาเป็นการรักษาวิธีหนึ่งของทารกที่มีภาวะ Bilirubin คั่งในกระแสโลหิตซึ่งจำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าออกเพื่อให้ผิวกายได้รับการส่องไฟรักษามากที่สุดแต่ปัญหาที่พบคือ เมื่อทารกขับถ่ายอุจจาระจะมีโอกาสทำให้ที่นอนสกปรกได้

จึงใส่ผ้าอ้อมห่อก้นทารกไว้ในปี 2552 (G-string 2009)

งานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ นครสวรรค์ ได้คิดพัฒนารูปแบบของผ้าอ้อมห่อก้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวให้ทารกได้รับการส่องไฟมากขึ้นจากพื้นที่ผ้าอ้อมแบบเดิม 112.5 ตารางเซนติเมตร มาปรับเปลี่ยนรูปแบบผ้าห่อก้นทารกหลายรูปแบบ ซึ่งในปี 2553 จนได้เป็น G-string 2010 ซึ่งมีพื้นที่ผิว 63.25 ตารางเซนติเมตร โดยใช้สูตรการหาพื้นที่ของสี่เหลี่ยมคางหมู คือ 1/2*(ผลบวกของด้านคู่ขนาน)*สูง จะเห็นพื้นที่ผิวทารกเพิ่มขึ้นทำให้ได้รับการส่งไฟรักษามากขึ้นจากเดิม 49.25 ตารางเซนติเมตร ในปี 2552 (G-string) ยังคงพบว่าผ้าอ้อมห่อก้นยัไม่กระชับ ทำให้อุจจาระออกนอกผ้าห่อก้นได้ ตลอดทั้งความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่โดยรวม ร้อยละ 71.07

G-string ปี 2552

ในปี 2553 งานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดจึงพัฒนารูปแบบผ้าห่อก้นส่องไฟรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

วัสถุประสงค์

1.พัฒนารูปแบบผ้าอ้อมห่อก้นให้กระชับโคนขามากขึ้น

2.ลดจำนวนอุบัติการณ์การเกิดอุจจาระออกนอกผ้าอ้อมห่อก้น

3.เพิ่มความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ต่อการใช้ผ้าอ้อมห่อก้น

*การออกแบบผ้าอ้อมให้กระชับมากขึ้นและเพิ่มพื้นที่ผิวในการส่องไฟมากขึ้น

G-string 2010 รูปแบบโคนขาจะเป็นยางยืดทำให้กระชับมากขึ้น

*ผลลัพธ์กิจกรรม*

1.การใช้ G-string ในทารกที่ส่องไฟทำให้มีพื้นที่ผิวในการส่องไฟมากกว่าการผูกผ้าอ้อม  แบบเดิมเฉลี่ยร้อยละ 89.33

2.การใช้ G-string ในทารกที่ส่องเป็นการป้องกันการถ่ายอุจจาระเลอะ โดยยึดตามหลัก IC เฉลี่ยร้อยละ 56

3.เจ้าหน้าที่มีความพึงพอใจในการใช้ G-string ร้อยละ 71.06

******นี่คือนวัฒกรรมชิ้นหนึ่งของงานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดที่เราพยายามคิดและพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพแก่ผู้รับบริการ...และเราจะยังไม่หยุดแค่นี้ คอยติดตามผลงานของพวกเรา ในงานผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 8 เร็วๆ...นี้นะค่ะ......................................................................................