25 กุมภาพันธ์ 2553 น้องโอปอล ลูกสาวผมเขาอายุครบ 4 ขวบ ก็ต้องมีฉีดวัคซีนตามกำหนด การฉีดผ่านได้สบาย ทำได้ไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นคุณแม่ก็พาไปส่งโรงเรียน

ตกเย็นผมก็ไปรับกลับบ้านดูเขา เหม่อๆ จับตัวดูก็ไม่มีอะไร และเราก็กลับบ้านกัน กินโน่นกินนี่ตามปกติ

เรานอนกันแต่หัวค่ำ เพราะคุณแม่เขาต้องไปขึ้นเวรดึก พอเที่ยงคืนครึ่งหลังจากที่คุณแม่เค้าไปขึ้นเวรแล้ว ผมก็รับหน้าที่ดูแลต่อ น้องโอปอ นอนหลับ กัดฟัน แรงมากทีเดียว

 พอผมเอามือไปแตะดู ไข้ขึ้นสูงตัวร้อนมาก ความร้อนมันรุมๆ ผมก็โทรปรึกษาคุณแม่เค้าซึ่งเค้าเป็น nurse คุ้นเคยกับการดูแลเบื้องต้นอย่างดี ได้รับคำแนะนำให้กินยา ผมก็ป้อนยาพาราให้เค้า 2 ช้อน

ซึ่งกว่าเขาจะกินได้ ตรงนี้ต้องใช้เวลา ดีที่เขาพูดแล้วเข้าใจ

หลังจากทานยาแล้ว ใจคิดว่ายาออกฤทธิ์ไม่ทันแน่ ตัดสินใจไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำพอหมาดๆ

ค่อยๆ ซับ ค่อยๆ เช็ดตัวให้เขา ทีละเล็ก ทีละน้อย ความร้อนก็ค่อยๆ คลายตัวลง คลายตัวลง

เมื่อเวลาผ่านไปสัก 15 นาที ความร้อนจากไข้ก็ผ่อนคลายลง ใจผมก็ค่อยสบายขึ้น ก็นอนสังเกตอาการเขาไปเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าฤทธิ์ยาออก สิ่งที่ทำให้มั่นใจว่าฤทธิ์ยาออกคือเขาลุกไปปัสสาวะ จากนั้นก็เข้านอน กินนม นอนสบายไปถึงเช้าเลย..

ที่เล่ามาก็คือว่า นานๆ สักครั้งที่คุณผู้ชายจะมีโอกาสพิเศษแบบนี้ มันเป็นช่วงวิกฤต และก็มีเราคนเดียวเลย มันดีมากจริงๆ คือทำแล้วรู้สึกภูมิใจ รู้สึกดี รู้สึกชื่นใจ คิดว่าหลายท่านซึ่งอยู่ในยุคนี้ซึ่งผู้หญิงผู้ชายทำงานทัดเทียมกัน ก็คงจะพบกับสถานการณ์คับขันแบบนี้บ้างนะ ..ขอบอกว่าอย่าถอย

มันเป็นโอกาสของท่านแล้ว..เมื่อทำแล้วจึงจะรู้ว่า..ดีอย่างไร

อีกอย่าง ตัวลูกเองเขาก็ผูกพันกับคุณพ่อมากขึ้น พูดจาอะไรก็ง่าย ความใกล้ชิดเนี่ยดีที่สุดจริงๆ