สวัสดีค่ะอาจารย์

  • หนูขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอีกประเด็นนึงค่ะอาจารย์ ในเรื่องการให้ยาลดไข้ในเด็กที่ได้รับวัคซีนมาค่ะ..(หนูแนบงานวิจัยที่เพิ่งอ่านมาด้วยค่ะ) เผื่อว่าเป็นประโยชน์
  • แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็จะเป็นดุลยพินิจของผู้ที่เป็นพ่อแม่ว่าจะให้ยาหรือไม่ให้ยา
  • ส่วนใหญ่ก็กลัวว่าลูกจะชักในระหว่างที่ไข้สูง ก็อดที่จะให้ยาลดไข้ไม่ได้ค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
  • ผลของการให้ยาพาราเซตามอลเพื่อป้องกันไข้จากการฉีดวัคซีน

    ในเด็กที่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั้นมักมีไข้ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อวัคซีน จึงมีผู้นิยมให้ยาลดไข้เพื่อป้องกันไข้สูงและการชักจากไข้ ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาผลของการให้ยาพาราเซตามอลต่อไข้และการตอบสนองต่อวัคซีนจากแอนติบอดีที่เกิดขึ้น

    การศึกษานี้ทำให้สาธารณรัฐเช็ก ในผู้ป่วยเด็กที่แข็งแรง 459 รายที่ได้รับวัคซีนทั้งที่ให้เป็นครั้งแรกหรือการให้กระตุ้น โดยสุ่มให้กลุ่มหนึ่งได้รับยาพาราเซตามอล 3 ครั้งทุก 6-8 ชั่วโมง ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังได้รับวัคซีน และอีกกลุ่มไม่ได้รับยา วัคซีนที่เด็กได้รับประกอบด้วย วัคซีนรวมของ DTPa-HBV-IPV/Hib และวัคซีน rotavirus ชนิดรับประทาน โดยผลการศึกษาจะวัดจากการเกิดไข้ที่สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส และการเกิดแอนติบอดีต่อวัคซีนดังกล่าว

    ผลการศึกษาพบไข้ที่สูงกว่า 39.5 องศาเซลเซียสน้อยมาก (ร้อยละ 1-2 ในทั้ง 2 กลุ่ม) แต่ผู้ที่ได้ยาจะมีโอกาสเกิดไข้ที่สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสต่ำกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้ยา (ร้อยละ 42 เทียบกับร้อยละ 66 ในการฉีดวัคซีนครั้งแรก และร้อยละ 36 เทียบกับร้อยละ 58 เมื่อฉีดกระตุ้น) อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้รับยาลดไข้มีระดับแอนติบอดีต่อเชื้อดังกล่าวทุกชนิดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้รับยาลดไข้อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อฉีดวัคซีนกระตุ้นแอนติบอดีต่อเชื้อบางชนิดยังคงต่ำกว่าเช่นเดิม

    ถึงแม้ว่าการให้ยาลดไข้สามารถป้องกันไข้หลังฉีดวัคซีนได้ แต่จะทำให้ระดับแอนติบอดีนั้นลดลง จึงไม่แนะนำการให้ยาดังกล่าวในเด็กทั่วไป

    Prymula R, et al. Effect of prophylactic paracetamol administration at time of vaccination on febrile reactions and antibody responses in children: two open-label, randomised controlled trials. Lancet 2009;374:1339-1350.