ความสุขควรเป็นเป้าหมายหลักของการจัดการศึกษา

    เราคงได้ยินกันบ่อยจนอาจจะคุ้นชินกันไปแล้วเกี่ยวกับเป้าหมายของการจัดการศึกษา ที่ว่า เก่ง  ดี  มีสุข 

     ช่วงแรกของการปฏิรูปการศึกษาให้ความสำคัญกับ เก่ง มาก จนเด็กเกิดความเครียด EQ AQ และ MQ ต่ำ แพ้ไม่เป็น คิดจะเอาชนะ แข่งขันกันทางวิชาการเพื่อแย่งชิงความเก่ง

     ช่วงหลังการปฏิรูป 5-6 จนถึงปัจจุบันกระแสวงการศึกษาเริ่มปรับลดบทบาทเก่ง (ไม่แน่ใจ) มาให้ความสำคัญกับ ดี หรือให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมผู้เรียน มากขึ้น เพราะเก่งแล้วเครียด เก่งแล้วอัตตาสูง จึงมีความเชื่อว่าควรมาพัฒนาให้ดีก่อนแล้วเก่งจะมาเอง แต่โรงเรียนในระบบส่วนใหญ่ยังไม่ได้พัฒนาผู้เรียนให้ ดีจริง เพราะติดปัญหาที่ไม่กล้าจะก้าวข้ามที่หลากหลาย

     จวบจนมาถึงยุคที่ 2 ของการปฏิรูปการศึกษา ผมว่าน่าจะลองให้ ความสุข นำหน้า ดี หรือ เก่งดูบ้าง เพราะท่านราชวรมุณี (ประยูร ธมมจิตโต) กล่าวว่า ในบรรดาความเก่ง ความดี และความสุข นั้น ความสุขสำคัญที่สุด เพราะความสุขเป็นพื้นฐานของชีวิต

     ความสุขเป็นฐานของความเก่ง ความดี ความสุขเป็นแรงจูงใจที่มีพลังที่สุด เด็กที่มีความสุขในการเรียน จะตั้งใจเรียน และเรียนได้ดี

   เพราะฉะนั้นการศึกษาจะต้องทำให้คนคิดเชื่อมโยงได้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรเขาจะทำอย่างมีความสุข

 

             

         ที่มา : www.savok-it.exteen.com

   การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่นี้หากเน้นที่ การเรียนรู้อย่างมีความสุข ให้เกิดกับผู้เรียน ครูผู้สอนควรจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุข  หากเขามีความสุขที่จะเรียน มีความสุขในการเรียน  เชื่อได้ว่า  การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เกี่ยวกับตัวผู้เรียนน่าจะตามมาไม่แน่อาจทำให้เป้าหมายในการจัดการศึกษาของชาติบรรลุความสำเร็จอย่างแท้จริง