โครงการนี้เป็นความร่วมมือจากสถาบันพระปกเกล้ากับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการส่งเสริมหรือปูพื้นฐานประชาธิปไตยอย่างเป็นขั้นตอนด้วยผ่านกระบวนการเรียนรู้ ภาคเหนือ มีจังหวัดและสถานศึกษาร่วมนำร่อง 4 จังหวัด 15 สถานศึกษา ประกอบด้วย จังหวัดน่าน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคน่าน วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน วิทยาลัยการอาชีพปัว วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา จังหวัดพะเยา ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพะเยา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา วิทยาลัยการอาชีพเชียงคำ วิทยาลัยการอาชีพดอกคำใต้ จังหวัดเชียงราย ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกเชียงราย วิทยาลัยการอาชีพเชียงราย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอนและวิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง
โดยมีตัวแทนของผู้บริหารและครูเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจโครงการสำนึกพลเมือง ที่จังหวัดเชียงราย จากนั้นก็อบรมให้ความรู้กลุ่มศึกษานิเทศก์ (มิถุนายน) เพื่อทำหน้าที่ติดตามนิเทศโครงการดังกล่าวสัปดาห์ถัดมา ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้และการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ โดยผ่านคีย์วอร์ดคำว่า เสียงข้างมาก ฉันทามติ นโยบายสาธารณะ โชว์เคส ซึ่งมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน*
โชว์เคส วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกเชียงราย
สำหรับภาคเหนือ ได้จัดประชุมสร้างความเข้าใจร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง (กันยายน) และทำแผนการจัดการเรียนรู้และแผนติดตามประเมินผลโครงการ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ภาคเหนือก็ได้ “แนวทางการพัฒนากิจกรรมสร้างสำนึกพลเมือง” จัดทำเป็นรูปเล่ม ในเอกสารประกอบด้วยแผนการจัดการการเรียนรู้ และแผนกิจกรรมชมรมสร้างสำนึกพลเมือง เป็นความร่วมมือของครูและผู้บริหารที่ตั้งใจจะพัฒนากิจกรรมดังกล่าวให้เกิดในสถานศึกษานำร่อง โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือได้ส่งเอกสารให้สถานศึกษานำร่อง เป็นแนวทางให้กับครูผู้ที่จะนำเอากิจกรรมดังกล่าวไปสอดแทรกในกิจกรรมการสอนวิชา วิถีธรรมวิถีไทย หรือนำไปกำหนดเป็นกิจกรรมชมรมของสถานศึกษา ต่อจากนั้น ทิ้งระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก็ได้ติดตามโครงการเพื่อจะได้ทราบความก้าวหน้าหรือปัญหาอุปสรรคในการจัดการ โดยสรุปผลการติดตามดังต่อไปนี้
-
ครูที่เข้ารับการอบรม ไม่ได้นำกิจกรรมทั้ง 6 ขั้นตอนมาสอดแทรกในการจัดการเรียนการสอนเนื่องจาก เห็นว่า เนื้อหารายวิชาไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่ระบุในเอกสาร เช่น ครูที่สอนประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม
- ครูที่เข้ารับอบรมโครงการครั้งแรก ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมต่อเนื่อง ในการจัดทำ แผนการจัดการการเรียนรู้ และแผนกิจกรรมชมรมสร้างสำนึกพลเมือง จึงไม่ทราบถึงรายละเอียดที่จะดำเนินการต่อ
- การดำเนินโครงการนี้เป็นช่วงระหว่างภาคเรียน และครูได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ครบทั้ง 6 ขั้นตอน
- ภาคเรียนที่มีการติดตาม สถานศึกษาไม่ได้บรรจุรายวิชาวิถีธรรมวิถีไทยไว้ในแผนการเรียน และครูก็ไม่ได้รับผิดชอบในเรื่องกิจกรรมชมรม
- ความเข้าใจสับสนว่า เป็นเรื่องเดียวกันกับ สถานศึกษา 3 ดี และได้นำเอกสารและรายงานผลของโครงการ 3 ดี หัวข้อเรื่อง Democracy นำมารายงานให้ทราบ
- เอกสาร “แนวทางการพัฒนากิจกรรมสร้างสำนึกพลเมือง” ของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือ ที่ระบุมอบให้ครูสอนวิชาวิถีธรรมวิถีไทยและหัวหน้ากิจกรรม และอีกจำนวนหนึ่งให้สถานศึกษาเก็บไว้เพื่อใช้ในการค้นคว้าอ้างอิง บุคคลที่ถูกระบุดังกล่าวยังไม่ได้รับเอกสาร ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกันว่า โครงการดังกล่าวยังไม่เริ่มต้นดำเนินการ
- สถานศึกษาหลายแห่งก็ได้นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปบูรณาการในวิชาวิถีธรรมวิถีไทย โดยครูได้จัดการเรียนการสอนและดำเนินกิจกรรม อยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนที่ 2 (การเลือกปัญหาเพื่อศึกษาในชั้นเรียน) ยังไม่สามารถระบุปัญหาที่เลือกได้ สถานศึกษาบางแห่งได้จัดตั้งชมรมสำนึกพลเมืองขึ้นเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้และอีกส่วนหนึ่งยังแทรกกิจกรรมไว้ในชมรมประชาธิปไตยเช่นเดิม
โชว์เคส วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา
สำหรับสถานศึกษาที่ได้นำกระบวนการและกิจกรรมของโครงการสำนึกพลเมือง ทั้งแทรกไว้ในรายวิชาวิถีธรรมวิถีไทยและกิจกรรมชมรม จากการนิเทศติดตาม พบข้อสังเกต การโชว์เคสของผู้เรียน จากการนำเสนอและลองสุ่มตั้งคำถาม พบว่า
-
การจัดทำบอร์ด ยังไม่ชัดเจน ทั้งปัญหา นโยบายสาธารณะ และแผนการดำเนินการ ขนาดของบอร์ดมีหลากหลายขนาดไม่ได้เป็นไปตามที่เอกสารกำหนด การจัดเรียงลำดับแฟ้มเอกสารประกอบการนำเสนอ
- การนำเสนอของผู้เรียน อยู่ระหว่างการฝึกฝนกันเองในชั้นเรียน โดยที่ครูยังไม่ได้ให้ข้อสังเกตและคำแนะนำ ผู้เรียนจึงไม่สามารถสรุปเรื่องได้
- ผู้เรียน ผู้ร่วมชมรม หากได้ทำกิจกรรมดังกล่าวเอง จะมีความเชื่อมั่นและการตอบปัญหาได้ชัดเจน
- การกำหนดปัญหา มีปัญหาที่จะมากำหนดเป็นนโยบายสาธารณทั้งปัญหาภายในสถานศึกษาและปัญหาในชุมชน ได้แก่ การทะเลาะวิวาท การแต่งกายไม่เรียบร้อย การเหยียบส้นรองเท้า ปัญหาการสูบบุหรี่ในห้องน้ำ การจอดรถของนักศึกษา การใช้ห้องน้ำของนักศึกษา ขยะในโรงเรียน การใช้รถจักรยานยนต์ในชุมชน การตัดไม้ทำลายป่า พิษภัยจากยาฆ่าแมลง เป็นต้น
- การเลือกปัญหา ยังโน้มเอียงใช้เสียงข้างมาก มากกว่าการใช้ฉันทามติ และเลือกปัญหาจากผู้เรียนที่มีลักษณะเป็นผู้นำกลุ่ม
- แหล่งข้อมูล ผู้เรียนเลือกใช้แหล่งข้อมูลที่นำมาเสนอปัญหา ที่ไม่ตรงกับปัญหาโดยตรง นั้นคือ กว้างไม่เจาะลงลึกหรือไม่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างกรณี ปัญหาในสถานศึกษา แต่ผู้เรียนนำเสนอข้อมูลจากภายนอก เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์
- การตอบคำถาม ผู้เรียนที่นำเสนอโชว์เคสส่วนใหญ่ ตอบคำถามตรงจุดและให้รายละเอียดชัดเจน เพียงแต่ต้องฝึกการลำดับคำตอบ แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนในคำตอบแต่ละคำถาม
- การกำหนดนโยบายสาธารณะ ผู้เรียนบางกลุ่มนำเสนอปัญหาได้ชัดเจน การสืบค้นและได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบเอื้อและสามารถดำเนินการได้ หากได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายต่าง ๆ
-
บุคลิกภาพและการนำเสนอของผู้เรียน ควรได้ฝึกฝนและได้รับคำแนะนำจากครูสอนหรือครูที่ปรึกษาชมรมนั้น ๆ จะด้วยการฝึกนำเสนอในหรือนอกชั้นเรียน ทั้งผู้เรียนด้วยกันเองหรือต่างชั้น ต่างระดับ เพื่อจะได้เกิดความเชื่อมั่น ไม่ประหม่าเมื่อพูดในที่ชุมชน
- จำนวนผู้โชว์เคส มีหลายหลายลักษณะได้แก่ ให้ผู้เรียนหรือผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหมดมายืนเรียงแถว แต่นำเสนอเพียงส่วนหนึ่ง ผู้นำเสนอเพียงคนเดียว ผู้นำเสนอห้าคนโดยแต่ละบอร์ดมีผู้รับผิดชอบและอีกคนเป็นผู้แนะนำสมาชิกกลุ่มและสรุป ผู้นำเสนอมีแปดคน
สำหรับข้อสังเกตทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของภาพที่ได้ติดตามนิเทศโครงการนี้ จากผู้เขียนเพียงคนเดียว ไม่ได้เป็นภาพรวมของกลุ่มคณะทั้งหมด และยังขาดบางจังหวัด ดังนั้น จึงเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่คิดว่า สถานศึกษาและครูผู้สอน ครูชมรม ได้เดินมาถูกทิศทาง แม้ว่า บางแห่งยังไม่ได้เริ่ม ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เป็นส่วนประกอบในการทำงานต่อไปได้ และคาดหวัง อยากให้เป็นตัวอย่างโครงการที่ยั่งยืนอีกสักหนึ่งโครงการใน สอศ. ของเราสืบไป
* หมายเหตุ : 6 ขั้นตอนได้แก่ การระบุปัญหานโยบายสาธารณะในชุมชนของท่าน การเลือกปัญหาเพื่อศึกษาในชั้นเรียน การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่จะศึกษาในชั้นเรียน การพัฒนาแฟ้มผลงานของชั้นเรียน การนำเสนอแฟ้มผลงานและผลสะท้อนจากประสบการณ์การเรียนรู้
พิมพร ศะริจันทร์ ศึกษานิเทศก์ เขียนวันที่ 30 มกราคม 2553
จากการนิเทศติดตามโครงการสำนึกพลเมือง วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา วิทยาลัยเทคนิคน่าน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา วิทยาลัยการอาชีพเชียงราย วิทยาลัยกาญจนาภิเษกเชียงรายและวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2553
ผู้ที่จะนำบทความ รูปภาพไปตีพิมพ์ต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น
ผลงานและสิ่งพิมพ์ของผู้เขียน ปรับปรุงข้อมูล วันพฤหัสบดี, 25 กุมภาพันธ์ 2553
ติดต่อผู้เขียนที่ [email protected]

