ระเบียบข้อบังคับของชมรมคุ้มครองผู้บริโภคอำเภอบึงนาราง  จังหวัดพิจิตร

 

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ 1 ชมรมนี้มีชื่อว่า “ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคอำเภอบึงนาราง  จังหวัดพิจิตร”

ข้อ 2.เครื่องหมายของชมรมมีลักษณะเป็นแว่นขยายกับเอกสารข้อมูลอยู่ในวงกลม  ล้อมรอบวงกลมด้านนอก

      ด้วยอักษรคำว่า ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคอำเภอบึงนาราง  จังหวัดพิจิตร

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 3. วัตถุประสงค์ของชมรม

          3.1 เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้แก่สมาชิกชมรมคุ้มครองผู้บริโภคอำเภอบึงนาราง ได้ตระหนักถึงสิทธิและ

     หน้าที่ของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522

3.2 เพื่อเผยแพร่ ข่าวสารความเข้าใจและส่งเสริมคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

3.3 เพื่อให้สมาชิกชมรมสามารถเลือกซื้อ เลือกใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและงดเว้นการใช้

     สินค้าและบริการที่ไม่เหมาะสม

3.4 เพื่อให้สมาชิกชมรมสามารถถ่ายทอดความรู้และเป็นสื่อชักนำประชาชนในชุมชนให้ตระหนักถึง

     บทบาท สิทธิและหน้าที่ของตนเองและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค

3.5 เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมร่วมกัน

3.6 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการรวมพลังผู้บริโภค

หมวดที่ 3

การเข้าเป็นสมาชิก

ข้อ 4. ผู้ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ให้ยื่นใบสมัครต่อเลขานุการของชมรมตามแบบฟอร์มซึ่งจะ

        ขอได้จากประชาสัมพันธ์ของชมรม  รวมทั้งสมาชิกที่ได้สมัคร กับงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน

        สาธารณสุขจังหวัดพิจิตรที่สมัครก่อนปี พ.ศ. 2551

 

หมวดที่ 4

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 5. สมาชิกมีสิทธิ ดังนี้

          5.1 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับชมรมต่อคณะกรรมการชมรม

          5.2 มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมของชมรมตามที่คณะกรรมการชมรมกำหนด

          5.3 มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการชมรมในกรณีที่มีการเลือกตั้ง

          5.4 มีสิทธิได้รับสิ่งต่างๆ ที่ชมรมจัดให้

 

ข้อ 6. หน้าที่ของสมาชิก

          6.2 ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และระเบียบของชมรม

          6.2 เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชมรม

ข้อ 7. การพ้นจากการเป็นสมาชิกชมรม

          7.1 มีความประพฤติเสื่อมเสีย คณะกรรมการให้ออก  โดยลงมติให้ออกด้วยจำนวนเกินกว่า ¾ ของ

                จำนวนกรรมการทั้งหมดที่แต่งตั้ง

          7.2 ตาย

          7.3 ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ยื่นต่อเลขานุการให้ประธานชมรมอนุมัติ

หมวด 5

การบริหารงาน

ข้อ 8. การบริหารงานของชมรมให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งไม่เกิน 17 คน และคณะกรรมการนี้

        จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของ

                   8.1 ประธานชมรม                 1                  คน

                   8.2 รองประธานชมรม             1                  คน

                   8.3 เลขานุการ                     1                  คน

                   8.4 นายทะเบียน                  1                  คน

                   8.5 เหรัญญิก                      1                  คน

                   8.6 ประชาสัมพันธ์                 1                  คน

                   8.7 กรรมการ                      11                คน

ข้อ 9. การเลือกตั้งคณะกรรมการชมรม

          9.1 ประธานและรองประธานชมรมให้เลือกโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการชมรมคุ้มครองผู้บริโภคระดับตำบลทั้ง 6 แห่ง แห่งละ 5 คน รวม 30 คน

          9.2 คณะกรรมการคนอื่นให้เลือกโดยประธานและรองประธาน อย่างน้อยคณะกรรมการชมรมคุ้มครองผู้บริโภคอำเภอบึงนาราง จะต้องมีสมาชิกมาจากชมรมคุ้มครองผู้บริโภคระดับตำบลอย่างน้อย

แห่งละ 2 คน

ข้อ 10. กรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

          10.1 ประธานมีอำนาจและหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และระเบียบของชมรมและเป็นประธานในที่ประชุม

          10.2 รองประธานชมรมมีอำนาจและหน้าที่ตามที่ประธานกำหนดให้และช่วยเหลือประธานในกิจการต่างๆ ทั่วไป  รักษาการแทนประธานในเมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติงานได้

          10.3 เลขานุการมีหน้าที่จดบันทึกการประชุม ทำหนังสือให้ประธานเป็นผู้นัดประชุม กำหนดเวลา สถานที่ที่จะประชุม แจ้งให้สมาชิกทราบ ประสานงานกับกรรมการทุกฝ่าย

ข้อ 10. กรรมการมีอำนาจและหน้าที่  (ต่อ)

          10.4 นายทะเบียน มีหน้าที่รักษาทะเบียนสมาชิกชมรม รักษาเอกสารทุกชนิดตลอดจนเอกสารการเงิน

          10.5 เหรัญญิกมีหน้าที่เก็บรักษาเงินของชมรม จ่ายเงินตามคำสั่งประธาน แต่ถ้าเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากมติที่ประชุมคณะกรรมการชมรมก่อน

          10.6 ประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน แจ้งข่าวสารและข่าวต่างๆ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้

ทราบทั่วกัน

ข้อ 11. การประชุมคณะกรรมการบริหารให้มีอย่างน้อย 2 เดือนครั้ง โดยให้ประธานเป็นผู้กำหนด วัน เวลา

และสถานที่ประชุม  ทุกครั้งที่มีการประชุมจะต้องมีกรรมการร่วมประชุมไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการ

ทั้งหมด การพิจารณาวินิจฉัยให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติเด็ดขาด ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานชี้ขาด

ข้อ 12. ในการประชุม ให้ประธานทำหน้าที่เป็นประธาน เมื่อประธานไม่อยู่ให้รองประธานทำหน้าที่ประธาน

ถ้าประธานและรองประธานไม่อยู่ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

 

...................................................................................................................