ประสบการณ์จัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์สาธารณสุข
เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร
การทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ในรูปแบบเดิมจะใช้ 4 มุมมอง ตามหลัก BSC แต่รูปแบบใหม่ที่นำมาใช้ในพื้นที่อำเภอบึงนารางเป็นแนวทางของ นายแพทย์อมร นนทสุต ซี่งเป็นแนวทางที่ สปสช.เขต กำหนดให้ถือปฏิบัติ โดยเริ่มทำตั้งแต่ปีงบประมาณ
2552 . ทำครบทุกตำบลในปี 2553 เนื่องจากเป็นพื้นที่ถ่ายโอนเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพของ สปสช. การทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์อำเภอบึงนารางจัดทำระหว่างวันที่ 20-21 ก.ค.52 ณ บ้านสวนคลาสสิค จังหวัดพิษณุโลก มีนายแพทย์พูลสิทธิ์ ศีติสารนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน เป็นวิทยากร , คุณธะเนตร เอื้อเฟื้อพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และทีมงานจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบึงนารางเป็นวิทยากรกระบวนการ งบประมาณจาก สปสช.นครสวรรค์ กิจกรรมการจัดทำแผนตามแนวทางของนายแพทย์อมร นนทสุต แบ่งสมาชิกเป็น 4 กลุ่มตามยุทธศาสตร์ สสจ.พิจิตร แต่ละกลุ่มจะวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพประชาชนอำเภอบึงนาราง วิเคราะห์จนครบ 4 ระดับทั้งระดับประชาชน ภาคี กระบวนการและระดับรากฐาน แล้วนำข้อมูลมาร่วมกันกำหนดจุดหมายปลายทางในปีงบประมาณ 2556 จากนั้นนำจุดหมายปลายทางไปกำหนดแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ 4 ปี
แล้วแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่มเพื่อวางแผนปฏิบัติการประจำปี 2553 ตามยุทธศาสตร์ กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดความสำเร็จ ผู้รับผิดชอบต่างๆ
เพื่อนำไปเขียนเป็นโครงการของบประมาณตามแหล่งที่กำหนดต่อไป ในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวนี้เป็นการฝึกทักษะแก่ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนเพื่อให้สามารถนำแนวทางที่ร่วมทำแผนระดับอำเภอไปใช้ในการทำแผนระดับตำบลที่จะต้องดำเนินการต่อในพื้นที่กองทุนทุกแห่ง ผลการประเมินผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้พบว่าร้อยละ 50 มีความมั่นใจว่าจะสามารถนำไปปรับใช้ในระดับกองทุนตำบลได้ ซึ่งคณะวิทยากรกระบวนการก็ให้ความมั่นใจกับผู้รับผิดชอบงานกองทุนฯ ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงในการทำแผนให้กับทุกกองทุน
ในเดือนต่อมาผู้รับผิดชอบงานพัฒนายุทธศาสตร์อำเภอบึงนาราง ก็ซักซ้อมขั้นตอน กระบวนการ และการเตรียมความพร้อมทุกด้านแก่ทีมงานที่จะออกจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ในระดับกองทุน โดยประธานกองทุนฯ ( นายก อบต.) เป็นผู้จัดเตรียมกลุ่มเป้าหมายร่วมกับหัวหน้าสถานีอนามัย เอกสารข้อมูลที่จำเป็นให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าสถานีอนามัย สถานที่และงบประมาณเป็นความรับผิดชอบของนายก อบต. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมวางแผนระดับกองทุนประกอบด้วย แกนนำสุขภาพ ผู้นำที่เป็นทางการ-ไม่เป็นทางการ หัวหน้าส่วนราชการ เอกชนในหมู่บ้าน แกนนำประชาชน และคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ขณะนี้ดำเนินการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ครบทุกกองทุนฯ ปัญหาที่พบในการทำแผนระดับกองทุนฯ ก็คือ บางแห่งผู้เข้าประชุมหลายคนอยู่ร่วมกิจกรรมได้ไม่ครบตามกำหนด เนื่องจากติดธุระด่วนที่จำเป็น แนวทางแก้ไขในการประชุมครั้งต่อไป ผู้จัดควรคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อม เสียสละ เป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญได้อย่างแท้จริง และก่อนเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล
ในวันแรกควรชี้แจงซ้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นในการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ความจำเป็นที่ประชาชนและทุกภาคส่วนต้อง
มีบทบาทเข้ามากำกับดูแลงบประมาณด้านสุขภาพของตนเอง ซึ่งมีจำกัดแต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึงทุกหมู่บ้าน การชี้แจง
จะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมทำแผน เกิดความตระหนักและเข้าใจบทบาทตนเองที่จะร่วมทำแผนให้แล้วเสร็จด้วยความตั้งใจและเต็มใจ
เมื่อผู้จัดให้ความสำคัญ ยกย่อง ให้เกียรติแก่ผู้เข้าประชุมและชี้แจงเป็นอย่างดีแล้วก็จะทำให้ผู้ประชุมอยู่กันครบจนจบกระบวนการ
ข้อดีที่ชัดเจนของการจัดทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ก็คือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนชัดเจนมากกว่าเดิม มีการร่วมคิดวิเคราะห์ วางแผน ร่วมทำงาน ร่วมประเมินงาน ร่วมรับผลงาน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยกันอย่างชัดเจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้นกว่าเดิม แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเอาใจใส่ คอยกำกับกระตุ้นหรือให้ความรู้ ทักษะการเขียนโครงการกองทุน สปสช.ในช่วงปีแรกๆ จนกว่าจะเป็นงาน ซึ่งแนวทางการพัฒนาศักยภาพของกองทุนฯ ในพื้นที่อำเภอบึงนารางนั้น มีการจัดประชุมสัญจรคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 โดยจัดประชุมเวียนไปทุกตำบลเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานของกองทุนแต่ละแห่ง มีการนำเสนอโครงการ ผลงานเด่น ปัญหาและ แนวทางแก้ไขของแต่ละกองทุน ในปีนี้กองทุนทุกแห่งก็ได้ตั้งงบประมาณเพื่อใช้ในการจัดประชุมสัญจรไว้แล้ว นอกจากนี้ สสอ.บึงนารางก็จัดให้มีการประกวดผลงานกองทุนดีเด่นในระดับอำเภอมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลดปัญหาและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะกรรมการบริหารกองทุนเป็นอย่างดี