โรงเรียนสตรีทุ่งสง
การสอบวัดผลปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒
วิชาภาษาไทย ๒ ท ๓๑๑๐๒ เวลา ๖๐ นาที ๒๐ คะแนน
คำชี้แจง ข้อสอบมีทั้งหมด ๒ ตอน
ตอนที่ ๑ ให้นักเรียนเลือกตอบในข้อที่ถูกที่สุดแล้วทำเครื่องหมาย Xในกระดาษคำตอบ, มีทั้งหมด ๓๐ ข้อ
ตอนที่ ๒ให้นักเรียนเขียนตอบในกระดาษคำตอบ
ตอนที่ ๑
สาระการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ ๓
๑.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
๑. ร่ายยาว จำนวนวรรคไม่แน่นอน วรรคหนึ่งจำนวนคำ ๓-๑๐ คำ
๒. ร่ายโบราณ จำนวนคำวรรคละ ๕ คำ จบด้วยคำสร้อย
๓. ร่ายสุภาพ วรรคละ ๕ คำ จบด้วย บาทที่สามและบาทที่ ๔ ของโคลงสี่
๔. ร่ายดั้น วรรคละ ๕ คำ จบด้วย บาทที่ ๓ และ ๔ ของโคลงสี่ดั้น
๒. ข้อใดเป็นลักษณะสัมผัสของร่ายที่ถูกต้องที่สุด
๑.ถ้าจะจอดเรือให้ดูท่า ตีด่าข้าให้ดูโทษ ขึ้นโตนดให้ดูไคล ขึ้นบันไดให้ดูขั้น
๒.อย่ารักลมกว่าน้ำ อย่ารักถ้ำกว่าเรือน รักตะวันกว่าเดือน อย่ารักเพื่อนกว่าตัว
๓. ยางจับยางชมฝูง ยูงจับยูงยั่วย้าว เปล้าจับเปล้าแปลกหมู่ กระสาสู่กระสัง
๔. กรรมใดดลออกไท้ ให้รักราชเอารส กำสรดสั่นสรรพางค์ ออกนางพ่างจะพินาศ
สาระการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ ๔
๓.ผู้ฟังมีพฤติกรรมอย่างไรจึงถือว่าการพูดครั้งนั้นสมบูรณ์
๑. ยายฟังพระเทศน์จนหลับไป ๒. ตั้งแต่ครูบอกบุหรี่อันตรายผมไม่สูบอีกเลย
๓. แม่ห้ามไปเที่ยวแต่ก้องทำหูทวนลม ๔. แมวที่บ้านพอเรียกชื่อมันวิ่งมาหาทุกที
๔. ข้อใดไม่เป็นคุณสมบัติของผู้พูดที่ดี
๑.สบสายตาผู้ฟัง ๒. พูดให้ช้าลง
๓. เสียงดัง ชัดเจน ๔. พูดมีคำสร้อยบ่อยๆ
๕. ข้อใดเป็นการพูดเชิญชวน
๑.เรามาปลูกต้นไม้คนละต้นเพื่อลดโลกร้อน ๒. อย่าขับรถย้อนศร
๓. โทร.ขณะขับรถปรับ ๒.๐๐๐ บาท ๔. คนเสพตาย คนขายติดคุก
๖. การพูดโทรศัพท์ตามข้อใดถูกต้อง
๑. สวัสดีค่ะ๐๗๕๔๑๑๓๔๘ คะ ๒. โหล..นี้อ้อมนะ
๓. คุณป้าช่วยตามณัฐาพร รับสายหน่อย ๔. แค่นี้นะฉันยุ่งๆอยู่
๗. พูดอย่างไรให้ผู้ฟังศรัทธาและชื่นชม
๑. ผมจบปริญญาโทจากจุฬาฯ ครับ ๒. คุณต้องเชื่อผม หยุด ฟังผมก่อน
๓. จุฑามาศเพื่อนดิฉันนะกู้ทุกอย่าง ๔. คุณเบญฌาภา คุณจะเสนอแนะเชิญครับ
๘. ข้อใดใช้คำในการพูดได้ถูกต้อง
๑. อย่าเอาเตารีดไปใช้ทับกระดาษ ๒. ที่นี่รับอัดพระ
๓. เขาท่องเที่ยวไปทั่วพิภพ ๔. เธอเป็นนางงามจักรวาล
๙. ประโยคใดที่พูดสื่อความหมายได้ชัดเจน
๑. เรามักเป็นหวัดช่วงฤดูฝน ๒. สุขภาพของคนไทยไม่ดีส่วนใหญ่
๓. การจราจรในกรุงเทพฯเกิดจลาจล ๔. เราย่อมสำเร็จทามกลางความขยัน
๑๐. ข้อใดเป็นการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์
๑. ต้องชี้ถูกชี้ผิด ๒. คัดค้านโดยมีข้อเสนอแนะ
๓. ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสิน ๔. สรุปให้ได้ว่าต้องทำหรืออย่าทำ
๑๑. เรื่องใดที่ไม่ควรวิจารณ์
๑. ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ๒. การแสดงละคร ภาพยนตร์
๓. ข่าว สารคดี ๔. วรรณกรรม วรรณคดี
๑๒. “หากคนขายของยังคิดอะไรที่สร้างสรรค์ไม่ออก นอกจากนำผู้หญิงมาขาย มันคือเป้าหมายท้ายสุดจริงๆ คือขายเซ็ก”
ข้อความข้างต้นเป็นการกล่าวนำการวิจารณ์เรื่องใด
๑. อาชีพ ๒. ผู้ใช้กฎหมาย
๓. การโฆษณาสินค้า ๔. ผู้บริโภคสินค้า และบริการ
สาระการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ ๕
๑๓.ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง
๑. มั่นใจเราทำได้ ๒. เธอสวยกว่าใครในห้องนี้
๓. อุษณี สีสม ได้คะแนนภาษาไทยสูงสุด ๔. ปลาทูแกงส้มกับหน่อไม้ดองอร่อย
๑๔. “หนึ่งคู่ครองของเขามีเจ้าของ อย่าได้ปองเป็นมิตรพิสมัย
หนึ่งสมบัตรพัสถานของผู้ใด อย่าอยากได้ไปเอาของเขามา”
คำประพันธ์นี้ตรงตามข้อใด
๑. ทรัพย์ท่านคืออิฐผา กระเบื้อง ๒. รักหญิงอย่าพึงคิด สินอ่อย เอานา
๓. มีเมียอยู่เคหา ไกลย่าน ๔. เขาบ่เรียกสักหน่อยขึ้น เคหา
๑๕. “ถึงบางพรหมพรหมมีอยู่สี่พักตร์ คนรู้จักแจ้งจิตทั่วทิศา
ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหม”
คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด
๑. ควรเคารพในสิ่งศักดิ์ ๒. การคบค้าสมาคมกับผู้อื่น
๓. คนเราต้องรู้จักระวังตน ๔. เราไม่อาจรู้จักคนทุกคน
๑๖. “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมตามใจเขา
ใครทำตึงแล้วก็ผ่อนหน่อยลงเบา นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง”
คนโบราณต้องการให้เราประพฤติตัวเช่นไร
๑. รู้จักวางตัวกับผู้ใหญ่ ๒. การคบนักเลงด้วยกัน
๓. ให้เป็นคนใจกว้าง ๔. ควรเป็นคนอ่อนโยน
๑๗. “อันบ่วงกรรมทำไว้แต่ปางหลัง เป็นพืชยังปางนี้ให้มีผล
หว่านพืชดีผลดีมีแก่ตน หว่านพืชชั่วกลั้วผลที่ข้นแค้น”
ขอใดที่มีความหมายตรงกัน
๑. หว่านพืชต้องหวังผล ๒. ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
๓. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ๔. ดินดีเพราะป่าปก
๑๘. “บุษบาบ่เลือกเคล้า หมู่ภมร
แต่สตรีงามงอน ห่อนง่าย”
คำประพันธ์นี้กล่าวว่าเช่นไร
๑. ตัดอื่นตัดได้ยกเว้นความรัก ๒. ผู้หญิงไม่มีโอกาสเลือกผู้ชาย
๒. หญิงงามพร้อมหายาก ๔. อย่าเป็นคนใจง่าย
สาระการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ ๖
๑๙. การเขียนทรรศนะเชิญชวนมีจุดประสงค์ตามข้อใด
๑. เพื่อขายสินค้า ๒. การพูดหาเสียงผู้สมัครผู้แทน
๓. จูงใจให้กระทำในสิ่งที่สังคมต้องการ ๔. บังคับไม่ให้ทำผิดกฎหมาย
๒๐. ข้อความใดที่เขียนทรรศนะเชิญชวนได้ดีที่สุด
๑. อ่านวันละนิด จิตแจ่มใส ๒. หญิงก็ได้ชายก็ดี อย่ามีเกินสอง
๓. ดูแลลูกสักนิด ลูกจะไม่ติดยา ๔. ไร้สิ้นทุกข์ภัย เมืองไทยร่มเย็น
๒๑. “วันนี้เพิ่มดีกรีให้ชีวิต หาข้อคิดร่วมก๊งในวงเหล้า
ไม่อายใครถึงใครชี้ไอ้ขี้เมา แต่อายเขาถ้าใครชี้ไอ้ขี้โกง”
ข้อความข้างต้นอาจไม่สุภาพแต่เชิญชวนให้เราเป็นคนเช่นไร
๑. หยุดเหล้าหยุดจน ๒. หาความรู้ในวงเหล้า
๓. มีความสุขในทุกที่ ๔. เป็นคนซื่อสัตย์
๒๒. “ทุกโศกเพราะโรคร้าย มากล้ำกรายอย่าเสียขวัญ
ทำใจให้รูทัน ทุกข์ที่หนักจักเบาบาง”
ข้อความนี้ให้เราเป็นคนเช่นไร
๑. รู้จักป้องกันโรค ๒. ให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิต
๓. รู้เท่าทันโลก ๔. ไข้ต้องรักษา
๒๓. “สมาชิกในครอบครัวควรทำความเข้าใจว่าวัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมถอย ของร่างกายทุกระบบ และสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากวัยอื่น จะส่งผลต่อสุขภาพจิตของ ผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงควรให้ความสนใจและหันมาดูแลผู้สูงอายุกันบ้าง โดยการส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุ ได้ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมกันทำได้” บทความข้างต้นเป็นการเชิญชวนให้ทำสิ่งใด
๑. ให้คนในครอบครัวหันมาดูแลผู้สูงอายุ ๒. ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมาออกกำลังกาย
๓.ให้ ออกกำลังกายทำด้วยกันทั้งครอบครัว ๓.ให้รู้ว่าออกกำลังกายมีผลดีต่อสุขภาพ
๒๔. ทรรศนะเชิญชวนข้อใดที่ต้องการให้ขยันเรียน
๑. โชคอยู่ที่การศึกษา วาสนาอยู่ที่การเรียน ๒. เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่ ๓. รักเรียน อย่าเพียรรัก ๔. ความสุขอยู่ข้างหน้า หันมาเรียนหนังสือ
๒๕. ข้อใดมีความมุ่งหวังให้เราอดทน เข้มแข็ง
๑. ปลาเป็นย่อมว่ายทวนน้ำ ๒. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง
๓. มีศัตรูเป็นบัณฑิต ดีกว่ามิตรเป็นคนพาล ๔. เราคือผู้ลิขิต ชีวิตของเรา
๒๖. ถ้าต้องการให้ทุกคนรู้คุณค่าของความสามัคคีควรใช้ข้อความใด
๑. โลกนี้อยู่คนเดียวไม่ได้ ๒. มรดกชาติ คือเอกราชไทย
๓. ดอกไม้ดอกเดียว ไม่อาจร้อยเป็นมาลัย ๓. รู้เหมือนกัน ย่อมเป็นมิตรดีต่อกัน
๒๗. ข้อใดกล่าวเชิญชวนให้เห็นประโยชน์ของการฟัง
๑. ฟังหูไว้หู ๒. ผู้พูดเหมือนผู้หว่าน ผู้ฟังนั่งเก็บเกี่ยว
๓. ฟังความข้างเดียว ๔. รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
๒๘. ข้อใดใช้ภาษาที่คำนึงถึงทัศนะเชิญชวน
๑. ถ้าคุณไม่ประหยัดพลังงาน รัฐบาลต้องใช้มาตรการเข้มงวดและเด็ดขาด
๒. ถ้าพวกเราไม่ประหยัดในที่สุดเราก็ไม่มีพลังงานใช้ กิจการต่างๆก็ต้องหยุดชะงัก
ความเดือดร้องก็จะเกิดขึ้น
๓. หากคุณพบเห็นคนสูบบุหรี่ในที่สาธารณะซึ่งเป็นเขตปลอดบุหรี่ โปรดแจ้งศูนย์รับแจ้ง
ข่าวสาร โทร.๐๒๕ ๙๐๓๐๓๒ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๔. ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน สำรวจและรายงานสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านมาให้หมด
เพื่อรัฐบาลจะได้ไปทำแผนการท่องเที่ยว
สาระการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อที่ ๗
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
๒๙. “คนใดถ่อยจากรู้ วิชา
หญิงรูปร้ายกิริยา โฉดด้วย
บรรพชิตบ่รักษา ศิลขาด
สามสิ่งนี้ชื่อม้วย ชิพสิ้นสุดสกล”
บุคคลทั้งสามที่กล่าวในคำประพันธ์มีลักษณะอย่างไร
๑. ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย ๒. อายุสั้น
๓. มีชีวิตก็เหมือนตาย ๔. มีความรู้แต่พาตัวไม่รอด
๓๐. “มีฤทธิ์แรงมากแม้น ทศพลพล ก็ดี
หักพระเมรุทบทน ท่าวแท้
หยิบยกสี่สากล ชูกลอก ไว้นา
บัดย่อมจะพ่ายแพ้ แก่ท้าวมฤตยู
คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด
๑. ทุกคนหนีความตายไม่พ้น ๒.ผู้มีกำลังย่อมชนะเสมอ
๓. อย่ากระทำในสิ่งที่เกินกำลัง ๔. เทวดาเป็นใหญ่สูงสุด
ตอนที่ ๒ อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว ให้นักเรียนเขียนเป็น รายยาวจนจบเรื่อง
ฤๅษีเลี้ยงลิง
ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่ง ออกประภาสป่าเพื่อล่าสัตว์ ขี่ม้าไปสักพักหนึ่ง
ไปพบกุฏิของพระฤๅษี พระราชาเข้าไปทักทายพร้อมกับนำผลไม้ที่เก็บมาได้ถวายแก่พระฤๅษี
พระฤาษีทานผลไม้อิ่มแล้ว ก็โยนผลไม้ที่เหลืออยู่ให้ลิงที่ท่านผูกไว้กินด้วย พระราชาเห็นลิงที่พระฤาษีผูกไว้ก็นึกสงสารจึงพูดว่า “พระฤาษีไม่น่าผูกมันไว้ มันทรมาร น่าเวทนา ควรปล่อยให้มันไปเที่ยววิ่งเล่นตามธรรมชาติของลิง” พระฤาษีแย้งว่า “ลิงตัวนี้มันซุกซน ชอบรื้อข้าวของ กุฏิ หักกิ่งไม้ ต้นไม้ ต้องผูกมันไว้อย่างนี้แหละ” แต่พระราชากลับอ้างว่า “ท่านเป็นผู้ทรงศิล หวังพระนิพพาน ไม่ควรทำบาป” พระฤาษีจึงยอมปล่อยลิง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่า “เมื่อพระองค์กลับถึงเมืองให้ยกเลิกกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่บังคับใช้กับข้าราชการและประชาชน”
กลับถึงเมืองพระราชาก็ยกเลิกระเบียบกฎหมายทุกอย่าง ให้ข้าราชการและประชนชนอยู่กันอย่าอิสระ บ้านเมืองเกิดปัญหามากมาย ต่างคนก็ไม่มีใครกลัวใคร รบราฆ่าฟัน ลักขโมย
ปล้นสะดม แม้แต่พระราชาเองก็ไม่มีใครนับถือ ให้ความยำเกรง พระราชาจึงหนีเข้าป่า มาพบกับพระฤาษี เห็นแต่กุฏิที่พังกระจัดกระจาย หลังคาบันไดก็ไม่เหลือ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับจากพระฤาษี พบแต่ลิงตัวที่พระฤาษีเลี้ยง เอาไม้แหย่โพรงไม้อยู่ เข้าไปดูจึงรู้ว่าลิงกำลังเอาไม้แหย่พระฤาษีที่หนีเข้าไปอยู่ พระราชาจึงจับลิงผูกไว้ดังเดิม และช่วยเหลือให้พระฤาษีออกมา ช่วยซ่อมกุฏิ ที่พัก โดยทั้งสองจึงยกเลิกสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน พระราชาก็ออกกฎหมายปกครองเมืองเหมือนเดิม (กระดาษคำตอบไม่พอเขียนต่อหน้าหลังได้)
กระดาษคำตอน
ชื่อ..................................................................................ชั้น ม.๔/......... เลขที่........
ตอนที่ ๑
ข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ข้อ ๑ ๒ ๓ ๔
๑ ๑๖
๒ ๑๗
๓ ๑๘
๔ ๑๙
๕ ๒๐
๖ ๒๑
๗ ๒๒
๘ ๒๓
๙ ๒๔
๑๐ ๒๕
๑๑ ๒๖
๑๒ ๒๗
๑๓ ๒๘
๑๔ ๒๙
๑๕ ๓๐
ตอนที่๒ แต่งคำประพันธ์เรื่อง ฤาษีเลี้ยงลิง
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................