ช่วงนี้การงานที่เรารับผิดชอบนั้นประสบปัญหามาก เพราะต้องติดต่อกับทั้งคนทั้งบริษัทที่มาเอาเปรียบ หลอกลวงอยู่จำนวนมากมาย
อย่างเช่นเมื่อวานนี้เรารู้สึกผิดหวังกับบริษัทที่ผลิตเตาเผาศพบริษัทหนึ่งมาก เพราะกว่าหนึ่งปีที่เราติดต่อกับเขามา เมื่อประสบปัญหาเขาไม่เคยใส่ใจกับปัญหาของเราเลย ไม่รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แถมพอมีปัญหาเกิดขึ้นก็ยังมาว่าพวกเราเป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมาเองอีก
กว่า 24 ชั่วโมงที่นี้ เราต้องนั่งใคร่ครวญถึงสิ่งที่เขาเคยสัญญากับเราไว้ และสิ่งที่เราจะต้องทำตามสิ่งที่เราสัญญากันไว้นั้น เราเคยพูดกับเขาว่า “ถ้าเตาเผาศพของบริษัทของมีปัญหา เราจะเอาเรื่องโดยการประจานต่อสื่อ 3 วัน 7 วัน”

เราจึงมานั่งคิดว่าเราจะทำอย่างนั้นหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงไม่ต้องมานั่งคิดแล้ว ป่านนี้เราคงจะทั้งด่าเขา ประนามเขา ตามหลักฐานต่าง ๆ ที่เราได้บันทึกไว้
ถ้าเราทำอย่างนั้น เขาคงจะผูกใจเจ็บกับเรามาก แต่จุดสำคัญปัญหาของเราจะได้รับการแก้ไขไหม เขาคงจะมาแก้ไขให้ โดยขอร้องให้เราหยุดการประจานบริษัทเขาแบบนั้น เราคงได้งานแต่เราคงจะเสียเพื่อนไป
แต่สิ่งที่เขาไม่รับผิดชอบงานมากกว่า 1 ปี เขาแสดงความเป็นเพื่อนหรือ....?
ไม่รู้สินะ กรรมใคร กรรมมัน กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นก็ต้องตอบสนองผู้ที่กระทำกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมเลว
วันนี้ เราขอเลือกทำกรรมดีก็แล้วกัน ขอเลือกทำกรรมที่มีชื่อว่า “การให้อภัย” เราขอให้อภัยต่อความไม่จริงใจ ความเอาเปรียบทั้งต่อหน้าและลับหลังที่เขาเคยกระทำทั้งตั้งใจก็ดีและไม่ตั้งใจก็ดี ขอให้เวรกรรมที่เคยทำต่อกันดี “จบ” ลงไปในชาตินี้ด้วย
แต่ว่าไปเขาก็เป็นผู้มีพระคุณกับเรามากนะ เพราะว่าถ้าเขาทำดี เราก็จะไม่มีโอกาสได้ “ให้อภัยเขา”
วันนี้เขาเป็นผู้มีพระคุณกับเรา เพราะการกระทำที่ไม่ดีของเขา เราจึงมีโอกาสได้ “ให้อภัย”
ถ้าเราผูกใจเจ็บกัน แก้แค้นกันไป แก้แค้นกันมา ใช้ความรู้แบบโลก ๆ ใช้สัญญา ใช้หลักฐาน ฟ้องกันไป ด่ากันมา จุดมันก็ไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน วันนี้เขาพลาด เราก็ด่าเขา ประนามเขา เขาก็ผูกใจเจ็บจ้องไว้ว่าวันหนึ่งเราพลาดเขาก็จะด่าเรา กลายเป็นผูกใจเจ็บกันข้ามเดือน ข้ามปี ข้ามภพ ข้ามชาติ
จากที่เขากระทำกรรมไม่ดีกับเรา วันนี้เราขอจบวงจรกรรมดีกับเขานี้ด้วยการให้อภัย เวรกรรมที่เคยทำกันมาตั้งแต่ชาติปางใดก็ขอให้เลิกแล้วต่อกันไป...

อ่านจบแล้วทำให้หนูกลับมาถามตัวเองว่า หนูเคยให้อภัยไหม เเปลกจังเลยค่ะ ที่เรื่องที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นไม่นาน เช่น ไม่ต่อว่าคนเหยียบเท้า ไม่อาฆาตคนที่ตั้งแง่กับเรา ก็มีความรู้สึกเบาสบายดีนะคะ อย่างน้อย ๆ ในอกนี้ก็ไม่มีความร้อนลุ่มเหมือนเมื่อครั้งอยากจะลุกขึ้นมาวางแผนแก้แค้น หรือ เอาคืน การรู้สึกให้อภัย ทำให้มีเวลาทำสิ่งดี ๆ มากขึ้น เห็นตนเองมากขึ้น แม้จะรู้อยู่ในใจว่ายังไม่หมด แต่ก็เห็นความรุงรังในใจค่อย ๆ ถูกลดจำนวนลงก็เป็นความเบาใจในตนเองค่ะ
อนุโมทนาสาธุค่ะ ใน "อภัยทานและธรรมทาน"
(^_^)
สุดท้ายก็คงจะต้องจบลงแบบนั้น เพราะนี่หลังจากเกิดความผิดพลาด ทางบริษัทก็หายเงียบไป ไม่เห็นที่จะติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ซึ่งก็นั่นเองคงจะต้องเป็นเราที่จะต้องรับงานซ่อมแซมนี้ไป
แต่ในอีกทางหนึ่งก็ต้องขอบคุณทางบริษัทเขามาก ๆ ที่เขาเปิดโอกาสให้เราได้ทำความดี ได้สร้างบารมี เพราะถ้าเขามารับผิดชอบทำซะหมด เราก็คงจะทำได้เพียงยืนมองดูอยู่เฉย ๆ แล้วที่สำคัญเรายังไม่มีโอกาสให้ทำ "อภัยทาน" ซึ่งเป็นทานให้ใหญ่ยิ่ง...
ขอบคุณที่กระตุ้นต่อม "อภัย" ให้ทำงานอีกครั้งค่ะ
พอ "อภัย" แล้วรู้สึกจิตใจดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
ให้อภัย การให้ที่ไม่สิ้นสุดค่ะ