ความสำเร็จทางการเงินที่สร้างจากสองมือเปล่า ๔๐ บทเรียนและเรื่องราวของคนที่หาเงินได้เกินล้าน ข้อความสี่บรรทัดที่แปะไว้บนปกหนังสือ ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ แม้เป็นหนังสือเล่มเล็ก ๆ แต่เนื้อหาข้างในไม่เล็กเพราะอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของผู้คนที่ถือได้ว่า ประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน บางครั้งบางทีการเป็นครูกับการพูดถึงเรื่องการเงินและความร่ำรวยดูเหมือนจะ มีความขัดแย้งกันในตัว เพราะดูเหมือนสังคมอยากจะให้ครูอยูอย่างเจียมตัวอย่าไปหวังร่ำรวยอะไร อันนี้ก็ใช่ครับแต่จะว่าไปแล้วทุกคนย่อมมีความต้องการตามลำดับขั้นที่มา สโลว์บอกเอาไว้
หนังสือเล่มนี้เมื่ออ่านจบแล้วเราจะพบว่าประโยชน์ที่ได้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ ตัวเราเท่านั้นเพราะสามารถที่จะนำเรื่องราวตัวอย่างจากในหนังสือไปเล่าให้ เด็ก ๆ ผมลองดูแล้วเด็กให้ความสนใจมากนั่งฟังกันตาแป๋วเลย ซึ่งวันนี้ก็จะเอาตัวอย่างที่เล่าให้เด็กฟังมาบันทึกไว้ในที่นี้ด้วยครับ เป็นประวัติสั้น ๆ ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ชื่อนี้อาจไม่ค่อยหูเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่าเขาคือผู้เขียนโปรแกรม Facebook.com ทุกคนก็ต้องร้อง อ๋อ...ไปตาม ๆ กัน นี่คือส่วนที่คัดลอกมาจากหนังสือครับ
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สุดยอดอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยด้วยอายุน้อยที่สุดในโลก เขาอยู่ในลำดับที่ ๗๘๕ ในรายชื่อ "คนที่รวยที่สุดในโลก" ของนิตยสารฟอร์บส์
แต่ถ้าเจาะ เฉพาะอันดับ "คนรวยที่สุดในโลกที่มีอายุน้อยกว่า ๓๐ ปี" เจ้าหนุ่มคนนี้มาแรงแซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยผลงานบันลือโลกอย่าง Facebook ทำให้อดีตแฮคเกอร์ฮาร์วาร์ด สามารถสร้างมูลค่าทรัพย์สินจากมือเปล่าได้ถึง ๑,๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่ออายุแค่ ๒๔ ปี
เขาทำได้อย่างไร จนถึงวันนี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ยังพาร่างโย่งใส่สเวตเชิ้ตสีน้ำตาลกับกางเกงสแลกลากรองเท้าแตะอดิดาสเดิน ท่อม ๆ ออกจากอพาร์ตเม้นต์ย่านพาดลอัลโต คาลิฟอร์เนียไปยังสำนักงานที่ห่างออกไปสี่บล็อคทุกเช้า ห้องนอนของซีอีโอ Facebook เว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่ฮอตฮิตที่สุดในโลกมีแค่หนึ่งเตียง หนึ่งโต๊ะ เก้าอี้สองตัว และอาหารเช้าของมหาเศรษฐีพันล้านคนนี้ ยังคงเป็นซีเรียลในชามกระดาษ
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เกิดในครอบครัวเชื้อสายยิว-อเมริกัน เมื่อปี ๑๙๘๔ เขาโตมาในรัฐนิวยอร์ก และมีชีวิตวัยเด็กที่แสนจะธรรมดา แต่ในความธรรมดานั้นแอบไม่ธรรมดา เด็กคนนี้เริ่มเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถม ถึงช่วงไฉสคูล จึงไม่ยากที่มาร์คกับเพื่อจะสามารถช่วยกันเขียนปลั๊กอินสำหรับโปรแกรม Winamp ในเครื่องเล่น MP3 ที่ช่วยให้ผ้ใช้สามารถสร้างรายการเพลงโปรดส่วนตัวได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนำปลั๊กอินตัวนี้ขึ้นอินเตอร์เน็ตให้ดาวโหลดฟรีไม่นาน มาร์คก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ AOL และไมดครซอฟท์ ชวนไปทำงานด้วย โชคดีที่หนุ่มน้อยปฏิเสธไปเสียก่อน มิฉะนั้นเขาคงงไม่เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ อุบัติเหตุพันล้าน Facebook อาจไม่เกิด
เรื่องเริ่มต้นขึ้นในปี ๒๐๐๔ เมื่อนักศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์วัย ๒๐ ปีคนนี้ พบว่ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งที่เขาเรียนอยู่ ไม่มีเว็บไดเรคเทอรรี่ซึ่งรวบรวมรายชื่อ ภาพถ่ายและข้อมูลนักศึกษาที่เรียกว่า Facebook มาร์คตั้งใจจะสร้างเว็บที่ว่าด้วยตัวเอง แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับปฏิเสธข้อมูลที่เขาร้องขอด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีนโยบายให้นักศึกษาเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว มาร์คจึง โชว์พาว ด้ววยการ แฮค เข้าไปในระบบทะเบียนประวัตินักศึกษาของฮาร์วาร์ด ดึงรูปนักศึกษาจากฐานข้อมูลมาหาวิทยาลัยมาใส่ในเว็บไซต์ Facemash.com ของเขา ยิ่งกว่านั้นยังชวนนักศึกษามาเล่นเกม Hot or Not โดยขึ้นรูปนักศึกษาที่ละ ๒ คน ให้เพื่อนเข้าไปช่วยกันโหวตว่าใคร Hot หรือใคร Not ปรากฏว่ามีนักศึกษาเข้าไปโหวตถึง ๔๕๐ คน สร้างสถิติคลิกชม ๒๒,๐๐๐ ครั้ง ภายในเวลา ๔ ชั่วโมง ผลของความขี้เล่นครั้งนี้ คือมาร์คถูกกรรมการมหาวิทยาลัยลงโทษระงับการใช้อินเทอร์เน็ต ด้วยข้อหาละเมิดนโยบายและเป็นภัยต่อระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัย
"ผมแค่อยากจะแสดงให้พวกเขารู้ว่ามันทำได้ ก็แค่นั้นเอง" แฮคเกอร์หนุ่มสารภาพ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจ ให้มาร์คสร้างเว็บไซต์ Facebook.com โดยให้เพื่อนนักศึกษาช่วยกันส่งรูปและข้อมูลส่วนตัวเข้ามาเอง ปรากฏว่ามีนักศึกษาส่งรูปมาให้เขาถึงห้าร้อยรูป ก่อนสอบปลายภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลป์สองวัน หนุ่มหัวใสกลัวสอบตกเพราะมัวใส่รายละเอียดเองทุกรูป จึง "ยืมมือ" คนอื่นมาใช้ เขาสร้างเว็บเพจที่มีหนึ่งรูปต่อหนึ่งคน แล้วเว้นที่ว่างด้านล่างสำหรับใส่ "ความคิดเห็น" จากนั้นส่งอีเมลถึงเพื่อร่วมชั้น ให้เข้ามาช่วยกันเขียน "ความคิดเห็น" ให้ ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงรูปพวกนั้นก็เต็มไปด้วยข้อความ
แล้ว Facebook.com อภิมหาธุรกิจพันล้าน ก็ถือกำเนิดขึ้นแบบบ้าน ๆ ในหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้วยเงินลงทุนค่าบริการโฮสติ้ง ๘๕ เหรียญ สามเดือนหลังจากผู้ก่อตั้งโดนคดีเเฮครูปนักศึกษา มันเริ่มป็อบปูล่าร์ในกลุ่มนักศึกษาฮาร์วาร์ดก่อนกลุ่มแรก จากนั้นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอื่นก็เข้าร่วมภาคี เริ่มจากสแตนฟอร์ด เยล แล้วตามมาด้วยอีกสามสิบสถาบัน
จากเว็บไซต์สร้างสัมพันธ์ในหมู่นักศึกษา เรื่องเริ่มมาพลิกผันเมื่อมาร์คกับเพื่อนไปเที่ยวพาโลอัลโต และได้รับการชักนำให้รู้จักกับผู้ก่อตั้ง PayPal ปรากฏว่าใช้เวลานำเสนอ Facebook แค่สิบห้านาที มาร์คก็ได้เงินลงทุนถึง ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกระหว่างโอกาสกับปริญญา มาร์คเห็นแต่หน้าบิลเกตส์ ที่สร้างตำนานลาออกจากฮาร์วาร์ดเพื่อมาสร้างไมโครซอฟท์ "ถ้าไมดครซอฟท์เจ๊ง ผมจะกลับไปเรียนทันที" คือการตัดสินใจของมาร์คก่อนลาออกในปีที่สองของการศึกษา
ปรากฏว่าเดือนพฤศจิกายนปีนั้น Facebook มีสถิติผู้เข้าใช้ทะลุหลัก ๑ ล้านคน และทำสถิติผู้ใช้ทะลุ ๕ ล้านคนในอีกแค่หนึ่งปีต่อมา ผลที่ได้รับ Facebook กลายเป็นเว็บไซต์สังคมที่โด่งดังไปทั่วโลก มีผู้ใช้งานแพร่หลายออกไปอย่างไม่จำกัด มันกลายเป็นเครือข่ายสังคมที่ผู้ใช้ติดหนึบ มีการวิจัยพบว่าสมาชิก Facebook ใช้เวลาหมกมุ่นกับการอัพเดทข่าวสารและเพื่อนฝูงเฉลี่ยเดือนละ ๑๖๙ ชั่วโมง ล่าสุดในปี ๒๐๐๙ Facebook สร้างสถิติผู้ใช้พุ่งทะยานถึง ๓๐๐ ล้านคน และมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ ๕ ล้านคน
Facebook ร้อแรงถึงเพียงนี้ ขนาดที่เพียงแค่ Yahoo ยื่นข้อเสนอขอซื้อ Facebook ด้วยมูลค่า ๑ พันล้านเหรียญ และมีข่าวลือว่ามาร์คตกลงขายเท่านั้น ราคาหุ้นของ Yahoo ก็พุ่งขึ้นทันที
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้รับการจัดลำดับจากนิตยสารไทม์ ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกประจำปี ๒๐๐๘
นิตยสารฟอร์บส์ประเมินรายได้ของเขาต่อปีเท่ากับ ๓๐๐ ล้านเหรียญ ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินน่าจะอยู่ที่ ๑,๕๐๐ ล้านเหรียญ"
นี่คืออีกเรื่องราวดี ๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับใครก็ได้ที่มีความสนใจในการเรียนรู้และก็คงเป็น ประโยชน์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอย่างแน่นอน...
ความเป็นมาของ Facebook
ปรากฏว่ามีนักศึกษาเข้าไปโหวตถึง ๔๕๐ คน สร้างสถิติคลิกชม ๒๒,๐๐๐ ครั้ง ภายในเวลา ๔ ชั่วโมง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
noktalay · 18 ก.พ. 2553
small man · 18 ก.พ. 2553
ครูอ้อย แซ่เฮ · 18 ก.พ. 2553
ครู ป.1 · 18 ก.พ. 2553
นพ. ปรารถนา ประสงค์ดี · 18 ก.พ. 2553
Fruitman · 18 ก.พ. 2553
ครูอ้อย แซ่เฮ · 18 ก.พ. 2553
ขอบคุณมากค่ะ ครูอ้อย ก็เป็นสมาชิกค่ะ
ขอบคุณ คุณครู พลายที่ นำความรู้ ดีๆ ดีมากๆ มาให้ผม
สามารถสร้างแรงบรรดาลใจใหม่ๆให้ผม ขอบคุณมากๆครับ
มารับทราบด้วยคนค่ะ
เขียนสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ดีค่ะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าทำสิ่งที่ชอบ ตามใจปรารถนา ก็รวยได้
ยินดีครับ เป็นสิ่งที่ชอบและเต็มใจทำและนั่นก็นำมาซึ่งความสุขใจที่มีอยู่ลึก ๆ ครับ
ขอบคุณมากค่ะ ที่อ่านหนังสือแล้วนำมาแบ่งปันต่อ ไม่เก็บไว้รู้คนเดียว :-)