ผมเริ่มชีวิตรับราชการครูที่ โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 3 อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวม้งหลายอย่าง เขาว่าประเพณีหรือวิถีการดำเนินชีวิตของชนแต่ละเผ่าย่อมมีความเหมาะสมกับพื้นเพความเป็นมาของชนกลุ่มนั้น แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยสักเท่าไร คือ สภาพความเป็นอยู่ของผู้หญิงม้งและประเพณีการแต่งงานของคนม้ง ซึ่งถ้าจะมองให้ลึกผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบและน่าสงสาร
ประเพณีการแต่งงานแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะที่เห็นชัดเจนคือ
1. การแต่งงานแบบให้ผู้ใหญ่หรือเถ้าแก่ไปสู่ขอ มีการตกลง เจรจาค่าสินสอดทองหมั้นเหมือนกันกับคนไทยทั่วไป เมื่อแต่งงานแล้วฝ่ายหญิงต้องไปอยู่บ้านฝ่ายชาย ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน และทำงานทุกอย่าง รักเดียวใจ้เดียวไม่นอกใจสามี ตรงนี้คือข้อดีมากๆ ของผู้หญิงม้ง แต่ผู้ชายส่วนมากจะเอาเปรียบตรงที่จะหาเมียเพิ่มอีกกี่คนก็ได้ โดยอ้างว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา แต่จริงๆแล้วผมสอบถามจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่และรู้จักม้งอย่างลึกซึ้ง มันเป็นความดลภมากในกามของผู้ชายม้ง
2. การแต่งงานแบบฉุดเอา คือฝ่ายชายรักชอบใครที่ไม่ใช่ญาติตัวเอง สามารถฉุดไปนอนด้วยได้ แล้วค่อยมาขอขมาทีหลัง ถ้าไม้ชอบใจก็เอามาคืนนี่แหละคือความขมขื่นของผู้หญิงม้ง เมื่อเอามาคืนค่าเสียหายที่ตกลงกันมีมูลค่านิดเดียว
ในโอกาสหน้าผมจะนำประสบการณ์ตรงนี้มาเสนอเพิ่มเติม วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ
ในโลกนี้ทำไม่น๊า.. ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เรื่อยเลย ไม่เข้าใจจริงๆ !!
แล้วคุณแก้วชอบแบบไหนจ๊ะ
แล้วถ้าผู้หญิงมายั่วก่อน แล้วเราจะนิ่งดูดายหญ้าก็หาใช่ที่รึท่านว่าเช่นไร ท่านขุน
พี่เขียวดีใจที่ไม่ใช่ม้ง
จึงอยู่รอดปลอดภัยมาทุกวันนี้
ช่างสะท้อนภาพออกมาให้เห็นว่า การกดขี่ทางเพศยังมีอยู่ทุกทิศทั่วทั้งมุมโลก