ชอบหมูติดมันเสี่ยงโรคนิ่วไม่รู้ตัว

การรับประทานอาหารที่มีมันติดอยู่เป็นส่วนผสมอาจจะเต็มไปด้วยคอเรสเตอรอล

โดยเฉพาะจากไขมันสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนย ชีส ต่างๆ นอกจากจะเป็นสาเหตุของภาวะโรคอ้วนแล้วอาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในทางเดินน้ำอีกด้วย

 

ชอบหมูติดมันเสี่ยงดรคนิ่วไม่รู้ตัว

ระบบทางเดินน้ำดี เป็นระบบที่ประกอบไปด้วยตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดีทำหน้าที่เก็บกักน้ำดีเพื่อปล่อยมาช่วยอาหารมันร่วมกับเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ในน้ำดีจะประกอบด้วยคอเลสตอรอล, เกลือ,กรดน้ำดีแฃะน้ำในปริมาณที่สมดุลกัน แต่หากส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลให้เกิด "นิ่ว"

นิ่วในท่อน้ำดี เกิดจากส่วนประกอบของน้ำดีมีความเข้มข้นเกินไปจนตกตะกอนเป็นผลึก หรืออาจเกิดจากถุงน้ำดีที่ผิดปกติจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคระบบประสาทที่ต้องนอนอยู่กับที่นานๆ ทำให้การผสมส่วนประกอบต่างๆ ของน้ำดีผิดปกติ หรือโรคทางระบบทางเดินน้ำดีที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเร่งปฏิกิริยาการตกตะกอนให้เร็วขึ้น

นิ่วในทางเดินน้ำดีมี 2 ประเภท ได้แก่ นิ่วคอเลสเตอรอลที่เกิดจากการบริโภคอาหารมัน หรืออาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลจากไขมันสัตว์ รวมไปถึงยาคุมหรือยาบางประเภทที่เพิ่มระดับเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) เพิ่มสูง เพิ่มความเข้มข้นของคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสาเหตุทางกรรมพันธุ์ คนที่ได้รับอาหารทางเส้นเลือด

อีกหนึ่งประเภทคือ นิ่วผลึกเกลือ ที่เกิดจากโรคบางชนิดที่ทำให้มีเกลือเข้าไปในระบบทางเดินน้ำดีจำนวนมาก เช่น โรคเลือดอย่างธาลัสซีเมีย ซึ่งผลึกเกลือจากบิลิรูมินในเม็ดเลือดแดงแตกตัวเข้าสู่ถุงน้ำดีมากผิดปกติ ก่อให้เกิดเป็นนิ่วผลึกเกลือ ก่อนนิ่วจะเข้าไปอุดตันท่อทางเดินน้ำดี หรือถุงน้ำดี ทำให้น้ำดีผิดปกติ ระบบทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมาหาหมอด้วยอาการปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณลิ้นปี่ โดยจะปวดนาน 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง แล้วจะมีอาการหายไปเอง

สำหรับผู้ป่วยที่ปวดด้วยลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานานโดยไม่รักษา ก้อนนิ่วจะขยายและไปอุดตัน ทำให้มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ตัวเหลืองตาเหลือง เมื่อตรวจเลือดจะพบว่าปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงมากเพราะเกิด ภาวะท่อน้ำดีอักเสบ จำเป็นต้องฉีดยาแก้อักเสบหรือเข้ารับการผ่าตัดต่อไป

พฤติกรรมการกินอาหารเป็นปัจจัยเสี่ยงมากที่สุดในการเผชิญหน้ากับโรคนี้ คนที่นิยมอาหารจานด่วน หรือาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็จะมีแนวโน้มเป็นผู้ป่วยโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีเพิ่มขึ้น และอาจทวีความรุนแรงของโรคที่จะเพิ่มขึ้นด้วย แม้จะเป็นโรคที่ดูไม่ร้ายแรง แต่หากนิ่วอุดตันและติดเชื้อทั้งในท่อน้ำดีและกระแสเลือด อาจรุนแรงถึงตายได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจะควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนมากเกินไป ,ควบคุมอาหาร,หลีกเลี่ยงของมัน ,เพิ่มอาหารที่มีกากใย,ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ,หลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมนเป็นระยะเวลานาน

ที่สำคัญหากพบอาการเบื้องต้น คือ ปวดท้องตื้อบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ หลังมื้ออาหารหรือหลังรับประทานอาหารมัน ควรรีบปรึกษาแพทย์