โรคต้อกระจก

ในผู้สูงอายุโดยทั่วไปมักมีการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆ

อาหารเพื่อผิวงามโรคต้อกระจกคืออะไรอาหารเพื่อผิวงาม

     โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55-60 ปีขึ้นไป มักประสบกับภาวะต้อกระจก ทั้งนี้โรคต้อกระจกเป็นปัญหาทางสายตาที่มีผลต่อประชากรโลกมานาน องค์การอนามัยโลกได้ทำการประเมินว่า ในประชาชนราวหกพันล้านคนนั้นมีคนตาบอดประมาน 35-40 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผลมาจากโรคต้อกระจกและโรคแทรกซ้อนของต้อกระจกมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในแถบประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดจัด แถบเส้นศูนย์สูตร

โรคต้อกระจก

อาหารเพื่อผิวงาม สาเหตุของโรคต้อกระจก อาหารเพื่อผิวงาม

โรคต้อกระจกมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆดังนี้

     โรคต้อเนื้อ สาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 40 เกิดจากการเสื่อมสภาพของเลนส์แก้วตาเมื่ออายุมากขึ้น โดยเลนส์แก้วตาสีขาวขุ่น ส่งผลให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทได้น้อยลง ทำให้เกิดอาการตาฟางหรือมืดมัว มองเห็นภาพไม่ชัด

     โรคต้อเนื้อ  อุบัติเหตุ หรือได้รับความกระทบกระเทือนที่ตาอย่างรุนแรง

     โรคต้อเนื้อ  อาการแทรกซ้อนโรคตาบางชนิด เช่น ม่านตาอักเสบ ต้อหิน เป็นต้น

     โรคต้อเนื้อ  หากร่างกายมีภาวะขาดสารอาหาร ก็อาจทำให้เกิดต้อกระจกได้เร็วกว่าปกติ

     โรคต้อเนื้อ  ถูกรังสีที่ปริเวณตานานๆ เช่น คนที่เป็นมะเร็งที่เบ้าตาเมื่อรักษาด้วยรังสีบ่อยๆ ก็ทำให้เกิดต้อกระจกได้

     โรคต้อเนื้อ  ไฟช๊อต

     โรคต้อเนื้อ  หัดเยอรมันในขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก โดยเด็กแรกเกิดที่คลอดออกมาเกิดต้อกระจกได้

     โรคต้อเนื้อ  กรรมพันธุ์

     โรคต้อเนื้อ  ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานก็มักจะเกิดต้อกระจกก่อนวัยได้

     โรคต้อเนื้อ  ยาบางชนิด เช่น การใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์นานๆ การใช้ยาลดความอ้วนบางชนิด เป็นต้น

อาหารเพื่อผิวงามอาการของโรคต้อกระจกอาหารเพื่อผิวงาม

อาหารเพื่อผิวงามอาการทั่วไปของผู้ป่วยอาหารเพื่อผิวงาม

     โรคต้อเนื้อ สายตามัวลงโดยมากจะค่อยๆ มัวลงอย่างช้าๆ ทีละน้อย ยกเว้นกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคอื่นๆ บางชนิด ซึ่งอาจทำให้สายตามัวลงอย่างรวดเร็วได้

     โรคต้อเนื้อ การลดลงของ contrast sensitivity (การแยกความแตกต่างของความมืด - สว่าง) เมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน

     โรคต้อเนื้อ Myopic shift คือ การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองสิ่งที่อยู่ไกลๆ จะเห็นไม่ค่อยชัดและการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า ซึ่งพบได้ในต้อกระจกบางชนิด

     โรคต้อเนื้อ Monocular diplopia คือ เห็นภาพซ้อนเหมือนมีวัตถุปกติใดๆ มากกว่าหนึ่งอัน แม้จะมองด้วยตาข้างเดียวก็ตาม

     โรคต้อเนื้อ ปวดตาและมีอาการแทรกซ้อนอย่างต้อหิน ซึ่งอันตรายมากเพราะสายตาจะมัวลงไปเรื่อยๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรืออาจจะไม่ได้เลย

อาหารเพื่อผิวงาม อาการแทรกซ้อนของโรคต้อกระจก อาหารเพื่อผิวงาม

     เมื่อต้อสุกและไม่ได้การรับการรักษาจะทำให้ตาบอดสนิทในผู้ป่วยบางรายแก้วตาอาจบวม หรือหลุดลอยไปอุดกั้นทางระบายของของเหลวในลูกตา ทำให้ความดันภายในสูงขึ้นจนกลายเป็นต้อหินได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง

อาหารเพื่อผิวงามการรักษาโรคต้อกระจก อาหารเพื่อผิวงาม

การรักษาโรคต้อกระจกโดยทั่วไปมี 2 วิธี

อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาโดยดใช้ยา

อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาด้วยการผ่าตัด

อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

     อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาโดยใช้ยา อาหารเพื่อผิวงาม

     ปัจจุบัน มียาหยอดตาที่ใช้รักษาต้อกระจกอยู่หลายยี่ห้อ โดยมากมักจะสามารถทำให้เลนส์ตาที่ขุ่นใสขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดการขุ่นมัวของเลนส์ตา ทำให้การขุ่นที่ค่อยๆมากขึ้น ขุ่นช้าลงกว่าเดิม จากการทดสอบพบว่า ยาบางตัวสามารถช่วยให้ผู้ป่วยอ่านตัวหนังสือที่มีขนาดเล็กลงมากกว่าก่อนใช้ยา ดังนั้น แพทย์มักแนะนำให้ใช้ในกรณีที่เริ่มเป็นหรือยังมีอาการน้อยอยู่ โดยอาจจะต้องหยอดยาวันละ 3-4 ครั้งเป็นเวลาหลายๆ เดือน

     ผู้ป่วยบางรายเข้าใจผิดคิดว่า หยอดแค่ 2-3 อาทิตย์ แล้วจะเห็นชัดขึ้นเหมือนกับการรับประทานยาแก้หวัด หรือยาแก้ปวดหัวตัวร้อนทั่วไปซึ่งไม่ใช่เลย เพราะยาหยอดตานี้จะเห็นผลช้ามาก และในผู้ป่วยบางรายถึงหยอดไปก็ไม่ได้ช่วยให้เห็นชัดขึ้นเลยก็มี

     อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาด้วยการผ่าตัด อาหารเพื่อผิวงาม

     การผ่าตัดจะทำก็ต่อเมื่อสายตาเริ่มมัวจนรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การผ่าตัดต้อกระจกมีอยู่ 4 แบบด้วยกัน คือ

     โรคต้อเนื้อ วิธีเอาเข็มจิ้ม

     โรคต้อเนื้อ การผ่าตัดดึงเอาเลนส์ออกมาทั้งอัน

     โรคต้อเนื้อ เจาะถึงหุ้มเลนส์แล้วใส่เลนส์เทียม

     โรคต้อเนื้อ การรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

     ทั้งนี้ จักษุแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินเองว่า ควรทำผ่าตัดแบบใดจึงปลอดภัยที่สุดสำหรับตาของผู้ป่วยแต่ละรายและหลังจากการผ่าตัดแล้วผู้ป่วยควรสวมแว่นกันแดด ระมัดระวังเรื่องความสะอาดหยอดตาตามแพทย์สั่ง และพบแพทย์ตามนัด

     อาหารเพื่อผิวงาม วิธีเอาเข็มจิ้ม อาหารเพื่อผิวงาม

     เป็นวิธีโบราณที่ไม่มีใครใช้กันแล้ว ซึ่งชาวอินเดียใช้วิธีกันมานานหลายร้อยปี โดยจะเอาเข็มจิ้ม (Couching) เข้าไปในตาผ่านบริเวณตาขาวเพื่อเขี่ยให้เลนส์ที่ขุ่นหลุดร่วงจากตำแหน่งเดิมลงไปในช่องลูกตาด้านหลัง ซึ่งผู้ป่วยจะเห็นชัดขึ้นไม่มากนัก และต้องใส่แว่นที่มีเลนส์อันเท่ากับขนาครก โดยขั้นตอนต่างๆ ถูกกระทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์น ไม่มีปริญญาใดๆ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่อันตรายมากและอาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นตาบอดได้

     อาหารเพื่อผิวงาม การผ่าตัดเอาเลนส์ออกมาทั้งอัน อาหารเพื่อผิวงาม

     วิธีนี้เป็นที่นิยมในแพทย์แผนปัจจุบันเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยทำการผ่าตัดเข้าไปในลูกตา และดึงเอาเลนส์ออกมาทั้งอันแล้วค่อยใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทน (Intracapsular cataract extraction with/without intraocular lens implantation) หรือไม่ใส่ก็ได้ แล้วเย็บปิดแผล ซึ่งจะลดโรคแทรกซ้อนอันเกิดจากเลนส์ที่คงค้างอยู๋ในกรรมวิธีเอาเข็มจิ้มได้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีผลข้างเคียงอยู่มากเช่นกัน ปัจจุบันจึงแทบไม่มีใครใช้วิธีนี้ ยกเว้นในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยที่เยื่อยึดเลนส์หย่อนหรือฉีกขาด หรือผู้ได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนที่ตาอย่างรุนแรงเท่านั้น

     อาหารเพื่อผิวงาม เจาะถุงหุ้มเลนส์แล้วใส่เลนส์เทียม อาหารเพื่อผิวงาม

     เป็นวิธีที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน โดยทำการผ่าตัดเข้าไปในลูกตา แล้วเจาะถุงหุ้มเลนส์เพื่อนำเลนส์ที่ขุ่นออกมาทั้งอันโดยเหลือถุงหุ้มเลนส์เอาไว้ และใส่เลนส์เทียมเข้าไปถุงหุ้มเลนส์นั้น จากนั้นจึงเย็บปิดแผล (Extracapsular cataract extraction with/without intraocular lens implantation) ซึ่งจะปลอดภัยในระหว่างการผ่าตัดมากกว่าและมีโรคแทรกซ้อนในภายหลังน้อยกว่า ในปัจจุบัน แพทย์นิยมใช้วิธีนี้ในรายที่เลนส์แข็งๆ ขุ่นๆ แต่แนวโน้มก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ

     อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง อาหารเพื่อผิวงาม

     วิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน และเป็นที่เผยแพร่หลายตามโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเครื่องมือการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacomulsification) นับเป็นวิธีใหม่ในการรักษาต้อกระจก ซึ่งผู้ป่วยที่รับการรักษาไม่จำเป็นต้องรอให้ต้อกระจกสุกเหมือนกับการรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) สลายต้อกระจกและดูดออกมา จากนั้นแพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียมแบบพับได้ลงไป โดยแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียง 2.6-3.0 มิลลิเมตรเท่านั้นจึงทำให้ได้รับความนิยมมาก

     สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น ยาว เอียง ร่วมด้วยนั้น แพทย์จะใส่เลนส์ที่มีกำลังขยายพอดีเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้สามารถกลับมามองเห็นได้อย่างรวดเร็ว การผ่าตัดนี้ใช้เวลาน้อยและไม่จำเป็นต้องเย็บแผลจักษุแพทย์ที่ชำนาญสามารถทำการผ่าตัดได้ โดยใช้ยาชาหยอดเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ต้องฉีดหรือดมยาสลบ การผ่าตัดจึงมีความปลอดภัยมากขึ้น

     อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการรักษาแล้ว เยื่อหุ้มเลนส์อาจจะกลับมาขุ่นมัวได้อีก ทำให้มีอาการคล้ายกับเกิดต้อกระจกขึ้นมาอีกครั้งนั่นคือเริ่มมองไม่เห็นไม่ชัดอีก อาการดังกล่าวนี้เรียกว่า Posterior Capsular Opacification ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และสามารถรักษาได้ โดยใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า YAG Laser เพื่อไปเปิดช่องเยื่อหุ้มเลนส์ด้านหลังออก ทำให้แสงที่ผ่านเข้ามาในลูกตาตกที่จอประสาทตาพอดี ช่วยทำให้สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนอีกครั้ง การรักษานี้ใช้เวลายิงเลเซอร์เพียงไม่กี่นาทีและไม่สร้างความเจ็บปวดตาอย่างใด

     โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะต้องมาพบแพทย์หลังจากการรักษาไปแล้ว 1 วัน ,1 สัปดาห์ และ 1 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษาซึ่งในระหว่างนี้ แพทย์จะให้ยาหยอดตาเพื่อช่วยให้การหายของแผลดีขึ้น โดยในวันรุ่งขึ้นหลังการรักษา แพทย์จะทำการเปิดฝาครอบตาออก ผู้ป่วยอาจจะยังมองไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากมีการใช้ยาหยอดตาชนิดต่างๆรวมถึงแผลที่เกิดการรักษายังไม่หายดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ การมองเห็นจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ

     อาหารเพื่อผิวงาม การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาหารเพื่อผิวงาม

     ผู้ป่วยต้อกระจกอาจมองเห็นภาพต่างๆได้ชัดขึ้นด้วยวิธีอื่นๆ เช่นการสวมแว่นสายตาเพื่อแก้ไขภาวะสายตา สั้น ยาว เอียง โดยไม่แก้ไขเรื่องต้อกระจกโดยตรง เพราะการมองเห็นไม่ชัดของคนเราแต่ละคน อาจมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น มีต้อกระจกร่วมกับสายตาสั้น เป็นต้น ถ้าผู้ป่วยยังไม่ต้องการผ่าไม่ได้ด้วยสาเหตุหรือภาวะใดๆ ก็ตาม แต่ต้องการที่จะมองเป็นชัดขึ้น ก็อาจใช้แว่นแก้ของสายตาสั้นไปก่อนแล้วเรื่องต้อกระจกค่อยว่ากันทีหลัง ซึ่งในระยะยาว เมื่อต้อกระจกขุ่นมัวมากขึ้น ก็ต้องมารักษาที่โรคต้อกระจก

      อาหารเพื่อผิวงาม เลนส์เทียม อาหารเพื่อผิวงาม

     เลนส์เทียมเป็นอุปกรณ์สังเคราะห์ที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อทำงานแทนเลนส์ธรรมชาติในดวงตาของเราที่ขุ่นมัวและต้องถูกเอาออกไป โดยจะทำหน้าที่รวมแสงให้ได้โฟกัสภาพสู่จอประสาทตา ปัจจุบันมีเลนส์หลายสิบชนิดวางขายในท้องตลาด ซึ่งแต่ชนิดก็มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ส่วนจะเลือกใช้ชนิดใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยและการพิจารณาของแพทย์ที่วางแผนการรักษาให้

   อาหารเพื่อผิวงาม  แนวโน้มการรักษาโรคต้อกระจกในอนาคต อาหารเพื่อผิวงาม

     ในขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ และวงการแพทย์กำลังทำการศึกษาวิจัยพร้อมกับหวังว่าจะวงการแพทย์กำลังทำการศึกษาวิจัยพร้อมกับหวังว่าจะมียาหยอดตาหรือยากินที่ทำให้เลนส์ขุ่นมัวกลับมาชัดใสเองได้ โดยที่คนไข้ทุกคนไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้มีการใช้วิธีใหม่อื่นๆหลายวิธีแต่ส่วนมากยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าวิจัย เช่น การใช้เลเซอร์เป็นตัวสบายเนื้อเลนส์ที่ขุ่นเป็นต้อกระจก แล้วค่อยดูดเอาเนื้อเลนส์ที่ถูกสลายแล้วออกมาอีกที เป็นต้น

     อาหารเพื่อผิวงาม ข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคต้อกระจก อาหารเพื่อผิวงาม

     โรคต้อเนื้อ อาการตามัวอาจมีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากต้อกระจก แพทย์จึงควรซักถามอาการและตรวจดูให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดจากภาวะร้ายแรง เช่น ต้อหินขึ้น

     โรคต้อเนื้อ การรักษาต้อกระจกมีอยู่วิธีเดียว คือ การผ่าตัดเอาแก้วตาออก (lens extraction) และไม่มียากินหรือยาหยอดตาที่ช่วยรักษาอาการของต้อกระจกได้

     โรคต้อเนื้อ โรคต้อกระจกที่พบในคนอายุน้อยหรือวัยกลางคน อาจมีสาเหตุจากเบาหวานหรือปัจจัยอื่นๆ ได้ ผู้ป่วยจึงควรไปตรวจที่โรงพยาบาล

     โรคต้อเนื้อ ผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกอย่าไปรักษาตามแบบพื้นบ้าน ซึ่งบางคนยังนิยมอยู่ เพราะกลัวผ่าตัดหรือกลัวค่าใช้จ่ายมาก โดยหมอพื้นบ้านจะเขี่ยให้แก้วตาหลุดไปด้านหลังของลูกตาแล้วแสงก็จะผ่านเข้าไปในตาได้ ทำให้มองเห็นได้ทันที แต่ไม่ช้าภาวะแทรกซ้อนก็จะตามมา เช่น ต้อหิน เลือดออกในวุ่นลูกตา หรือประสาทตาเสื่อม ทำให้ตาบอดอย่างถาวรได้

     อาหารเพื่อผิวงาม การป้องกันโรคต้อกระจก อาหารเพื่อผิวงาม

     โรคต้อเนื้อ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีแดดแรงหรือจ้าเกินไป หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ควรสวมแว่นตากันแดด หรือกางร่มกันแดดด้วย

     โรคต้อเนื้อ สารอาหารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเลนส์ตา คือ วิตามินซีและวิตามันเอ การได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างเพียงพอทุกวันจะช่วยให้เลนส์ตาคงความยืดหยุ่นปรับแสงได้ดี อันหมายถึงอาหารสายตาสั้น สายตายาวก็จะเกิดช้าลงนั้นเอง นอกจากนี้ ยังพบว่า ว่านหางจระเข้มีสารอาหารที่บำรุงสายตาอยู่ด้วย สาหร่ายเกลียวทองก็มีเบต้าแคโรทีน (แหล่งของวิตามิน) สูงกว่าแครอทถึง 20 เท่า และวิตามินอีก็มีส่วนช่วยให้เลนส์ตายืดหยุ่น ช่วยยัยั้งการเสื่อมสลายของเซลล์ได้

     โรคต้อเนื้อ ลดการดื่มแอลกอฮอล์และเลิกสูบบุหรี่ เพราะทั้งสองอย่างล้วนมีผลทำลายเซลล์ในตาทั้งสิ้น

     โรคต้อเนื้อ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง