ครอบครัวขยาย สังคมไทยในยุคเก่าก่อน

ความในใจ ๒ 

เรื่องของคุณยาย

 

         เจอะกันตอนที่ ๒แล้ว ( เบื่อไหม...) คะ

 ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านความในใจ  ของใจใสใส คงทราบเรื่องชีวิตในวัยเด็กของผู้

เขียนไปบ้างตามสมควร ก็ขอเล่าเรื่องคุณยาย เลยแล้วกัน จะได้ไม่เสียเวลา อย่างที่

บอกไว้ ในความในใจตอนที่๑ คุณยายของผู้เขียนมีอายุยืนยาว ถึง ๔ แผ่นดิน  ผู้

เขียนขอแค่ ๕๐ ก็คงพอ อิอิ  คุณยายผู้เขียนชื่อนางมา  แต่ไม่ใช่แฟนผู้ใหญ่ลีนะ

มีบุตร ๘ คน  คุณตาผู้เขียนมีภรรยา ๒ คน แต่ก็รักกันดี

อีกคนเป็นคุณยายที่ ๒ อยู่ที่ไชยา นานๆจะมาหากัน  ส่วนใหญจะพบกันช่วงทำบุญ

เดือน ๑๑  ภาคใต้ถ้าทำบุญเดือน ๑๐ จะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช

เรียกว่างานรวมญาติ ก็ว่าได้  คุณยายมาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ  ใจดี  ชอบดุเสียงดัง

ยิ่งถ้าหลานคนไหน  ทำไม่ถูกต้องจะโดนดุยาว  หลายนาที  คุณยายชอบ

รับประทาน หมาก เป็นผลไม้คู่ใจ  ในเชี่ยนหมาก ( ตะกร้าใส่หมาก ) จะมีหมากแห้ง

หมากสด กระปุกปูนแดง กระปุกยาเส้น ไว้สำหรับเคี้ยว  ผ้าเช็ดน้ำหมาก

กระบอกยน ไว้ตำหมาก  ปิดเทอมทุกครั้งผู้เขียนมีงานประจำ  คือแย่งกันตำหมากให้

คุณยาย ที่ต้องเรียกว่าแย่ง เพราะหลานๆทุกคน  พิศมัย ในการตำหมาก ว่าของใคร

จะละเอียดถูกใจ คุณยายมากกว่ากัน  เอาเป็นว่านั่งดูปากคุณยาย ไม่ยอมไปไหนจน

กว่าจะได้คำตอบเป็นที่พอใจ หลายครั้งพวกเราหลานๆ จะนั่งต่อคิว ตำหมากจน

คุณยายต้องห่อเก็บไว้เพราะไม่สามารถ  ทานหมดได้  ในวันเดียว

    คุณยายเคยเล่าให้ผู้เขียนฟังตอน สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ว่ามีญี่ปุ่นมา

อาศัยอยู่ บ้างแต่ไม่มากนัก แล้วก็ ต้องวิ่งหนีลงหลุม เวลา หวอส่งเสียงดัง

จะมีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด คุณยายจำได้ดี  ข้าวยาก หมากแพง ดีที่ปลูกข้าวกินเอง

ก็เลยไม่มีปัญหามากนัก 

         คุณยายแจวเรือเก่งมาก  เรือแจวจะมีลักษณะเป็นเรือลำเล็กๆ มีแจวอยู่ด้านข้าง

เวลาแจวต้องยืนแจว  ผู้เขียนเคยหัดแต่  แจวไม่ไป  พายเรือก็ไม่ดี พายได้ แต่จะไป

จิ้มคุ้งนำซ้ายที  ขวาที เลยนั่งเฉยๆ ให้พี่ๆผู้ชำนาญ เป็นสารถีดีกว่า  หลายครั้ง

ที่ผู้เขียนและน้องผู้หญิงอีก ๒-๓ คนชอบ   มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ บ่อยๆ โดนพื่ๆดุ

เพราะมันจะทำให้น้ำหนักเรือมาก  พายยากยิ่งขึ้น  แต่พวกเราก็ไม่ยอมก็มันเย็น

สบายเท้าดีนี้นา  .........ถ้าคุณยายหรือคุณป้าแจว  เด็กๆอย่างเราก็จะเรียบร้อยเป็น

พิเศษ  มิฉะนั้นอาจโดนไม้พายได้  ขู่จ๊ะ....ไม่เคยตีจริงสักที....

        อาหารสุดโปรดของผู้เขียน คือต้มส้ม ปลากระบอก ( ต้มขมิ้นปลากระบอก )

น้ำส้มที่ใช้ คือน้ำส้มจากต้นจาก  นั่นเอง  คุณยายทำอร่อยมาก 

        อีกเรื่องที่ต้องเล่าคือ  ในครัวบ้านคุณยายใต้ถุนสูงมาก  แต่ไม้กระดานเป็นร่อง

ใหญ่ๆ มองเห็นข้างล่าง ชัดเจน  มีอยู่วันหนึ่ง  หลานๆ ๑๐ คน ทานข้าวเย็น  เริ่มมืด

ต้องจุดตะเกียงมาที่สำรับ  กับข้าวทั้งหมดจะอยู่ในถาดใหญ่ๆ จานสังกะสี ขาวๆ

ขอบน้ำเงิน  เราเด็กๆก็จะแย่งจานที่มีลาย ดอกไม้ ซึ่งแน่นอนมีแค่ ๒ จาน 

ระหว่างนั่งล้อมวงกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย  พี่ที่โตที่สุดในกลุ่มทำมะนาว  หล่นลงไป

ใต้ถุน ที่ไม้กระดานมันเป็นร่องๆ  สายตาทุกคนก็มองลงไป  พร้อมๆกัน  อยู่สักพัก

ก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก   แล้วก็วงแตกวิ่งกันคนละทิศละทาง  โดยที่ไม่มีใคร

พูดอะไร สักคำ  ผู้ใหญ่ก็ ตกใจมากนึกว่าเกิดอันตราย  อะไร เราเด็กๆ ก็เกาะกลุ่ม

แล้วก็เริ่มถามกันว่าวิ่งทำไม  ทุกคนคิดเรื่องเดียวกันเป๊ะ  ...............คุณผู้อ่านคิดว่า

อะไร คือสาเหตุ ที่ทำให้เราวิ่งกัน อย่างนั้น...........................ไม่ได้เห็นอะไรเลยนะคะ

มันมืดมาก..............................ลองตอบกันเข้ามาว่าถ้าเป็นคุณ......คุณคิดว่าเด็กๆ

สมัยนั้นคิด..............อะไร......ไว้เฉลย...ความในใจ ๓ นะคะ

 

                                     รักมากมาย ใจใสใสค่ะ