ดังที่ได้เกริ่นให้ทราบว่าการสอนการป้องกันอันตรายจากรังสีเป็นข้อบังคับตามกฎหมายให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้กับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับรังสี ทั้งนี้เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่ต้องได้รับทราบถึงความเสี่ยงในงานที่ตนรับผิดชอบ และรับทราบถึงวิธีการป้องกันด้วย เพื่อจะได้มีความระมัดระวังมากขึ้น
การควบคุมการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานทางรังสี มิให้เกินกำหนดตามกฎหมาย และเกิดเป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม สามารถทำได้ โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย มีวิธีการดำเนินการเป็นสามระดับคือ
- การควบคุมโดยกฎหมาย
- การควบคุมโดยการบริหารจัดการ
- การควบคุมโดยการปฏิบัติ
การควบคุมโดยกฎหมาย คือวิธีการที่ประเทศมีการออกกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และกฎกระทรวงภายใต้ พ.ร.บ. รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติตามมาตรา ๙(๔)
การควบคุมโดยการบริหารจัดการ เป็นวิธีที่ผู้รับใบอนุญาตจะต้องกำหนดขึ้น เพื่อควบคุมดูแลกิจกรรมภายใต้ใบอนุญาตของตน ให้เป็นไปตามกฎหมาย แนวทางการบริหารจัดการดังกล่าวมีรายละเอียดตาม Appendix I Occupational Exposure (detailed requirement) International Basic Safety Standards for Protection against Ionizing Radiation and for the Safety of Radiation Sources, Safety Series No 115 ประกอบด้วย การจัดแบ่งพื้นที่ กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ กำหนดค่าปริมาณรังสีที่ต้องตรวจสอบ*1 (investigation level) การตรวจวัดปริมาณรังสีบุคคล การเฝ้าตรวจบริเวณรังสี ซึ่งดิฉันได้ถอดความเป็นภาษาไทยและสามารถเรียกดูได้จาก http://portal.in.th/files/7/0/8/2010/02/16/occupation.pdf
การควบคุมโดยการปฏิบัติ เป็นส่วนที่ผู้ปฏิบัติงานเองต้องรับผิดชอบ เช่นการดำเนินการตามแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การเข้ารับการอบรมอย่างสม่ำเสมอ การใช้อุปกรณ์ป้องกัน ตรวจสอบตามกำหนด และการรายงานหัวหน้างานทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุ และรีบดำเนินการแก้ไขป้องกัน
ค่าปริมาณรังสีที่ต้องตรวจสอบ*1 (investigation level) กำหนดขึ้น เพื่อให้การได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักว่าให้ได้รับน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (ALARA, As Low As Reasonably Achievable) และให้มีการตรวจสอบหากมีผลการตรวจวัดปริมาณรังสีบุคคลสูงกว่าค่าปริมาณรังสีที่ต้องตรวจสอบ แสดงว่ามีความผิดปกติขึ้นในการปฏิบัติงาน และให้มีการแก้ไข รวมทั้งบันทึกไว้ด้วย