คำถาม – คำตอบ  เกี่ยวกับยาฝังคุมกำเนิด

 

1. คำถาม               ยาฝังคุมกำเนิด  คืออะไร

    คำตอบ              ยาฝังคุมกำเนิด  เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร  ตัวยาเป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจน  เช่นเดียวกับ ยาฉีดคุมกำเนิด  กลไกการคุมกำเนิด คือ ทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียวจนตัวอสุจิผ่านเข้าโพรงมดลูกได้ยาก  และยับยั้งการตกไข่

 

2. คำถาม               ยาฝังคุมกำเนิด  คุมกำเนิดได้นานแค่ไหน

    คำตอบ              ยาฝังคุมกำเนิด  ชนิด  6  หลอด  สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้  5  ปี  ชนิด  1  หลอด ป้องกันการตั้งครรภ์ได้  3  ปี

 

3. คำถาม               การฝังยาฝังคุมกำเนิด  ฝังที่ใดของร่างกาย

    คำตอบ              การฝังยาฝังคุมกำเนิด  จะฝังหลอดยาบริเวณต้นแขนด้านใน  กึ่งกลางระหว่างรักแร้  และ  ข้อศอก  โดยจะฝังเป็นรูปพัดในกรณีที่ใช้  6 หลอด  โดยฉีดยาชาให้ก่อนแล้วใช้สอดหลอดยา เข้าไปใต้ผิวหนัง แผลจะเล็กมากไม่ต้องเย็บแผลเพียงปิดด้วยพลาสเตอร์เล็ก ๆ แผลจะหายเป็น ปกติ ภายใน3-5 วัน  หลังจากทำไปแล้วไม่ให้ถูกน้ำ  7 วัน  เมื่อครบ  7 วัน  จะนัดมาดูแผลอีกครั้ง

 

4. คำถาม               เวลาที่เหมาะสมในการฝังยาฝังคุมกำเนิด  คือช่วงใด

    คำตอบ              ควรรับการฝังยาฝังคุมกำเนิด  ภายใน  5  วันแรกของรอบประจำเดือน  หรือภายหลังแท้ง ไม่เกิน  1  สัปดาห์  หรือหลังคลอด  ไม่เกิน  4-6  สัปดาห์

 

5. คำถาม               ภายหลังการฝังยาฝังคุมกำเนิด  ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

    คำตอบ              1.  ปิดแผลไว้  3-5  วัน  หลังรับบริการ  ไม่ควรให้แผลถูกน้ำ

                            2.  หลีกเลี่ยงการถูกกระแทกบริเวณแขนที่ฝังยาฝังคุมกำเนิด

                            3.  ควรมาตรวจหลังจากฝังยา  7  วัน  เพื่อดูความผิดปกติ

                            4.  อาจมีอาการผิดปกติของประจำเดือน  เช่น  เลือดออกกระปริดกระปรอย  ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

                            5.  ถ้ามีอาการผิดปกติ  เช่น  ไม่มีประจำเดือน  และมีอาการของการตั้งครรภ์  แผลมีเลือด หรือน้ำเหลือง  หรือมีหนอง  บวมแดง  ควรรีบพบแพทย์ทันที

                            6.  ต้องมาเปลี่ยนยาฝังคุมกำเนิดตามกำหนด

                            7.  ควรตรวจสุขภาพทั่วไป  ตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกทุก  5  ปี  และตรวจเต้านมด้วยตนเอง  อย่างน้อยเดือนละ  1  ครั้ง

6. คำถาม               ข้อดีของยาฝังคุมกำเนิด  มีอะไรบ้าง

    คำตอบ              ข้อดีของยาฝังคุมกำเนิด  ได้แก่

                                1.  ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง

                                2.  สะดวก  เมื่อใช้ยาฝังคุมกำเนิดแล้วไม่ต้องกังวลในเรื่องหลงลืม  เหมือนวิธีการรับประทานยาคุมกำเนิด  หรือยาฉีด

                                3.  อาการข้างเคียงน้อย 

                                4.  ไม่มีผลต่อการหลั่งของน้ำนม   สามารถใช้ในสตรีระยะให้นมบุตร

                                5.  ไม่ทำให้การทำงานของตับเปลี่ยนแปลง

                                6.  ใช้ได้นาน  คุมกำเนิดได้นาน  3-5  ปี

                                7.  มีผลพลอยได้จากผลของการใช้ฮอร์โมนโปรเจสโตเจน  เช่น  ป้องกันการตั้งครรภ์นอกมดลูก  ป้องกันการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก  และทำให้อาการปวดระดูลดลง

                                8.  ภาวะการเจริญพันธุ์ภายหลังการใช้ยาฝังคุมกำเนิดคืนสู่ภาวะปกติได้เร็ว  เนื่องจากฮอร์โมนกระจายออกในปริมาณน้อย  และไม่มีการสะสมในร่างกาย   เมื่อหยุดใช้ยาสามารถมีบุตรได้ตามปกติ

 

7. คำถาม               การฝังยาฝังคุมกำเนิด  มีอาการข้างเคียงหรือไม่

    คำตอบ              หลังการฝังยาแล้วจะมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น  คือ  มีเลือดออกกระปริดกระปรอย  ซึ่งไม่นาน เลือดอาจจะหยุด  หรือไม่มีประจำเดือนมาก็ได้  บางรายอาจจำเป็นต้องให้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน  0.05  มิลลิกรัม  วันละ  1  เม็ด  ประมาณ  7-10  วัน  เพื่อลดอาการเลือดออกกระปริดกระปรอย     อาการข้างเคียงที่อาจพบได้น้อยมาก     คือ    น้ำหนักตัวเพิ่ม     สิว ปวดศีรษะ  บางรายอาจพบการระคายเคือง  ปวด  หรือแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฝังยา  แต่ก็อาจพบ  อยู่ได้ชั่วระยะเวลาสั้น

 

8. คำถาม               การใช้ยาฝังคุมกำเนิด  จะทำให้ผอม  เป็นฝ้า  ใบหน้าหมองคล้ำ  มึนศีรษะ  จริงหรือไม่

    คำตอบ              ไม่จริง  การฝังยาฝังคุมกำเนิดไม่มีผลทำให้อ้วน หรือ ผอม  และไม่ทำให้เกิดฝ้า หรือ หน้าดำ  อาการมึนศีรษะที่เกิดขึ้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับยาฝังคุมกำเนิด  แต่ควรหาสาเหตุที่แน่นอนเสียก่อน