การขับเคลื่อนพลังเยาวชน เพื่อการเรียนรู้ของเยาวชนผ่านการฝึกฝนตนเอง   โดยการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น  สร้างจิตสาธารณะ   ดำเนินการโดยหน่วยงานจำนวนมากมาย   และมูลนิธิสยามกัมมาจลร่วมกับองค์กรภาคี ๑๑ องค์กรมาร่วมกันขับเคลื่อนเป็นเครือข่าย   เรียกว่า เครือข่ายพูนพลังเยาวชน   มีการจัดงานมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ทุกปี    จัดครั้งแรกระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ ต.ค. ๕๒  ที่บริเวณศูนย์การค้าสยามทั้ง ๓ 

          วันที่ ๒๖ ม.ค. ๕๓ ภาคีทั้งหลายมาร่วมประชุมกันเต็มวัน เพื่อเตรียมจัดงานมหกรรมครั้งที่ ๒   โดยที่เมื่อวันที่ ๑๘ ม.ค. ๕๓ ก็ได้มีการหารือกันในกลุ่มเล็กที่ธนาคารไทยพาณิชย์ไปครั้งหนึ่งแล้ว    ได้รับคำแนะนำดีๆ มากมาย    ผมบันทึกไว้ที่นี่

 

          การทำงานสร้างสรรค์เยาวชนต้องทำต่อเนื่องยาวนาน    และทำเพื่อเยาวชนจริงๆ ไม่ใช่หวังชื่อเสียงของตนเองหรือหน่วยงานเป็นหลัก    ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผลประชาสัมพันธ์องค์กรเป็นหลัก    และไม่ใช่ทำเพื่อหวังหาผลประโยชน์จากเด็ก อย่างที่ทำกันเกร่อในสังคมปัจจุบัน 

          งานพลังเยาวชนนี้ ตอนจัดครั้งแรกได้ออกแบบให้มีทีมวิชาการทำหน้าที่เก็บข้อมูลเอามาสังเคราะห์เป็นข้อเรียนรู้    สำหรับนำมาปรับปรุงการทำงานครั้งต่อๆ ไปด้วย    นับเป็นการออกแบบการทำงานที่น่าชื่นชมมาก    และตัวงานมหกรรมครั้งที่ ๑ ก็กล่าวได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม   น่าภาคภูมิใจมาก 

          แต่ก็มีส่วนที่ปรับปรุงได้อีกมาก   ดังที่ทีมวิชาการได้เสนอแนะไว้ อ่านได้ที่นี่ 

          ในฐานะรองประธานมูลนิธิสยามกัมมาจล ผมได้รับมอบหมายให้แสดงความเห็นต่อการเตรียมงานมหกรรมพลังเยาวชนครั้งที่ ๒   จึงได้ให้ความเห็นใน ๓ ประเด็นคือ

๑. การใช้ synergy ระหว่างกิจกรรม (action) กับวิชาการ
          • กิจกรรมนำ วิชาการเสริม/ตาม
          • ใช้วิชาการตีความคุณค่า  บอกให้เยาวชน/สังคม รับรู้
          • วิชาการ แยกแยะระหว่างกิจกรรมทำลายเด็ก ออกจากกิจกรรมพัฒนาเด้ก   ให้เห็นผลกระทบต่อเด็กอย่างชัดเจน


๒. เครืออข่ายพูนพลังเยาวชนเน้น empower เยาวชน   ด้วยการสนับสนุนให้เยาวชนทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง    ให้เป็นคนที่เห็นแก่ผู้อื่น มีจิตสาธารณะ จิตอาสา


          • การพัฒนาเยาวชนทำได้หลายทาง   เครือข่ายพูนพลังเยาวชนเน้นส่งเสริมกิจกรรมเยาวชน ที่เยาวชนคิดเอง ทำเอง


          • สิ่งที่พึงระวัง
               -   ทำเพียงเพื่ออวด ไม่ต่อเนื่องจริงจัง
               -   ผู้ใหญ่คิดให้หมด เด็กเป็นเพียงตัวแสดงให้ผู้ใหญ่
               -   เด็กถูกโอ๋มากไป
               -   เด็กเรียกร้องมากไป
               -   ไม่ทัดทานกรณีเลยเถิด ไม่รอบคอบระมัดระวัง   ไม่เข้าใจความเป็นเด็กและพัฒนาการเด็ก
               -   กิจกรรม CSR ที่ทำเพื่อ PR เป็นเป้าหมายหลัก   สร้างนิสัยทำหลอกๆ
               -   ต้องเน้นกิจกรรมนำ ความรู้/ทฤษฎีตาม หรือช่วยสนับสนุน เพื่อให้เข้าใจว่ากิจกรรมเหล่านั้นสร้างคุณค่าแก่เด็กอย่างไรบ้าง   อย่าหลงใช้ความรู้หรือทฤษฎีนำ
               -   อย่า over PR   ต่อสื่อสารแก่นมากกว่าสื่อสารเปลือก   เช่น เปลือกคือความสำเร็จ  แก่นคือความพากเพียรพยายาม อดทน ฟันฝ่าอุปสรรค
               -   แก่หรือเป้าหมายคือการฝึกจิตอาสา การเป็นคนมีนิสัยคิดถึงคนอื่น รู้จักทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และของสังคม


          • ข้อคิดเกี่ยวกับประเด็นที่ใช้จัดงาน  ซึ่งมี ๑๐ ประเด็น  ควรเพิ่ม/ลด ประเด็นใดบ้าง   ควรจัดกลุ่มประเด็นอย่างไร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ข้ามกลุ่มได้ง่ายขึ้น    ให้แต่ละมหกรรมพลังเยาวชนมีน้อยประเด็นลงเพื่อโฟกัสประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ให้กว้างเกินไปจนกระจาย    แต่ละประเด็นให้คุณค่าแก่เด็กอย่างไร   และในการจัดแต่ละประเด็นมี Dos และ Don’ts อย่างไรบ้าง


๓. การใช้หลัก 3 = 365   คือใช้ช่วงเวลาของงานมหกรรม ๓ วันเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนพลังของการดำเนินการในชีวิตจริง ๓๖๕ วัน   ไม่ใช่ดำเนินการ ๓๖๒ วันเพื่อเอามาโชว์ในงานมหกรรม ๓ วัน  


          ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย แห่ง สกว. ให้ความเห็นดีเยี่ยมว่า ต้องให้ชัดว่าเครือข่ายนี้จะเน้นทำงาน advocacy หรือ learning   เพราะลักษณะการทำงานจะแตกต่างกัน   งานที่มีเป้าหมาย advocacy คือต้องการผลักดันนโยบาย ซึ่งต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจนล่วงหน้า    ผมมีความเห็นว่า เน้น learning เป็นหลัก    เป็น learning together ของภาคีในเครือข่าย    ที่แม้จะมีความเชื่อต่างกัน แนวทางทำงานต่างกัน ก็เป็นเพื่อนร่วมเครือข่ายกันได้    เพราะมีเป้าหมายที่การพัฒนาเยาวชนเหมือนกัน

 

          การประชุมวันนี้ มีภาคีมาร่วมประชุมมากและหลากหลาย   และต่างก็เห็นคุณค่าของการร่วมมือกันเป็นเครือข่ายหลวมๆ เช่นนี้   เป็นนิมิตดี ที่ทำให้มีความหวังว่า มหกรรมพูนพลังเยาวชนครั้งที่ ๒ จะมีพลังยิ่งกว่าครั้งที่ ๑ อย่างแน่นอน

 

วิจารณ์ พานิช
๒๖ ม.ค. ๕๓


รูปเครือข่ายพูนพลังเยาวชน