๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
สวัสดีตอนสาย ๆ หน่อยค่ะคุณครู
หนูพึงลงจากรถตอนประมาณแปดโมงเช้า รู้สึกปวดเมื่อยตามตัวเพราะว่ารถที่เคนนั่งประจำเต็ม จึงได้มาคันนี้เลยถึงสายหนึ่ง เลยอดไปจังหันเช้าเลย แม่อุตส่าห์เตรียมไว้รอ พ่อก็เลยยกสำรับไปวัดแทนค่ะ หนูขอโอกาสเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) หนูนอนตื่นมาประมาณเจ็ดโมงครึ่งค่ะครู เช้านี้จึงไม่ได้ไปวิ่งออกกำลังกาย หนูทำวัตรเช้า อาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน หนูนั่งทบทวนว่า เอ....เมื่อไหร่ที่หนูเข้านอนหลังหกทุ่ม จะทำให้กิจวัตรอีกวันหนึ่งเป็นเป๋ ๆ หนูอาจจะต้องให้ตนเองเข้านอนให้ก่อนหน้านั้น เพื่อให้ตื่นได้อย่างสดชื่น หนูไปทำงาน เช้านี้ตั้งใจกับตนเองว่าเอาใหม่ภาพที่วาดไว้ก่อนหน้านี้ยังไม่โอเค ระลึกถึงตอนที่วิ่งเมื่อเย็นวานนี้เป็นการวิ่งกับลมหายใจที่สงบ หนูจึงลองหายใจให้สบายไม่เร่งรีบ ไม่คิด ตามลายเส้นที่ปรากฏไปเรื่อย ๆ ไม่คาดหวังว่ามันต้องสวย ไม่ต้องอะไรมาก หนูวาดไปชั่วโมงหนึ่ง เสร็จแล้วก็พิจารณารู้สึกว่า ใจสบาย ๆ ภาพที่ปรากฏก็ใช้การได้ รู้สึกได้ว่าไม่วอกแว่ก ปรับเลื่อนสไลด์แล้ววาดต่อ อืม มีโทรศัพท์จากกองการเจ้าหน้าที่ โทรมาสอบถามเรื่องทุนปริญญาเอก หนูจึงเล่าความรู้สึกและเรื่องราวที่ไปที่มาให้ฟัง พี่เขาบอกว่ามันเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะอยู่ในงบไทยเข้มแข็ง แต่ท่านอยากให้ส่งเอกสารเท่าที่ไปก่อน เผื่อว่าได้จะได้ไม่ตกขบวน เพราะคนยื่นเอกสารยืนยันน้อย หนูจึงตอบตกลง แล้วจัดการส่งเอกสารให้ท่าน เรียบร้อยแล้วก็มานั่งทำงานต่อวาดไปเรื่อย หนูไม่รู้สึกเวียนหัว ไม่รู้สึกว่าตนเองคร่ำเคร่ง แต่เพื่อนท่านหนึ่งก็เดินมาเตือนแล้วถามว่า “จ้องกล้องและแสงไฟนาน ๆ ไม่ปวดตาเหรอ” หน๔นิ่งตอบว่า “โอเคอยู่นะ” ถ้าเป็นก่อนหน้านี้หนูจะรู้สึกหงุดหงิด เวียนหัว หมดแรง แต่วันนี้สบาย ๆ ค่ะ ครู ประมาณเที่ยง ๆ จึงแวะมานั่งถอดบทเรียนแล้วค่อยไปทานข้าวเที่ยง
พอดีพี่หัวหน้าคนเก่าที่ย้ายไปเป็นเชี่ยวชาญลงมาคุยงานกับพี่ ๆในห้อง แต่ท่านยังไม่มีข้าวเที่ยงหนูจึงอาสาไปซื้อให้เพราะหนูต้องลงไปอยู่แล้ว เพียงปรับอะไรเล็กน้อย สุดท้ายท่านนึกเมนูไม่ออก จึงเปลี่ยนใน หนูจึงเดินไปทานอาหารเจที่กรมอนามัย แวะทักทายป้าอบแล้วก็ไป
บ่าย ๆ มานั่งวาดต่อวาดไปเรื่อย ๆ เหมือนหนูได้วิธีวาดที่ไม่ต้องกังวลแล้ว ใจสบายขึ้น ต่อไปก็เพียงแค่ระวังใจตนเอง ไม่ให้ลืมลมหายใจค่ะครู ประมาณบ่ายสาม มีงานเลี้ยงส่งพี่ท่านหนึ่งย้ายไปเป็นผู้อำนวยการที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ส่วนภูมิภาค หนูจึงออกไปร่วม โห พอเห็นของกินตาหนูลุกวาวเลนค่ะครู เพราะเป็นดังกินโดนัท ใจหนูบอกว่า “ของโปรด” หนูจึงหยิบมา พร้อมกับส้มอีกหนึ่งลูกแล้วก็มานั่งทานที่โต๊ะ คุยกับพี่ ๆน้อง ๆ ที่ห้อง ต่อกว่าจะกลับออกจากที่ทำงานก็ห้าโมงกว่า มาถึงห้องหนูอาบน้ำแต่งตัวแล้วเพื่อนโทรมาชวนไปทานอะไรกัน หนูบอกว่าเดี๋ยวต้อกลับบ้าน แต่สุกท้ายหนูก็แวะไปหาเพื่อนก่อน นั่งคุยกันแบบมีมะขามหวานและถั่วลิสง ก็สบาย ๆ อีกแบบค่ะ แล้วหนก็นั่งแท็กซี่เข้ามาที่หมอชิต ครูขา คนเยอะมาก ๆ ในห้องซื้อตั๋วไม่เท่าไหร่ค่ะ แอร์ก็เย็นสบายดี แต่พอลงมาที่ชานชลาปรากฏว่า ส่วนใหญ่รถโดยสารเข้ามารับคนไม่ได้ ผู้โดยสารตั้งแต่สองทุ่มตกค้างมาถึงสามทุมกว่า ๆ รถถึงเข้ามาได้ หนูได้แต่ยืนหายใจ เหมือนยืนภาวนาเลยค่ะครู นิ่ง ๆ แม้จะรู้สึกร้อนและคนแออัด หนูดูใจตนเองสลับกันความรู้สึกสลดและสงสาร คนส่วนใหญ่มีสีหน้ากังวล หงุดหงิดบางคนก็พร่ำบ่น หนูดูคนอื่นมาก ๆ กลับมาที่ลมหายใจและใจตนเอง บางทีก็รู้สึกร้อน แต่ใจก็สบายอยู่รู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามผิวการ ทำให้เสื้อยืดที่หนูใส่ชุมทีเดียวค่ะ บางคนก็ขยับตัวดิ้นรนไปมา บางคนก็พัดให้หายร้อน เดี๋ยวก็มีเสียงประกาศหาผู้โดยสาร
หนูนึกถึงที่ครูเคยสอนทุกอย่างมันดีอย่างที่มันเป็น หนูก็ต้องเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่ปรากฏ ใจหนูยอมรับได้มากขึ้นสบาย ๆ ไม่หนัก หนูยืนรอรถประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ค่ะครู พอขึ้นรถก็สบายหน่อย ได้นั่งเบาะหน้าข้าง ๆ ผู้ชายคนหนึ่ง ท่านพยายามชวนคุย ทั้ง ๆ ที่ใจหนูอยากจะนอน หรือไม่ก็เพียงนั่งหายใจ ไม่ปรารถนาการพูดคุย แต่ก็หันมารับฟังสิ่งที่เขาเล่า หนูจึงฟังพอถึงแถว ๆ วังน้อยดูท่าทางหนูเพลียค่ะ จึงขอตัวหลับ
รถมาจอดที่โคราช อืมครูขา หนูฝันอุตลุด แต่ก็ช่างมันลงไปเข้าห้องน้ำแล้วก็ขึ้นมานั่งหายใจต่อ ตื่นมาแล้ว ๆ ตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ วันนี้รถขับถึงช้า พ่อโทรมาถาม หนูยังไม่ถึงไหน ท่านจึงไปวัดแทน ขณะนั่งรถไป หนูมองลอดหน้าต่างครูค่ะมันสวยมาก ดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือท้องนา สีส้ม ๆ อันโต ๆ นั่งไปเรื่อย ๆ แสงค่อย ๆ เปลี่ยนสี หนูมาถึงหน้าบ้านประมาณแปดโมงค่ะครู เข้าไปไหว้แม่ ไหว้ญาติ ทานข้าวเช้า นั่งฟังน้องตาลอ่านหนังสือ เป็นหนังสือเรียนอนุบาลตั้งแต่มานีมานะ ที่พ่อเขาปริ้นมาให้อ่าน ดูเธอจะชอบใจมาก ๆ ค่ะ อ่านให้หนูฟังอ่านตั้งใจ น้องตาลอยู่อนุบาลสอง การได้อ่านละสะกดคำเป็นเรื่องสนุกมาสำหรับเธอ
ศีล
ข้อ๑ บางทีเวลาอยู่กับคนเยอะ ๆ ก็รู้สึกอึดอัดค่ะ แต่หนูก็เห็นใจที่มันพลิกมาสอนตนเองว่า นี่แหละโอกาสในการภาวนา
ข้อ๒ ไปบ้านเพื่อนบางทีก็ชินกับความคุ้นเคย พอหยิบของแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้ ๆ ต้องถามเพื่อนก่อน รู้สึกอย่างนี้ค่ะ จึงเดินไปขออนุญาตก่อน
ข้อ๓ วันนี้ใจยังกระโดดไปเกาะเพศตรงข้ามอยู่ค่ะครู
ข้อ ๔ วันนี้เจอเพื่อนพูดมาก แม้จะรู้สึกสนุก แต่ก็รู้สึกว่าเพ้อเจ้อค่ะ
ข้อ ๕ ประมาทค่ะ ที่ตื่นไม่ทันออกกำลังกาย แต่การอยู่กับลมหายใจได้ ทำให้หนูใจสบายขึ้นค่ะครู
กราบขอบพระคุณค่ะ