เปิดตัวและวางจำหน่ายกันได้พักใหญ่ๆ แล้วสำหรับซีพียูสายพันธ์ใหม่จาก Intel ในชื่อรหัสว่า Nehalem ส่วนชื่อที่ใช้เป็นทางการในการวางจำหน่ายสินค้าก็คือ Core i7 ซึ่งในขณะนี้ก็มีออกกันมาเพียง 3 รุ่นเท่านั้นคือ Core i7 920, 940 และ 965 Extreme Edition มีความเร็วอยู่ที่ 2.66GHz, 2.93GHz และ 3.2GHz ตามลำดับ ถึงจะมีความเร็วที่ต่างกัน แต่ซีพียู Core i7 ทั้งหลายจะมีค่า TDP ที่เท่าๆ กันคือ 130W
สำหรับจุดเด่นของซีพียู Core i7 นั้นก็คือได้มีการนำ Memory Controller มาไว้ภายในตัวซีพียูด้วยเลย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมของซีพียูนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก นอกจากนี้แล้ว Core i7 ที่เป็นซีพียูแบบ Quad-Core แต่ละคอร์ก็ยังมีคุณสมบัติของไฮเปอร์เทรดดิ้งเข้ามาอีกด้วย เท่ากับว่าซีพียู Core i7 นั้นสามารถประมวลผลได้ในลักษณะเดียวกันกับซีพียูแบบ 8 คอร์เลยทีเดียว และเมื่อเรามีซีพียูประสิทธิภาพสูงในระดับนี้ เราก็ควรจะมีเมนบอร์ดที่สามารถรองรับกับการทำงานของซีพียู Core i7 เหล่านี้ เพื่อจะได้ดึงประสิทธิภาพของซีพียูแต่ละรุ่นออกมาให้ได้เต็มประสิทธิภาพ และหนึ่งในบรรดาเมนบอร์ดที่ผลิตออกมาเพื่อรองรับการทำงานของซีพียู Core i7 นี้ก็คือ ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition
บล๊อกไดอะแกรมแสดงการเชื่อมต่อระหว่างซีพียู Core i7 และชิปเซต X58 ตรงนี้จะเห็นได้ว่าหน้าที่หลักๆ ของตัวชิป X58 เองแทบจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากอินเทอร์เฟซสำหรับ PCI-Express และทำหน้าที่ในการเป็นส่วนเชื่อมต่อกับพวกอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ทางชิปเซาธ์บริจด์ (ICH10) เท่านั้น
เมนบอร์ด ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition จะมาพร้อมกับชิปเซตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel X58 ซึ่งจัดเป็นชิปเซตเพียงรุ่นเดียวในขณะนี้ที่รองรับซีพียู Core i7 ได้ ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณต้องการอัปเกรดมาใช้ซีพียู Core i7 ที่มีอยู่ในเวลานี้ คุณจะเป็นต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดด้วย และหน่วยความจำที่นำมาใช้นั้นก็จะต้องเป็นหน่วยความจำแบบ DDR3 เท่านั้น
สำหรับซ็อกเก็ตที่อยู่บนเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบ LGA 1366 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขื้นมามากพอสมควรเมื่อเทียบกับ LGA775 ที่เราใช้อยู่ในซีพียูตระกูล Core 2 ทั้งหลาย ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะจำนวนขาที่เพิ่มขึ้นมานั้นมันเป็นส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากชุดควบคุมหน่วยความจำถูกรวมไปไว้ในตัวซีพียูด้วยนั่นเอง
ซ็อกเก็ตแบบ LGA1366 จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า LGA775 อยู่เล็กน้อย
เมื่อมีการนำส่วนควบคุมหน่วยความจำเข้าไปไว้ในซีพียูด้วยแล้ว ผลที่ตามมาก็คือแรงดันไฟฟ้าที่จะส่งให้กับตัวซีพียูนั้นก็จะต้องเพิ่มขึ้นและต้องสามารถจ่ายไฟอย่างอย่างมีเสถียรภาพด้วย ซึ่งในจุดนี้เมนบอร์ด ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition ก็ได้ออกแบบไว้สำหรับเรื่องเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว ด้วยการออกแบบให้เมนบอร์ดมีภาคจ่ายไฟสำหรับซีพียูในแบบในแบบ 16+2 เฟส ซึ่งแบ่งเป็นส่วนของซีพียูถึง 16 เฟสและอีก 2 เฟสจะใช้ในส่วนของ QPI/Memory Controller ที่อยู่ภายในซีพียู นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัว Solid Capacitor จากญี่ปุ่นทุกตัวซึ่งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึงกว่า 5000 ชั่วโมงเลยทีเดียว
เมนบอร์ดรุ่นนี้ใช้ตัวเก็บประจุคุณภาพสูงทุกๆ จุดบนเมนบอร์ด
และแน่นอนว่าเมื่อมีภาคจ่ายไฟจำนวนเฟสที่มามายขนาดนั้น เวลาที่ซีพียูทำงานอย่างเต็มที่เช่นการเล่นเกม การเข้ารหัส-ถอดรหัสไฟล์ต่างๆ ก็จะต้องมีการใช้พลังงานมากและต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้ภาคจ่ายไฟของซีพียูบนเมนบอร์ดจะต้องทำงานหนักขึ้นและมีความร้อนสะสมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทาง ASUS ก็ได้เตรียมรับมือสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน โดยการออกแบบให้ภาคจ่ายไฟบนเมนบอร์ดนั้นมีฮีตซิงค์ระบายความร้อนมาด้วยในตัว โดยจะอาศัยอากาศที่ไหลเวียนมาจากพัดลมระบายความร้อนของซีพียูเป็นตัวช่วยพาความร้อนออกจากฮีตซิงค์ของภาคจ่ายไฟด้วย อย่างไรก็ตามในกรณีที่คุณไม่ได้ใช้ฮีตซิงค์แบบมาตรฐานของซีพียู แต่มีการใช้ฮีตซิงค์แบบอื่นๆ ที่มักจะมีการยกตัวให้สูงและไม่ได้มีการทำให้ทิศทางของอากาศไว้เวียนรอบซ็อกเก็ตของซีพียู คุณก็สามารถติดตั้งพัดลมระบายความร้อนเสริม ซึ่งมาพร้อมกับเมนบอร์ดเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟของซีพียูได้เช่นกัน เป็นอันว่าปัญหาเรื่องความร้อนสะสมของภาคจ่ายไฟของซีพียูบนเมนบอร์ดนั้น จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
กลับมาดูเรื่องความเร็วของบัสแบบใหม่ที่ชื่อว่า QPI ซึ่งมาทดแทนการทำงานของ FSB กันบ้าง โดยความเร็วสูงสุดของ QPI จะอยู่ที่ 6.4GT/s ซึ่งต้องบอกว่าความเร็วของ QPI ที่เพิ่มขึ้นมามากกว่า FSB นั้นก็ด้วยเหตุผลมาจากตัว Core i7 เองนั้น ถูกออกแบบมาให้มีการทำงานในลักษณะของซีพียูสำหรับคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่มีความจำเป็นต้องมีบัสความเร็วสูงไว้สำหรับสื่อสารกันระหว่างซีพียูด้วยกันเอง และต้องมีความเร็วมากพอสำหรับให้อุปกรณ์ส่วนอื่นๆ ใช้งานอีกด้วย
รองรับหน่วยความจำแบบ DDR3 และมีสล๊อตมาให้มากถึง 6 สล็อต
และเพื่อให้ความเร็วในส่วนต่างๆ ไม่เกิดคอขวดในซีพียูหน่วยความจำที่ใช้จึงเป็น DDR3 ที่รองรับความเร็ว 1600(O.C.)/1333/1066MHz ซึ่งบนเมนบอร์ดรุ่นนี้มีสล๊อตหน่วยความจำมาให้มาทั้งหมด 6 สล๊อต รับได้สูงสุดที่ 12GB จากปรกติที่มักจะมีเพียง 4 สล๊อตเท่านั้นแต่สำหรับซีพียู Core i7 จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อใช้ในแบบ Triple Channel ดังนั้นสล๊อตแรมก็จะเป็นในแบบนี้นั่นเอง
นอกจากนี้ ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition ยังมีมีสล๊อต PCI-Express 2.0 x16 มาให้ถึง 3 สล๊อต วิ่งที่ความเร็ว x16/x16/x1 หรือ x16/x8/x8 โดยจะรองรับทั้ง SLI ของ nVidia และ CrossFireX ของ ATi เรียกได้ว่าเอาใจทั้งสองฝั่ง มี PCI มาให้อีก 2 สล๊อตพร้อมทั้ง PCIE x4 มาให้อีก 1 สล๊อตโดยไม่มี x1 มาให้แต่อย่างใด ชิปเซต ICH10R ใช้ในการควบคุมพอร์ต SATA2 ทั้ง 6 พอร์ตซึ่งรองรับ RAID 0, 1, 5 และ 10 นอกจากนั้นก็จะมี IDE และ eSATA อีกอย่างละ 1 พอร์ต
พร้อมด้วยการรองรับเทคโนโลยี SAS หรือ Serial Attached SCSI ซึ่งเป็นพอร์ตที่ใช้กับฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟในอินเทอร์เฟสแบบนี้แต่ก็สามารถใช้งานกับในรุ่นเดิมได้ด้วย มีความเร็วและเสถียรภาพที่ดีกว่าในแบบ SATA อยู่พอสมควรทีเดียวเนื่องจากจะมีความเร็วรอบอยู่ที่ 15,000 RPM อายุการใช้งาน MTBF มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าหรือกว่า 1.4 ล้านชั่วโมง โดยจะควบคุมผ่านชิปเซต Marvell 88SE6320 ซึ่งจะมีให้มา 2 พอร์ตเพื่อการต่อเชื่อมในแบบ RAID 0 และ 1 เพื่อเพิ่มความเร็วให้สูงมากกว่าเดิมได้อีกด้วย
ชุดระบายความร้อนหรือฮีทซิงค์ที่ติดให้มานั้นนอกจากจะออกแบบมาได้อย่างสวยงามแล้วในส่วนที่ติดบนตัวชิปเซต Intel X58 ยังออกแบบมาให้เป็นไปตามหลักแอโรไดนามิกส์อีกด้วย เนื่องจากตัวซิงค์จะเป็นในรูปทรงที่สามารถปล่อยให้ลมผ่านไปมาได้อย่างสะดวกจึงช่วยให้ซิงค์กระจายความร้อนได้ดีมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งยังสามารถนำพัดลมมาติดเสริมด้านบนเพื่อช่วยให้ซิงค์เย็นลงได้อีกด้วย
ด้านหลังมี USB 2.0 ทั้ง 8 พอร์ต พร้อมทั้ง eSATA, LAN, IEEE 1394a รวมไปถึงช่องเสียงในแบบ 7.1 แชนแนล ซึ่งจะรองรับมาตรฐานเสียงในแบบ DTS Surround Sensation UltraPC ที่ให้คุณภาพเสียงในระดับสุดยอด โดยจะมีทั้งที่เป็น อนาล็อก และ ดิจิตอลทั้ง Optical และ Coaxial
ในเบื้องต้นเราได้ทดสอบฟังก์ชัน Express Gate ที่เป็นคุณสมบัติใหม่ของเมนบอร์ดจาก ASUS เราใช้เวลาเพียง 5 วินาทีนับตั้งแต่เปิดเครื่อง ก็สามารถที่จะเข้าสู่โปรแกรมต่างๆ ใน Express Gate ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าวินโดวส์ นั่นก็คือเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาก็จะมีโลโก้ Web, Photo, Chat, Skype และยังได้มีการอัพเดทเพิ่มในส่วนของ Online Games เข้ามาอีกตัวซึ่งจะลิ้งค์ไปยังหน้าของ Splashtop Gaming โดยจะมีเกมประเภทแฟลชให้เล่นมากมายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องบูทเข้าวินโดวส์
อุปกรณ์เสริมอย่าง OC Palm ที่จะมีลักษณะเป็นเหมือนทีวี LCD ตัวเล็กๆ ซึ่งจะแสดงหน้าจอการปรับแต่งโอเวอร์คล็อกในส่วนต่างๆ นั่นเอง โดยจะทำหน้าที่ได้ไม่ต่างจากการลงโปรแกรมลงบนวินโดวส์แต่อย่างใด ซึ่งจะมีฟังก์ชั่น 3 ส่วนด้วยกันคือ TurboV, Hardware Monitor และ Yahoo! Widgets โดยที่ส่วน TurboV นั้นจะเป็นส่วนที่ใช้ในการปรับความเร็วและค่าไฟเลี้ยง โดยสามารถเลือกปรับได้อย่างละเอียดแทบจะไม่แตกต่างจากการปรับผ่านหน้าไบออสเลยทีเดียว
ส่วนเทคโนโลยี EPU 6 Engine นับว่าเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างของเมนบอร์ดจาก ASUS เพราะนอกจากจะช่วยปรับแต่งความเร็วให้สอดคล้องกับการทำงานในขณะนั้นๆ ได้แล้ว ยังช่วยลดการใช้พลังงานลงไปได้อีกพอสมควร อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งได้อย่างรวดเร็วทางหน้าวินโดวส์ไม่ว่าจะเร่งความเร็วสำหรับการเล่นเกมหรือปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงานในขณะที่ใช้งานเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นอย่างการเล่นเน็ตหรือดูหนัง ฟังเพลง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเครื่องมากมายอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญการเปิดใช้ EPU ก็ต้องปิดตัว TurboV ด้วยเนื่องจากเลือกใช้งานได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
ข้อสรุปในเบื้องต้นนี้ก็จะเห็นได้ว่าเมนบอร์ด ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition นั้นถือได้ว่ามีการออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของซีพียู Core i7 ได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปดูในเรื่องประสิทธิภาพกันอีกทีเมื่อถึงการทดสอบ ตอนนี้เราไปดูรายละเอียดอื่นๆ ที่เรายังไม่ได้กล่าวถึงจากตารางสรุปคุณสมบัติของเมนบอร์ดรุ่นนี้กันก่อน
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
- Intel Core i7 965 Extreme Edition 3.2GHz
- Qimonda 3GB DDR3 1066MHz CL7
- Hitachi Deskstar E7K1000 1TB
- ATI Radeon HD 4870X2
- Windows Vista Ultimate SP1
- ATI Catalyst 8.10
ตารางผลการทดสอบ
ผลการทดสอบ
ต้องบอกก่อนว่ากว่าเราจะได้ทำการทดสอบเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็มีปัญหาอยู่บ้างในตอนแรก ปัญหาที่ว่าก็คือเมนบอร์ดที่ถูกส่งมาถึงเรานั้นมีปัญหาในส่วนของซ็อกเก็ต นั่นก็คือพินต่างๆ ที่อยู่บนเมนบอร์ดนั้น มีการบิดงอไปจากปกติ ทำให้เราต้องส่งกลับไปให้ทาง ASUS ทำการแก้ไขเล็กน้อยด้วยการดัดขาของมันให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งเราเองก็กังวลเหมือนกันว่าขาของซ็อกเก็ตที่ถูกแก้ไขมานั้นจะมีความสมบูรณ์ 100% หรือไม่ แต่พอได้เห็นผลการทดสอบแล้วเราก็คิดว่าทาง ASUS ได้แก้ไขได้อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว
แน่นอนครับว่าพอเห็นผลการทดสอบแล้วก็ต้องบอกว่าแรงจริงๆ เพราะตามปกติเราก็จะคุ้นเคยกับตัวเลขในระดับหนึ่งจากการทดสอบเมนบอร์ดรุ่นต่างๆ ด้วยซีพียู Core 2 Extreme ของเรา แต่พอมาเห็นผลการทดสอบของ Core i7 965 ที่ทำงานบนเมนบอร์ด ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition ก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นเมนบอร์ดที่สามารถรีดพลังซีพียูอย่าง Core i7 965 ออกมาได้แบบสุดๆ คะแนนการทดสอบจากแต่ละพุ่งสูงมาก โดยเฉพาะคะแนนที่ได้จากการทดสอบหน่วยความจำนั้นสามารถทำคะแนนได้เหนือกว่าซีพียูในตระกูล Core 2 ของอินเทลได้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่ก็คงจะเป็นผลพวงมาจากการนำส่วนควบคุมหน่วยความจำมาไว้ภายในตัวซีพียูนั่นเอง
ส่วนผลการทดสอบทางด้าน BCLK หรือ Internal Base Clock ซึ่งเข้ามาแทนที่ FSB สามารถปรับได้สูงสุดที่ 500MHz ส่วนตัวคูณสามารถปรับได้ถึง 63x ตัว PCIE ปรับได้สูงสุดที่ 200MHz ทางด้านแรมจะปรับได้จนถึง DDR3-2133MHz นอกจากนี้ยังมี UCLK หรือ Uncore Clock Ratio เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะนับเป็นสองเท่าของขนาดความเร็วแรม โดยจะปรับได้สูงสุดที่ 5600MHz หรือที่ระดับ DDR3 2600MHz นั่นเอง และอีกส่วนหนึ่งที่มีเฉพาะตัว Core i7 ก็คือ QPI สามารถปรับได้ตั้งแต่ 4800MHz ไปจนถึงระดับ 6400MHz ส่วนการปรับไฟเลี้ยงในส่วนของซีพียูนั้นสามารถปรับได้สูงสุดถึง 2.100V และในส่วนของหน่วยความจำนั้นจะปรับได้สูงสุดที่ 2.46V
และถ้าดูในตารางผลการทดสอบเราก็จะสังเกตเห็นได้ว่าถ้าเป็นคะแนนหรือตัวเลขจากการทดสอบในเรื่องของแบนด์วิดของส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซีพียู หน่วยความจำ หรือบัสต่างๆ แล้วเราจะเห็นได้อย่างดีเลยว่า Core i7 นั้นมีสิ่งเหล่านี้อย่างเหลือเฟือเลยทีเดียวสำหรับแอพพลิเคชันในปัจุบันและพร้อมรองรับแอพพลิเคชันรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตามซีพียูแรงอย่างเดียวคงไม่มีประโยชน์ถ้าไม่มีเมนบอร์ดอย่าง ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างดีในการดึงพลังของซีพียูและประสารการทำงานส่วนต่างๆ ของฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จนได้ผลการทดสอบที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้
อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ด
สรุป
เห็นผลการทดสอบแล้วก็คงจะไม่ต้องสรุปอะไรกันมากมายนักสำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ASUS ยังคงความเป็น ASUS ได้อย่างครบถ้วนและใส่ใจรายละเอียดในทุกๆ ฟังก์ชัน ที่ทำให้เราสามารถใช้งานเมนบอร์ดรุ่นนี้ได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ เสถียรภาพในการทำงาน รวมไปถึงความสะดวกสบายในการทำงาน น่าเสียดายนิดหนึ่งก็คือไม่ได้ให้ปุ่มสำหรับเคลียร์ไบออสมาด้วย ซึ่งเราคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นเหมือนกันสำหรับเมนบอร์ดที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักโอเวอร์คล๊อก นอกจากนี้แล้วเราก็คิดว่า ASUS P6T Deluxe OC Palm Edition นั้นก็เป็นเมนบอร์ดที่มีความสมบูรณ์แบบมาที่สุดตัวหนึ่งที่เหมาะกับการใช้งานร่วมกับซีพียู Core i7
Score 95%
จุดเด่น : เมนบอร์ดที่รองรับ Core i7 และพร้อมสำหรับการโอเวอร์คล๊อก มี OC Palm เพิ่มความสะดวกในการทำงาน
ข้อสังเกต : ไม่มีปุ่มสำหรับเคลียร์ไบออสมาให้
Contact : ASUSTEK COMPUTER (THAILAND) CO.,LTD.
Tel : 0-2677-4422-29
ราคาเท่าไรนิ
ราคาม่ายแพงหรอก ประมาณ 8000 +
อิอิ ว่าจะเก็บเงินออกคอมใหม่อยู่ ^____^
ราคามันแพงไหมอ่ะคับ
ถ้าเราสั่งประกอบงบอยู่ประมาณเท่าไร
อยากได้จังคับ......เครื่องแรงหน้าดู
ตอบด้วยน่ะคับอยากรู้
ครับผม ถ้าสั่งประกอบนี้ ราคาขึ้นอยู่กับส่วนประกอบอื่นๆที่เหลือครับ
ของผมลองจัดสเป็กแล้วโดยใช้บอร์ดนี้ราวๆ 35000