สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณครู
กลับจากไปวิ่งออกกำลังกาย ใจใสใจสบาย ขอเขียนจดหมายหาครูนะคะ พอจะเริ่มเขียนความกังวลก็ซัดสาดเข้ามา เอ๊ะ เสียงอะไร นกเขาค่ะครู เขาบินมาริมระเบียงแล้วก็ส่งเสียง พอชะโงกหน้าออกไป โอ้มาตั้งสองตัว เกาะอยู่ที่แอร์ รู้สึกดีจังเลยค่ะ ที่เขารู้สึกไว้ใจ จนมาแวะเวียนทักทายระเบียงห้องที่สูงถึงชั้นห้านี้ได้
ครูค่ะสองสามวันมานี้เป็นอาการนอนไม่หลับ อืม ใช้คำนี้คงไม่ถูกเหมือนเป็นอาหารหลับไม่สนิทมากกว่าค่ะครู
เช้าเมื่อวานตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเนื้อตัวตามร่างกาย เป็นหนัก ๆ แทบไม่อยากจะไปทำงาน มองดูนาฬิกา โอ้แปดโมงเช้า หนูหลับไหลได้ขนาดนี้ ลุกขึ้นมาเก็บที่นอน ใจไม่อยากไปทำงาน มีอาการปวดหัว อ่อนแรง แต่ก็บอกตนเองว่า ถ้ายังไม่ตายก็ต้องไปทำงาน เพราะมันคือ หน้าที่ ๆ ถึงที่ทำงาน หนูก็นั่งลงทำงาน วาดภาพไปเรื่อย ๆ ไม่ปรารถนาเจรจามากมาย เป็นรู้สึกไม่สบายอยู่ภายใน รู้สึกเครียดกับการตัดสินใจไม่ส่งขอทุนในรอบนี้ด้วยค่ะ แต่ก็เหมือนวางไม่ได้ พอเที่ยง ๆตั้งใจว่าจะไปส่งจดหมาย แล้วเพื่อนฝากซื้อมะขาม แต่พอเดินลงถึงหน้าถนนหนูลืมหยิบจดหมายมาด้วย อืม ได้แต่ถอนใจกับความขาดสติ หนูเดินไปกรมการแพทย์แผนไทย รู้สึกได้ว่าอากาศร้อนค่ะ แต่ก็ดูเหมือนว่า ร้อนไม่เท่าความร้อนภายในใจ หนูนั่งทานข้าวที่แผนไทย รู้สึกว่าทาน ๆ ไป มีคนมายืนรอนั่งข้าง ๆ จึงรีบทานแล้วขยับลุกให้นั่ง ขากลับหนูเดินหิ้วของที่ซื้อมากลับ กลางแดดร้อน ๆ ภาวนาไปเรื่อย ๆ รู้สึกได้ว่าอากาศข้างนอกร้อน แต่ใจเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น จนมีพี่ที่เดินผ่านมาทักว่าไม่ร้อนเหรอ หนูได้แต่ยิ้ม ตอนบ่ายเริ่มงานวาดไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ อืมผลงานออกมาถือว่า ใช้การได้ยิ้มให้กับตนเอง แต่สำรวจอีกรอบ แง่ว ๆ ขาดองค์ประกอบไปหนึ่งส่วน กลับจากที่ทำงาน เปิด G2K รู้สึกว่าใจร้อนรน กลัวการสาดทุกข์ เพราะรู้สึกได้ว่ารับมือสิ่งที่ปรากฏได้ไม่ดี พ่อโทรมาถามเรื่องยื่นขอทุน หนูบอกท่านว่าไม่ได้ยื่นแล้วก็ชี้แจ้งท่านไป หนูรู้สึกว่าท่านผิดหวัง แต่พ่อก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร เพราะความดื้อที่มีในใจ ทำให้หนูปล่อยทุกอย่างไรไปตามสายน้ำ เวลาก็ไม่มีทางหวนกลับ และแล้วความปล่อยปะละเลยของหนูก็ไปทำร้ายคนที่หนูรักอย่างเลี่ยงไม่ได้ ครูขามันปวดหนึบ ทุกข์บีบคั้น ใจดิ้นรนหาที่พึ่ง อยากโทรศัพย์บ้าง อยากหาคนคุยด้วยบ้าง อยากโทรหาครู แต่ ตัดสินใจปิดไฟล้มตัวลงนอน แต่ความร้อนในใจ ไม่สามารถทำให้หลับตาลงได้ หนูตัดสินใจลุกขึ้นมาเดินจงกรมนานเท่าใดไม่รู้ค่ะครู เดินทั้ง ๆ ที่มืด ๆ เดินกับคำว่า พุทโธ ชุดนอนที่ใส่รู้สึกได้ว่าอาบเหงื่อ แต่มีคำบริกรรมนี้ ช่วยให้ใจสบายผ่อนคลายมากขึ้น จากเดิมที่มองเห็นห้องมืด ๆ ห้องก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น ๆ ใจผ่อนคลายสบายมากขึ้น พอหยุดเดินจึงนั่งลงทำสมาธิ ใจสบายมากขึ้น จึงล้มตัวลงนอน ไม่รู้ฝันหรืออะไร เหมือนเสียงกระซิบมาขอให้เลิกทานของที่มีชีวิต ตอนนั้นเหมือนหนูต่อรองว่าในห้องมีไข่ ขอทานไข่ไม่ได้เหรอ หรือไม่ก็ขอทานเท่าที่มีให้หมดก่อน แล้วไม่นานเสียงปลุกในโทรศัพย์ก็ดังขึ้น ผู้ใดเป็นผู้ชอบนอนหลับ ชอบพูดคุยไม่ขยันเกียจคร้านการงาน และเป็นคนมักโกรธ ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม ลุกขึ้นมาตอนแรกก็นั่งสมาธิค่ะ แต่ยังมัว ๆ จึงลุกขึ้นเดินจงกรม ประมาณตีห้า หุงข้าว ทำดีท๊อก ไปวิ่งออกกำลังกายพร้อม ๆ กับเตรียมของใส่บาตร กลับมาหนูจึงมานั่งเขียนจดหมายหาครูค่ะ
วันนี้ว่าด้วยเรื่องศีล
ข้อ ๑ หนูทำให้ผู้มีพระคุณผิดหวัง ทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้หนูเป็นคนที่ทำให้ท่านมีหวังนี้ขึ้นมาเอง ท่านไม่ได้เอ่ยต่อว่าหรือใด ๆ แต่หนูรู้สึกได้ค่ะครู
ข้อ ๒ หนูทำร้ายใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของบุพการี
ข้อ ๓ ไม่ได้แย่งแฟนใครค่ะครู แต่ปรารถนาการมีเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจ
ข้อ ๔ ใจคร่ำครวญ เพ้อเจอ กลัวการสาดทุกข์ ทำไม่ได้ตามความตั้งใจ
ข้อ ๕ หนูประมาทค่ะ ปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาทะลวงใจ กว่าจะหาวิธีประคองตนเองกับพุทโธได้ก็ตอนลุกเดินจงกรม
หนูกลัวว่าตนเองจะเขียนจดหมายนี้ออกมาในด้านลบ เพราะรู้สึกว่าแรงนี้มันถาโถมหนักแผดเผาใจ กราบขออภัยนะคะครู
ตามมาอ่าน
การตามใจตนของน้องค่ะ
เคยไปอ่าน http://gotoknow.org/blog/kruforme/320215
แล้วรู้สึกประทับใจ
ขอบพระคุณค่ะ คุณมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
รู้สึกดีค่ะที่มีโอกาสได้แบ่งปันขอบคุณนะคะที่แวะมาเป็นกำลังใจ