ณ เมืองใหญ่ มองไปทางใดก็พบเห็นแต่กล่องหินขนาดใหญ่เรียงราย
สายลมที่พัดเหวียงไปเป็นระรอก
ล้วนเกิดจากแรงของวัตถุเหล็กที่วิ่งผ่านไปมาอย่างแน่นขนัด
ผีเสื้อน้อยผู้ซึ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานในช่วงหนึ่งของชีวิต กับแม่ของเขา
กำลังโบยบินอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่
ที่หนาแน่นไปด้วยสิ่งสร้างอันไร้ซึ่งความจำเป็นต่อชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่เขากำลังมองหา เป็นอะไรที่แสนจะธรรมดาสำหรับโลกใบนี้
หากแต่ในวันนี้กลับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
เจ้าน้ำหอมหวานจากเกสรดอกไม้
อยู่ไหนกันนะ ...เจ้ากลีบบาน...
อากาศรอบกายร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ
แข่งกับความเหนื่อยล้าของปีกบางๆที่ทวีมากขึ้นอย่างไม่ปราณี
ทำไมหนอ เจ้าหมู่แมกไม้จึงหาได้ยากยิ่ง
ทำไมหนอ ฉันขอเพียงไม้ดอกเล็กๆเพื่อหล่อเลี้ยง
ทำไมหนอ โลกนี้คงไม่ต้อนรับฉันที่อุตส่าห์ได้เกิดมา
ทำไมหนอ...
“แม่จ๋า”
“อะไรลูก”
“ทำไมโลกถึงได้โหดร้ายจัง เราแค่อยากอิ่มท้องเพื่อความอยู่รอด
ทำไมต้นไม้ดอกไม้ถึงหาได้ยากนัก?”
แม่ผีเสื้อยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่เธอได้ฟังมาจากรุ่นแล้วรุ่นเล่า
...เรื่องราวคำกล่าวขานของวันวานที่หายไป...
“ไม่ใช่ว่าโลกนี้โหดร้ายกับเราหรอกจ้ะ แม่เคยได้ยินเขาเล่ามาว่า
เมื่อก่อนโลกใบนี้เคยสวยงามสดใส แต่โดนทำร้ายโดยผู้คน”
“มนุษย์น่ะเหรอ?”
“ตัดต้นไม้ปลูกเมือง สิ้นเปลืองใช้ทรัพยากรธรรมชาติแต่กลับไม่คิดแม้แต่จะรักษา
แม่เคยได้ยินเขากล่าวเอาไว้ว่า
– เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว -
การที่มนุษย์พร้อมใจกันทำร้ายธรรมชาติอย่างหนักขนาดนี้
ไม่แปลกหรอกจ้ะ ที่โลกเราจะทั้งร้อน ทั้งเต็มไปด้วยมลพิษอย่างนี้”
เบื้องหน้าของผีเสื้อทั้งสอง ในที่สุดก็พบกับพุ่มดอกไม้แห่งความหวัง
สองแม่ลูกต่างรีบเข้าไปดื่มดอมน้ำหวานจากเหล่าเกสร
ลูกผีเสื้อขณะดื่มน้ำหวานก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่แม่ของตนเล่าให้ฟัง
มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ ทำให้โลกกลายเป็นแบบนี้…
เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว ??
ลูกผีเสื้อมองดอกไม้ที่อยู่รอบๆ แล้วเขาก็คิดบางอย่างได้….ในมุมที่กลับกัน
“แค่เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาวแล้ว
ถ้าอย่างนั้น...
ผมที่เป็นผีเสื้อ สามารถช่วยทำให้เกสรของดอกไม้ได้ผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นดอกใหม่
ก็คงจะมีคุณค่ามากมายต่อโลกใบนี้
ผมจะทำ เพื่อที่สักวัน
ดอกไม้จะงอกงามเบ่งบานไปทั่วท้องจักรวาล”
ลูกผีเสื้อกล่าวด้วยแววตาที่เปล่งประกายไปด้วยความหวัง
แล้วเขาก็ไม่รอช้า
ช่วยนำพาเจ้าเกสรดอกไม้ไปผสมกัน
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล
แม่ผีเสื้อไม่เอ่ยคำใด เฝ้ามองลูกผีเสื้อด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล
...ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล...
ณ เมืองใหญ่ มองไปทางใดก็พบเห็นแต่กล่องหินขนาดใหญ่เรียงราย
สายลมที่พัดเหวียงไปเป็นระรอก
ล้วนเกิดจากแรงของวัตถุเหล็กที่วิ่งผ่านไปมาอย่างแน่นขนัด
ผีเสื้อน้อยผู้ซึ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานในช่วงหนึ่งของชีวิต กับแม่ของเขา
กำลังโบยบินอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่
ที่หนาแน่นไปด้วยสิ่งสร้างอันไร้ซึ่งความจำเป็นต่อชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่เขากำลังมองหา เป็นอะไรที่แสนจะธรรมดาสำหรับโลกใบนี้
หากแต่ในวันนี้กลับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
เจ้าน้ำหอมหวานจากเกสรดอกไม้
อยู่ไหนกันนะ ...เจ้ากลีบบาน...
อากาศรอบกายร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ
แข่งกับความเหนื่อยล้าของปีกบางๆที่ทวีมากขึ้นอย่างไม่ปราณี
ทำไมหนอ เจ้าหมู่แมกไม้จึงหาได้ยากยิ่ง
ทำไมหนอ ฉันขอเพียงไม้ดอกเล็กๆเพื่อหล่อเลี้ยง
ทำไมหนอ โลกนี้คงไม่ต้อนรับฉันที่อุตส่าห์ได้เกิดมา
ทำไมหนอ...
“แม่จ๋า”
“อะไรลูก”
“ทำไมโลกถึงได้โหดร้ายจัง เราแค่อยากอิ่มท้องเพื่อความอยู่รอด
ทำไมต้นไม้ดอกไม้ถึงหาได้ยากนัก?”
แม่ผีเสื้อยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่เธอได้ฟังมาจากรุ่นแล้วรุ่นเล่า
...เรื่องราวคำกล่าวขานของวันวานที่หายไป...
“ไม่ใช่ว่าโลกนี้โหดร้ายกับเราหรอกจ้ะ แม่เคยได้ยินเขาเล่ามาว่า
เมื่อก่อนโลกใบนี้เคยสวยงามสดใส แต่โดนทำร้ายโดยผู้คน”
“มนุษย์น่ะเหรอ?”
“ตัดต้นไม้ปลูกเมือง สิ้นเปลืองใช้ทรัพยากรธรรมชาติแต่กลับไม่คิดแม้แต่จะรักษา
แม่เคยได้ยินเขากล่าวเอาไว้ว่า
– เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว -
การที่มนุษย์พร้อมใจกันทำร้ายธรรมชาติอย่างหนักขนาดนี้
ไม่แปลกหรอกจ้ะ ที่โลกเราจะทั้งร้อน ทั้งเต็มไปด้วยมลพิษอย่างนี้”
เบื้องหน้าของผีเสื้อทั้งสอง ในที่สุดก็พบกับพุ่มดอกไม้แห่งความหวัง
สองแม่ลูกต่างรีบเข้าไปดื่มดอมน้ำหวานจากเหล่าเกสร
ลูกผีเสื้อขณะดื่มน้ำหวานก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่แม่ของตนเล่าให้ฟัง
มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ ทำให้โลกกลายเป็นแบบนี้…
เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว ??
ลูกผีเสื้อมองดอกไม้ที่อยู่รอบๆ แล้วเขาก็คิดบางอย่างได้….ในมุมที่กลับกัน
“แค่เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาวแล้ว
ถ้าอย่างนั้น...
ผมที่เป็นผีเสื้อ สามารถช่วยทำให้เกสรของดอกไม้ได้ผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นดอกใหม่
ก็คงจะมีคุณค่ามากมายต่อโลกใบนี้
ผมจะทำ เพื่อที่สักวัน
ดอกไม้จะงอกงามเบ่งบานไปทั่วท้องจักรวาล”
ลูกผีเสื้อกล่าวด้วยแววตาที่เปล่งประกายไปด้วยความหวัง
แล้วเขาก็ไม่รอช้า
ช่วยนำพาเจ้าเกสรดอกไม้ไปผสมกัน
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล
แม่ผีเสื้อไม่เอ่ยคำใด เฝ้ามองลูกผีเสื้อด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล
...ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล...