ความหมาย การใช้งานปุ่มบน Mixer
- +48V ปุ่มเพื่อจ่ายไฟเลี้ยงขนาด 48V ให้กับไมโครโฟนแบบ Condenser ซึ่งจะเป็นการจ่ายไฟ (Phantom Power ) ให้เฉพาะช่องที่มีการกดปุ่มนี้เท่านั้น หรือ มิกเซอร์บางรุ่นใช้รวมกันทุกช่อง
- Phase Switch สำหรับสลับขั้วของสัญญาณ Input ในกรณีที่มีการต่อสลับสายผิดที่ Connector ส่วนมากมีเฉพาะรุ่นใหญ่
- Input Sensitivity เป็นปุ่มสำหรับปรับอัตราขยายความแรงของสัญญาณที่เข้ามา ซึ่งถ้าสัญญาณที่เข้ามามีความแรงมากเกินไปจะทำให้เกิดสัญญาณผิดเพี้ยนได้เนื่องจากว่าที่ Input Channel สามารถรับความแรงของสัญญาณได้ระดับหนึ่ง ถ้ามีความแรงเกินไปจะเกิดการ Peak ขึ้น (สังเกตการ Peak ได้จากการที่ ไฟ Peak Led ติด ) ถ้าสัญญาณที่เข้ามามีระดับต่ำจะทำให้สัญญาณไม่พอส่งไปส่วน Output ของ Mixer โดยปกติสัญญาณที่เข้ามาเป็นแบบ Line สัญญาณจะมีความแรงอยู่แล้ว จึงมักปรับปุ่มนี้ในปริมาณน้อย แต่ถ้าเป็นสัญญาณ Mic จะต้องปรับค่อนข้างมาก
- HI-Pass Filter เป็นตัวกรองให้สัญญาณความถี่สูงผ่าน โดยความถี่ที่ต่ำกว่า 100 Hz จะถูกลด ทอนลง ใช้ในกรณีที่มีเสียงพูดที่ทุ้มมากๆ และยังช่วยลดสัญญาณรบกวนความถี่ต่ำได้
- Equalizer เป็นส่วนของการปรับ Equalizer ของสัญญาณที่เข้ามาประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ความถี่สูง(HF) สัญญาณ 15 dB ที่ความถี่ 13KHz ความถี่สูง-กลาง(HMID) จะเป็นปุ่มปรับ 2 ปุ่ม ปุ่มบนเป็นปุ่มเลือกความถี่ที่เจาะจง ปุ่มล่านเป็นปุ่มปรับเพิ่มลดสัญญาณ 15 dB ที่ความถี่ที่เลือกไว้ ความถี่ต่ำ-กลาง(LMID) ที่จะทำงานเหมือนกับความถี่สูง-กลาง ความถี่ต่ำ(LF) สัญญาณ 15 dB ความถี่ 60KHz
- EQ Switch เพื่อให้สัญญาณที่เข้าไม่ต้องผ่านการปรับแต่ง
- Aux Sends เป็นปุ่มควบคุมสัญญาณที่เข้ามาให้ผ่านออกไปที่แต่ละ Aux Output ของ Mixer
- Pan เป็นการตั้งระดับสัญญาณที่ส่งไปที่ Channel ซ้าย-ขวา ของ Mixer
- Routing Switches สัญญาณเสียงที่ส่งเข้ามานี้สามารถส่งไปที่ Output ต่างๆ ของ Mixer ได้
- Fader เป็น Slide เพื่อควบคุมปรับระคับความแรงสัญญาณที่ส่งออกไปโดย ปกติจะปรับFaderไว้ที่ตำแหน่ง”0”
- Muting เป็นปุ่มสำหรับจัดกลุ่มการ Muting เป็นปุ่มสำหรับจัดกลุ่มการ Muting ( การไม่ส่งเสียงออกไป โดยดูได้จากไฟ Mute LED ที่แต่ละ Channel
- PFL/PEAK กดปุ่ม PFL เพื่อตรวจสอบระดับสัญญาณที่เข้ามาของแต่ละ Input โดย Channel โดยที่กดปุ่ม PFL สัญญาณจะถูกส่งออกไปหูฟัง (Headphone) และไฟ LED ชอง L และ R Meter ที่ Master จะเปลี่ยนเป็นการแสดงระดัดความแรงของ Channel นั้น แต่ในกรณีที่ไม่มีกดปุ่ม PFD ของ Channel ใดติดขึ้น ก็แสดงว่าสัญญาณที่เข้ามาของ Channel นั้นมีความแรงเกินไป ( Peak )
Group Section
- Group Fader เป็น Slice ควบคุมระดับสัญญาณที่ส่งออกไปของแต่ละ Group Output
- Group to Mix , Stereo/Mono เป็นการให้สัญญาณเสียงของแต่ละ Group Output ถูกส่งไปที่ Mix Output โดยสามารถเลือกรูปแบบได้ว่าส่งไปเป็นแบบ Stereo หรือ Mono
- PFL กดปุ่ม PFL เพื่อตรวจสอบสัญญาณของแต่ละ Group ก่อนที่จะส่งออกไป โดยเมื่อกดปุ่ม PFL สัญญาณของ Group นั้นจะส่งออกไปที่หูฟัง ( Headphone ) ทันทีโดยไม่ขึ้นกับ Fader
- Stereo Returns เป็นการควบคุม Input อีกกลุ่มที่เรียกว่า Stereo Return อันได้แก่ Input อื่นที่ต้องการใช้งานเพิ่มเติม โดยฟังก์ชั่นของ Input ชุดนี้จะมีน้อยกว่าใน Stereo Input ปกติ เช่นเลือกส่งสัญญาณไปยัง Group ได้เฉพาะบาง Group และไม่มี Aux
Master Section
- Mix Faders เป็น Slide ปรับระดับสัญญาณที่ส่งออกไปยัง Mix Output
- Talkback จะมีช่องสำหรับต่อไมโครโฟนเพื่อการพูดส่งออกไปยังส่วนต่างๆ คือ Aux 1-2 ,Aux3-4 หรือ Mix โดยสามารถปรับระดับความแรงของสัญญาณที่ส่งออกไปที่ ปุ่ม TB Level
- Power ON LEDs LED แสดงว่ามีไฟเลี้ยงจ่ายให้กับ Mixer และ LED แสดงว่ามีการใช้ไฟเลี้ยง +48V (Phantom Power ) ให้กับ Input ที่ ไมโครโฟนแบบ condenser
- Auxiliary Masters เป็นการปรับระดับสัญญาณที่จะส่งออกไปที่ Aux Output ต่างๆ โดยการกดปุ่ม AFL จะส่งไปที่หูฟัง (Headphone ) ที่ Aux3 และ Aux 4 สามารถที่จะตั้งเป็น Pre Fade ได้โดยการกดปุ่ม Aux 3 Pre หรือ Aux 4 Pre
- PFL/AFL ON เป็น LED แสดงว่ามีการกดปุ่ม PFL หรือ AFL
- Phones ปุ่มปรับระดับสัญญาณเสียงที่ส่งออกไปที่หูฟัง
- Mono Check ให้สัญญาณเสียงที่ส่งไปที่หูฟังเป็นแบบ Mono
- Mute Masters เป็นเลือก Mute Group ต่างๆ ซึ่งเมื่อกดปุ่ม Mute ปุ่มใดก็จะทำให้ Input Channel ที่มีการตั้ง Mute Group ไว้ถูก Mute ( ไม่มีการส่งสัญญาณเสียงออกมา )
- Phone Jack ช่องสำหรับต่อหูฟัง