บุตรธิดาคืออนุสาวรีย์ของพ่อแม่

          หลักคิดข้อสุดท้าย (ข้อที่ 7 ) ในการที่จะช่วยให้คนธรรมดากลายเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูง  คือ ครอบครัวดีทวีความสุข  ท่าน ว.วชิรเมธี  ได้กรุณาให้รายละเอียดไว้ ดังนี้

          1. "มารดาบิดาคือพระในบ้าน"

              คนทุกวันนี้นิยมไปทำบุญกันที่วัด  ดูแลพระให้ฉันอิ่มนอนอุ่น

              แต่แล้วกับลืมทำบุญกับพระที่บ้าน  ปล่อยให้ท่านอดมื้อกินมื้อ

          2. "ลูกและภรรยาสำคัญยิ่งกว่าแก้วแหวนเงินทอง"

              แก้วแหวนเงินทองหล่นไปย้อนไปหา

              ลูกและภรรยา  ชั่วชีวานี้มีกันและกันได้เพียงหนเดียว

          3. หากคุณเอาปืนใส่มือให้ลูก                      โตขึ้นเขาจะป็นโจร

              หากคุณเอาธรรมะใส่มือให้ลูก                  โตขึ้นเขาจะเป็นคนดี

              หากคุณเอาความก้าวร้าวใส่มือให้ลูก          โตขึ้นเขาจะเป็นคนหัวรุนแรง

              หากคุณเอความรักใส่มือให้ลูก                 โตขึ้นเขาจะเป็นคนจิตใจงดงาม

              หากคุณเอาความเป็นผู้ให้ใส่มือให้ลูก        โตขึ้นเขาจะเป็นคนใจเมตตาอารี

              หากคุณเอาหนังสือใส่มือให้ลูก                โตขึ้นเขาจะเป็นผู้รู้จักคิด

              หากคุณเอาของขลังใส่มือให้ลูก               โตขึ้นเขาจะเป็นคนงมงาย

              หากคุณเอาความรับผิดชอบใส่มือให้ลูก      โตขึ้นเขาจะเป็นที่พึ่งของตนเอง

              หากคุณเอาความกระล่อนใส่มือให้ลูก         โตขึ้นเขาจะป็นศรีธนญชัย

              วันนี้  คุณพ่อคุณแม่ที่รักทั้งหลาย              คุณเอาอะไรใส่มือลูกบ้าง ?

          4. เลี้ยงลูกด้วยเหตุผล  จะได้ยอดคนของครอบครัว

              เลี้ยงลูกด้วยการตามใจ  จะได้ความเสียใจเป็นของแถม

              เลี้ยงลูกด้วยความไม่รับผิดชอบ

              จะได้รับการปฏิบัติตอบเป็นการถูกทอดทิ้ง

              พ่อแม่เลี้ยงลูกอย่างไร  ในบั้นปลายเขาจะสะท้อนสิ่งนั้นให้สัมผัส

          5. บุตรธิดาคืออนุสาวรีย์ของพ่อแม่

             หากลูกเป็นคนดี  อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็งดงาม

             หากลูกเลวทราม  อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็อัปลักณ์

          6. ร้อยแม่เลี้ยง  มิสู้หนึ่งแม่บังเกิดเกล้า

              ร้อยพ่อบุญธรรม  มิสู้หนึ่งพ่อให้กำเนิด

              ร้อยอ้อมกอดจากคนรู้จัก

              มิสู้หนึ่งอ้อมกอดของพ่อและแม่

          7. หยิบเงินใส่มือให้แม่  ยังมิสู้หยิบธรรมะใส่ใจแม่

              หยิบเสื้อผ้ากันหนาวให้พ่อ  ยังมิสู้เป็นคนดีให้ท่านอบอุ่นใจ

              มีเงินนับหมื่นล้านบาท

              ยังมิสู้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ให้พ่อกับแม่เห็นชายผ้าเหลือง

              ทำบุญกับพระแสนรูป ยังมิสู้ปรนนิบัติพ่อแม่ด้วยความกตัญญูรู้คุณท่าน

          จะเห็นได้ว่าหลักคิดของท่าน ว.วชิรเมธี  สุดท้ายท่านก็มาหยุดลงที่สถาบันครอบครัว  ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทย  ผมหวังอย่างยิ่งว่าหลักคิดของท่าน ว. จะช่วยให้คนไทยเกิดอาการฉุกคิดในการสร้างความสุขของตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนตลอดไป