คนที่นำข่าวสาร นำเทคโนโลยีเข้าหมู่บ้านมักจะมองเหมือนเทวดา แต่ที่แท้จริงเป็นซาตานที่หยิบยื่นความทุกข์ทรมานแก่จิตใจ

โลกาภิวัฒน์มักจะปรับกระบวนทัศน์คนด้วยข่าวสาร (Information) และข่าวสารก็มักจะปนเปื้อนด้วยผลประโยชน์ของผู้ส่งสาร
ประเทศใดที่ถูกจัดว่าด้อยพัฒนา คนในประเทศนั้นจะบริโภคข่าวสารน้อย
ภูมิปัญญาท้องถิ่นในประเทศด้อยพัฒนาย่อมถูกปนเปื้อนน้อย
ภูมิปัญญาท้องถิ่นคือ ปัญญาที่มีภูมิเหมาะสมกับท้องถิ่น
เมื่อความรู้อันปนเปื้อนที่มาในรูปของข่าวสารนั้นเข้ามาได้น้อย หรือเข้ามาไม่ได้ วิถีชีวิตในท้องถิ่นนั้นก็จะสบาย ๆ สไตล์ “ธรรมชาติ”

แต่เมื่อใดที่รู้มาก ก็มักเริ่มมองตัวเองไม่ดี หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการเกิดเปรียบเทียบ
เมื่อมีคนอื่นให้มองก็อยากเป็นเหมือนคนอื่นเขา สิ่งที่เราเคยมี เคยดีอยู่ ก็กลายเป็นไม่ดี ไม่มี ไม่ “เพียงพอ”

ครั้นอยากดีอย่างเขาก็ต้องพึ่งพาความรู้เขา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ก็จะหลั่งไหลตามมาในภาษา “โลกาภิวัฒน์ (Globalization) ภูมิปัญญาท้องถิ่นก็จะถูกประเมินว่าโง่ ล้าสมัย ล้าหลัง เต่าล้านปี

คนในท้องถิ่นจะถูกกล่อมด้วยข่าวสารที่มาในรูปของสื่อสารมวลชน
คนที่นำข่าวสาร นำเทคโนโลยีเข้าสู่ท้องถิ่นมักจะมองเหมือนเทวดา แต่ที่แท้จริงเป็นซาตานที่หยิบยื่นความทุกข์ทรมานแก่จิตใจ

เครื่องมือที่จะใช้ต่อสู้กับการขยายตัวของข่าวสารในยุคโลกาภิวัฒน์นี้คือ “ศาสนา”
ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าหากเข้มแข็ง มีเหตุ มีผล และสามารถรักษาศรัทธาให้กับคนในชุมชนหรือท้องถิ่นได้ คนกลุ่มนั้นก็จะรู้จักใช้ปัญญาที่สามารถคัดกรองและใช้งานข่าวสารได้อย่างเหมาะสม

ที่จริงแล้วโลกาภิวัฒน์เอย ข่าวสารเอย เขาก็เป็นเพียงกระแสที่ลอยลมไป ลอยลมมา แต่จิตใจของคนที่อ่อนแอและมักอ่อนไหวอันขาดหลักที่พึ่งอันแท้จริงของจิตใจก็มักหลงไหลไปตามกระแสลมที่ผ่านพัดมา

ศาสนาทำให้เกิดภูมิคุ้มกันของชีวิต
ศาสนานำพาความศรัทธาที่สามารถปกป้องสังคม

แต่นั่นก็เถอะ โลกาภิวัฒน์ก็มักจะนำลัทธิ ความเชื่อมาสร้างศาสนาใหม่ ๆ ให้กับสังคม
ลัทธิทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย เมื่อคนเราเริ่มคิดว่าตนเองมีอิสระ เสรีภาพทางด้านความเชื่อก็มักจะต้องเปลี่ยนแปลงไป
ความเชื่อเดิม ๆ จะเชื่อต่อไปอีกไม่ได้ เพราะโลกาภิวัฒน์เขาเป็นของใหม่ ความเชื่อ ศรัทธาและศาสนาก็ต้อง “ใหม่” ตามไปด้วย

อะไร ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องแก้ไข
ของเดิม เก่า ล้าหลัง
ค่านิยมต่าง ๆ ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีของข่าวสาร (Information systems)
สงครามในยุคโลกาภิวัฒน์คือสงครามแห่งข่าวสาร อันเป็นสงครามที่จะสร้าง “มวลชน”
มวลชนที่มั่นคงในศาสนาก็จะถูกตราหน้าว่าล้าหลัง
มวลชนที่ง่อนแง่นก็จะถูกเชิดชูว่าเข้ากระแสแห่งการพัฒนาและถูกตราว่าเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การ “ภิวัฒน์”

เมื่อศาสนาอันเป็นรากฐานแห่งจิตใจถูกทำลาย ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ตายทั้งยืนต้น
ต้นไม้ที่เหลืองแต่เนื้อไม้ กิ่งใบและรากจริงนั้นต้องกลับเพราะสูญสลายด้วยยาพิษที่ดูดซึมเข้าสู่หัวใจ
เนื้อไม้สักก็จะถูกแต่งแต้มด้วยกาฝากและวัชพืช
ความสวยงามของต้นเดิมมีคุณค่าในแง่ของเอกลักษณ์ แต่ถูกเสริมเติมแต่งด้วยดอกไม้และอันเป็นผลผลิตจากโลกาภิวัฒน์ ที่ถูกเร่งรัดออกมาจากห้องทดลอง