โลกาภิวัฒน์เป็นหลุมพรางแห่งความรู้

เรามักถูกสื่อให้เชื่อว่าความรู้ใหม่นั้นดี และความรู้เก่านั้นไม่ดี

ดังนั้นเมื่อเราต้องการการเปลี่ยนแปลง เราจึงต้อง Reject ความรู้เก่าออกไป ค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมเก่า ๆ ระบบวิถีชีวิตที่พึ่งตนเอง จะถูกลบ ถูกล้าง ถูกทำลายไปด้วยคำว่า "พัฒนา (Development)"

ระบบที่สมบูรณ์ "สมดุล" ก็จะค่อย ๆ ง่อนแง่น คลอนแคลน

ชีวิตที่เคยสงบจึง "วุ่นวาย"

ระบบการปกครองแบบพ่อปกครองลูกก็จะกลายเป็นประชาธิปไตย ซึ่งนิยามง่าย ๆ ได้ว่าเป็นระบบ "พวกมากลากไป"

พวกมากมักลากเราเข้าไปหาระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก (Core Economics) ซึ่งเน้นการผลิตแบบจำนวนมาก (Mass Production) ผลิตเพื่อขาย ผลิตเพื่อสร้างความร่ำรวย ผลิตเพื่อ "เงิน"

จากเดิมที่มีครอบครัวเป็นสื่อกลาง ความสุขเป็นสื่อกลาง ความสงบเป็นสื่อกลางในการที่เราจะแลกเปลี่ยนผลิตผลส่วนเกินที่ครอบครัว ท้องถิ่น ชุมชน สังคมของเราที่ผลิตได้นั้นแก่บุคคลรอบข้าง ก็ต้องเปลี่ยนสื่อกลางนั้นเป็น "เงิน" ซึ่งเงินนั้นก็ถูกสมมติให้เป็นวัตถุอันวิเศษที่สามารถซื้อได้ทุกสิ่งถึงแม้นด้วยความสุขอันเกิดจาก "ความสงบ"

เมื่อคนเริ่มใช้เงินเป็นสื่อกลาง ตัววัดซึ่งจะสามารถเปรียบเทียบความมากกว่า ความน้อยกว่าจึงสามารถทำได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเราและเขาได้มากขึ้นจึงสามารถวัดคนรวยและคนจนได้มากขึ้น

รายได้ต่อหัว ต่อคน ต่อปี ถูกนักเศรษฐศาสตร์คำนวณโดยใช้ค่าความเป็นไปได้ทางสถิติโดยสมมติว่ามีเส้นกลางที่วัดว่าใครรวย ใครจน ใครผ่าน ใครไม่ผ่าน ใครพ้น ใครตก