ปกติเวลาเราต้องการจะทำงานสำคัญ งานใหญ่ๆ ขององค์กรนั้นเราก็จะเลือกคนที่เป็นหัวกะทิของเราไปรับแนวนโยบาย แนวทางปฏิบัติมา ซึ่งก็เป็นปกติ

แต่ด้วยความเป็นแบบนี้ก็จะทำให้องค์กรของเรามีสภาพเหมือนกับห้องเรียนที่ทุกคนในองค์กรก็จะรอสั่ง รอแนวปฏิบัติ หรือปฏิบัติตนในแบบที่องค์กรเค้ายอมรับ

ลักษณะดังกล่าวนี้ก็ดีนะ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญบังคับให้เดินในแนวทางที่ถูกพิสูจน์มาแล้ว

หากเรามองไปที่การปรับคุณภาพวัฒนธรรมองค์กร จะเห็นได้ชัดว่ามันไม่ส่งเสริมให้คนได้คิดได้แก้ปัญหากัน

 

เราลองมามองในองค์กรที่เค้าเลือกคนที่ทำงานสำคัญโดยเลือกจากคนที่ สามารถทำได้ ไม่ต้องเก่งมากนัก อลุ้มอล่วย มีความตั้งใจแน่วแน่และชอบทำงานท้าทาย ไม่ใจน้อยเมื่อถูกต่อว่าต่อขานยอมหน้าแตกได้ เรามาดูเรื่องราวเหล่านี้กัน

 

มีองค์กรๆ หนึ่งได้ฝากเรื่องราวการพัฒนาที่สำคัญๆ ไว้กับคนที่ไม่ถนัดและช่ำชองนัก

 ในสภาพการทำงานที่ทุกฝ่ายทุกกลุ่มงานจำเป็นต้องสอบให้ผ่านการรับรองใดๆ

ทุกคนทุกแผนกจึงอยู่ในภาวะขาดที่พึ่ง

ทำไมเราต้องทำ ?  เป็นคำถามที่เกิดกับทุกคน

คำตอบก็เพราะกลัวว่าคนอื่นแผนกอื่นเค้าก็ผ่านกัน เราทำไม่ผ่านก็จะเสียหน้า ขาดความสามารถ กลายเป็นคนเดียวที่เป็นจุดบกพร่อง เป็นตัวประหลาดขององค์กร จะนำพาไปสู่การถูกตำหนิหรืออาจเลยเถิดไปมากมายกว่าที่คิดก็เป็นได้

ด้วยสภาพเช่นนี้ หากองค์กรแบบนี้สามารถผ่านการรับรอง หรืออุปสรรค์ขวางกั้นไปได้

นั่นก็จะเป็นผลมาจากทีม ไม่ได้มาจากคนที่องค์กรฝากความหวัง หรือคนที่รับคำสั่งมาปฏิบัติแต่อย่างใด มันเกิดจากความสามารถของทุกคนขององค์กร ฉนั้นองค์กรแบบนี้ฮีโร่จึงคล้ายจะมี คล้ายจะเป็นคนที่ไปรับสิ่งใหม่ ภาระหน้าที่แนวใหม่ๆ มา (ตัวเค้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น)

แต่เมื่อพินิจพิเคราะห์ไปนานๆ ก็จะรู้ว่ามันเกิดจากทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ผ่านการทำผิด ปรับปรุง มาอย่างโชกโชน

จึงทำให้องค์กรนั้นง่ายต่อการพัฒนาแบบใหม่ๆ และก็ต้องมีอาการกังวล สับสนทุกครั้งที่มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามา ก็ไม่ใช่อะไรมันเกิดจากแนวปฏิบัติต่างๆ ที่ต้องทำให้ได้สิ่งใหม่นั้นมันไม่ชัดเจนตามแบบที่ควรจะเป็น อย่างที่พวกเราคุ้นเคย 

ตัวอย่างตอนนี้ก็คือการทำบันทึกข้อตกลงผลการปฏิบัติงานรายบุคคล

ทำให้ทุกฝ่ายทุกแผนกต้องคิดวิธีการทำขึ้นมาใหม่ และก็ตามมาด้วยคำถามว่า อย่างนี้ทำได้มั้ย อย่างนั้นล่ะ ทำได้หรือเปล่า จะให้คะแนนคนนี้ในแนวทางที่กำหนดเป็นตุ๊กตามานี้ มากกว่า แล้วคนที่มาทำงานแทนเค้าซึ่งก็เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้กันน้อยกว่า ถูกต้องหรือยัง ...สุดท้ายก็ต้องออกแบบในแนวทางที่ กพ.กำหนด ในบริบทของแต่ละฝ่ายแต่ละกลุ่มงานเห็นว่าดี ถูกต้อง เป็นธรรม ตรวจสอบได้  โดยนัดทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบมารับรู้ รับทราบ ร่วมแก้และหาทางออกในทุกประเด็นที่ยังติดใจ เมื่อทุกคนมาร่วมกันแบบนี้ทุกครั้งที่มีงานใหญ่ มันก็เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรทุกอย่าง แบบทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน แบบนี้น่าจะเรียกว่า วัฒนธรรมองค์กร กระมังครับ

ถ้าผมเป็น ผบห. ...น่าสนใจทีเดียวนะ